งานเทศกาล

Tagokura Dam : ที่สุดแห่งใบไม้เปลี่ยนสีแห่งเมืองทาดามิ จังหวัดฟุคุชิมะ

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
CONTRARY TO POPULAR

Let's intro your website here. Ut hendrerit sem ut dolor commodo, at dignissim lectus sagittis. Nam pharetra convallis elit, in mollis diam fermentum pharetra. Praesent risus nibh, aliquam non ornare sed, posuere sit amet neque. Nullam in ipsum nisi.

Visit Website
และแล้วตอนนี้ก็เดินทางมาถึงวันที่สี่ของการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองของผมกับต๋งแล้วนะครับ โดยวันนี้พวกเราทั้งสองคนจะพาทุกคนไปที่เมือง Tadami (ทาดามิ) จังหวัด Fukushima (ฟุคุชิมะ) เพื่อไปชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีและธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่มีความบริสุทธิ์มาก โดยจุดหมายสำคัญในการมาเที่ยวเมือง Tadami ของเราทั้งคู่ในครั้งนี้นั่นก็คือ Tagokura Dam (เขื่อนทาโกะคุระ) ที่มีความสวยงามตามภาพด้านล่างนี้นั่นเองครับ

เป็นยังไงล่ะครับ ทัศนียภาพของมันสวยมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ และเพราะความสวยงามแบบนี้นี่เองจึงทำให้ผมถึงกับยกให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผมประทับใจที่สุดในการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ฟุคุชิมะในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2561 เลย

และสำหรับใครที่อยากจะมาเยี่ยมชมความสวยงามของเขื่อนแห่งนี้ ผมต้องขอบอกให้ทราบก่อนนะครับว่าแม้เราจะสามารถเดินทางมาที่เมือง Tadami ด้วยรถไฟได้ แต่ในการที่เราจะเดินทางต่อจากตัวเมือง Tadami ไปยังเขื่อน Tagokura ได้นั้น เราจะต้องมีรถส่วนตัวนะครับ เพราะตัวเขื่อนจะอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร และตอนนี้เค้ายังไม่มีรถสาธารณะให้บริการ นอกจากนี้เส้นทางในการไปเขื่อนช่วงหลังๆ ยังเป็นการขึ้นเขาอีกด้วย ดังนั้นการที่เราจะเดินเท้ามาเองก็เป็นอะไรที่ยากมากๆ และผมไม่ขอแนะนำให้ทำแบบนั้นเลยครับ

แต่สำหรับคนที่มีรถส่วนตัวนั้นก็ไม่ต้องมีอะไรที่เป็นกังวลเลย เพราะเราสามารถเดินทางมาที่เขื่อนแห่งนี้ได้สะดวกมากๆ เพียงแค่เราใส่ชื่อ Tagokura Dam ลงใน Google Maps หรือใส่ Mapcode : 604 214 017*82 ลงในนาวิเกเตอร์บนรถที่เราเช่ามา จากนั้นก็ขับรถจากเมือง Tadami ไปตามทางมาเรื่อยๆ ไม่เกิน 10 นาทีเราก็จะมาถึงจุดแรกที่เราสามารถเห็นตัวเขื่อนได้ชัดๆ แล้วครับ

เอาล่ะ คราวนี้เรากลับมาดูที่จุดแรกที่เรามองเห็นเขื่อน Tagokura กันดีกว่า โดยที่จุดนี้จะยังคงเป็นบริเวณพื้นราบอยู่ แต่หลังจากนี้เราจะต้องขับรถขึ้นเขากันไปยาวๆ เพื่อไปยังสันเขื่อนและจุดชมวิวที่อยู่บนภูเขาสูงขึ้นไปอีก ซึ่งที่จุดนี้จะเป็นจุดที่เราสามารถมองเห็นสันเขื่อนและประตูระบายน้ำได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยังมีห้องน้ำบริการ และมีจุดจำหน่ายอาหารและของที่ระลึกด้วยครับ

ใครที่พึ่งเคยมาครั้งแรกผมแนะนำให้จอดรถถ่ายรูปบริเวณนี้ก่อนนะครับ ลานจอดรถเค้ากว้างขวางและมีจุดถ่ายรูปสวยๆ หลายจุดเลย โดยเฉพาะใครที่มาตอนเช้าหรือตอนเย็นจะมีโอกาสได้เห็นแสงสวยๆ และเก็บภาพเด็ดๆ ได้มากกว่าคนอื่นครับ สำหรับผมเองก็ได้มาที่นี่ทั้งตอนเช้าและตอนเย็นเลย โดยภาพเหล่านี้คือภาพที่ผมถ่ายได้ในช่วงเช้าครับ

ส่วนภาพเหล่านี้คือภาพที่ผมถ่ายที่จุดเดียวกันนี้แต่เป็นช่วงเย็นซึ่งมีแสงหยอดลงที่บริเวณภูเขาพอดีครับ จะเห็นว่าภาพที่ได้จะคนละมุม คนละอารมณ์กันเลย ดังนั้นใครที่มาพักค้างคืนที่เมืองนี้ผมแนะนำให้ขับรถมาที่เขื่อนแห่งนี้ทั้งสองช่วงเวลาเลยนะครับ เพราะมันใช้เวลาขับรถแค่นิดเดียวเท่านั้น แต่ถ้าใครที่มีเวลาจำกัดก็คงต้องเลือกนะครับว่าจะมาตอนไหนดีถึงจะเหมาะสมกับทริปของตัวเองที่สุด

เอาล่ะ หลังจากชมวิวที่จุดแรกกันจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาที่เราจะขับรถไปยังจุดที่สอง โดยเส้นทางหลังจากนี้จะเป็นเส้นทางขึ้นเขาเรื่อยๆ รวมทั้งยังมีความคดเคี้ยวไปมาด้วย ดังนั้นเราจึงต้องมีความระมัดระวังในการขับรถเป็นอย่างสูงนะครับ โดยเมื่อเราขับรถมาตามทางเรื่อยๆ ได้ประมาณ 10 นาที เราก็จะมาถึงลานจอดรถที่มีหน้าตาแบบนี้ครับ และนี่ก็คือบริเวณสันเขื่อนของ Tagokura Dam นั่นเอง

สำหรับลานจอดรถบริเวณสันเขื่อนนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 จุด สามารถรองรับรถได้ประมาณ 60-70 คัน ใครที่ขับรถมาถึงแล้วหากพบว่าลานจอดรถด้านบนเต็มก็ลองเลี้ยวลงไปลานจอดด้านล่างได้นะครับ ผมว่าที่จอดรถเค้าน่าจะเพียงพออยู่ ^^

ที่จุดนี้จะเป็นจุดที่มีที่ให้ถ่ายรูปเยอะมาก โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแบบที่ผมกับต๋งมา โดยเราสามารถเดินไปยังบริเวณสันเขื่อนหรือเดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของอาคารได้ด้วย ยังไงก็ลองเดินสำรวจให้ทั่วๆ นะครับ จะได้ไม่พลาดมุมเด็ดๆ ไป

สำหรับวันที่ผมกับต๋งถ่ายภาพในเซ็ตนี้นั้นจะเป็นวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2561 ซึ่งตามปกติแล้วในช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีจะมีการเปลี่ยนสีได้ประมาณ 90-100% แล้ว แต่เหมือนปีนี้สภาพอากาศจะแตกต่างออกไปจากทุกปี ทำให้หลายๆ โซนนั้นใบไม้มีการเปลี่ยนสีช้ากว่าปกติ ซึ่งผมคาดคะเนเอาเองว่าวันที่ผมนั้นใบไม้เปลี่ยนสีที่เขื่อน Tagokura น่าจะเปลี่ยนได้ประมาณ 70-80% เท่านั้นครับ แต่อย่างไรก็ตามผมว่าภาพที่ผมได้เห็นในวันนั้นมันก็สวยมากๆ แล้ว และมันก็ทำให้ผมประทับใจจนถึงทุกวันนี้เลยครับ ^^

อ้อ ผมลืมบอกไปเรื่องนึงนะครับว่าวันที่ผมกับต๋งไปที่เขื่อน Tagokura นั้น สภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจให้เราทั้งคู่อีกแล้ว T_T เราเจอฝนตกและท้องฟ้าอึมครึมรวมถึงเมฆหนาทึบแทบจะตลอดเวลา โดยเราใช้เวลาอยู่ที่เขื่อนแห่งนี้ทั้งช่วงเช้าและเย็นรวมกันประมาณ 6-7 ชั่วโมงได้ แต่มันมีช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเปิดแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเองครับ ดังนั้นใครที่ได้มีโอกาสไปที่นี่ในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจ ผมรับรองเลยว่าจะได้ภาพสวยๆ กว่านี้อย่างแน่นอนครับ

ชมวิวกันที่บริเวณสันเขื่อนกันจนจุใจแล้ว ก่อนที่เราจะเดินทางไปยังจุดอื่นต่อ ผมขอแนะนำให้รู้จักกับสองอาคารที่อยู่ในบริเวณสันเขื่อนนี้ก่อนนะครับ โดยอาคารแรกจะเป็นอาคารเล็กๆ ที่อยู่บริเวณลานจอดรถชั้นบน ที่อาคารนี้จะมีขนมแล้วก็ผักผลไม้ต่างๆ จำหน่าย ใครที่พอมีเวลาหรืออยากจะหาอะไรทานเล่นๆ ก็แวะมาเดินดูได้ครับ ขนมหลายอย่างดูน่าอร่อยดี

ส่วนอาคารหลังที่สองนั้นจะเป็นอาคารสองชั้นที่อยู่บริเวณลานจอดรถชั้นล่าง ที่ชั้นหนึ่งของอาคารจะมีร้านขายขนมแล้วก็ของที่ระลึกเล็กน้อย ส่วนที่ชั้นสองจะเป็นจุดจำหน่ายอาหารครับ ใครที่หิวข้าวหรือไม่ได้เตรียมเสบียงอะไรมาก็สามารถที่จะมาทานข้าวที่นี่ได้ ราคาไม่แพง แต่เค้าจะมีบริการเฉพาะเวลา 11.00 น. – 14.00 น. เท่านั้นนะครับ หากมานอกเหนือจากเวลานี้ก็อดกิน ><

ส่วนใครที่ไม่อยากกินอะไรหนักๆ อยากทานแค่เครื่องดื่มเติมความสดชื่นก็สามารถหยอดตู้เครื่องดื่มอัตโนมัติที่อยู่ข้างๆ อาคารนี้ได้เลยครับ

เอาล่ะ ตอนนี้หลายๆ คนก็น่าจะเติมพลังกันจนเต็มท้องและพร้อมที่จะเดินทางต่อกันแล้วใช่มั้ยครับ งั้นอย่ารอช้ารีบขึ้นรถแล้วตามผมมาได้เลย โดยจุดที่ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวหลังจากนี้จะเป็นการขับรถขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เพื่อชมความงามของเขื่อน, ภูเขา และธรรมชาติจากมุมสูงครับ เส้นทางจะเป็นเส้นทางขึ้นเขาที่มีความคดเคี้ยวตลอด รวมทั้งต้องมีการขับรถผ่านอุโมงค์ยาวๆ เป็นระยะด้วย ยังไงก็ขับรถด้วยความระมัดระวังและอย่าลืมเปิดไฟหน้ารถทุกครั้งที่ขับรถเข้าอุโมงค์นะครับ ^^

ทั้งนี้อุโมงค์บางจุดนั้นจะเป็นอุโมงค์ที่ไม่ได้ปิดทึบและจะมีแสงจากด้านข้างเข้ามาได้ ซึ่งอุโมงค์เหล่านี้เราจะสามารถเดินมาดูวิวรวมทั้งถ่ายรูปได้ครับ หลายๆ จุดวิวสวยมากเลย แต่ทั้งนี้เราจะต้องจอดรถในจุดที่เค้าทำเป็นลานจอดไว้เท่านั้นนะครับ จากนั้นก็เดินเท้าย้อนกลับมาเอา และผมขอย้ำเลยนะครับว่าอย่าจอดรถข้างทางนอกจุดจอดรถโดยเด็ดขาด แม้ว่าวิวมันจะสวยหรือจะทำให้เราเดินใกล้กว่าเดิมแค่ไหน เพราะการจอดรถแบบนั้นมันเป็นอะไรที่อันตรายมากๆ ครับ

ภาพเหล่านี้เป็นวิวระหว่างทางที่ผมกับต๋งขับรถขึ้นไปบนยอดเขาเรื่อยๆ ครับ บอกเลยว่าวิวมันสวยมาก โดยรูปศาลเจ้าสองรูปแรกนั้นจะเป็นศาลเจ้าที่อยู่ใกล้ๆ กับลานจอดรถบริเวณสันเขื่อนเลย เพียงเราขับรถออกมาจากลานจอดแล้วเข้าอุโมงค์แรก และพอพ้นอุโมงค์ปั๊บเราก็จะเจอกับศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ทางซ้ายมือของเราเลย ใครที่มีเวลาก็แวะไปถ่ายรูปหรือขอพรได้นะครับ

ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็นภาพจากจุดที่ผมชอบมากๆ มันจะเป็นมุมที่เราสามารถเห็นเทือกเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี และมีแม่น้ำเล็กๆ ผ่าตรงกลาง รวมถึงมีภูเขาขนาดใหญ่เป็นฉากหลังด้วย มุมนี้ผมแนะนำเลยว่าควรต้องแวะมาถ่ายรูปกันครับ โดยเค้าจะมีลานจอดอยู่ใกล้ๆ เราสามารถจอดรถแล้วเดินมาได้เลย

ส่วนจุดนี้จะเป็นอีกจุดที่ผมว่ามีความสวยมากๆ เพราะเราจะสามารถเห็นแนวเขาต่างๆ มากมายที่ดูแล้วคล้ายกับเกาะในทะเล และเป็นจุดที่ผมว่าหากอากาศดีๆ รับรองว่าพอเราถ่ายรูปขึ้นโซเชียลปั๊บ เพื่อนๆ เราต้องร้องกรี้ดด้วยความอิจฉาแน่ๆ ครับ

.

.

.

แต่ด้วยความที่วันนี้ผมไปแล้วท้องฟ้าเน่าไม่เป็นใจให้ผมถ่ายรูปเลย มันก็เลยได้ออกมาแค่นี้ครับ T_T

สำหรับการเดินทางมาที่จุดนี้ก็ไม่ยาก เพราะเส้นทางจากสันเขื่อนขึ้นมายังจุดนี้จะมีถนนเพียงเส้นเดียวอยู่แล้ว ไม่มีแยกซ้ายขวาไปไหน แต่ถ้าใครกลัวหลงก็สามารถที่จะนำชื่อตามนี้ 里越峠開道記念碑 ไปใส่ใน Google Maps ได้เลยครับ รับรองไปถูกที่แน่นอน

และสำหรับใครที่เดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว หากยังมีเวลาเหลือๆ ก็สามารถที่จะขับรถตามถนนเพื่อไปชมวิวที่จุดอื่นๆ ต่อได้ อิ่มอกอิ่มใจเมื่อไหร่ก็ค่อยขับรถย้อนกลับมาตามทางเดิม แต่ถ้าใครที่มีเวลาจำกัดผมแนะนำให้เดินทางกลับเลยจะดีกว่าครับ เพราะแค่วิวระหว่างจากด้านล่างมาถึงจุดนี้มันก็เป็นอะไรที่สวยและคุ้มค่ากับการเดินทางมาแล้วครับ

และตอนนี้ผมก็ได้พาทุกคนเที่ยวชมความงามของเขื่อน Tagokura รวมทั้งจุดชมวิวต่างๆ ที่น่าสนใจรอบเขื่อนครบหมดแล้วครับ หวังว่าข้อมูลนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังมีแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดฟุกุชิมะบ้างนะครับ และขอให้ทุกคนเที่ยวในจังหวัดนี้อย่างมีความสุข ได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ ได้ชมธรรมชาติที่สวยงาม และได้กินอาหารอร่อยๆ ทุกวันนะครับ ^^

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

Hotel

Food

Trips

photograph

ภรรยาหา สามีใช้

ภรรยาหา สามีใช้ (Amazingcouple) คือ คู่หนุ่มสาวที่รักการถ่ายภาพ การแต่งหน้า การเดินทาง การได้กินของอร่อยๆ และการได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ที่สำคัญคือยังรักการเขียนและการเล่าเรื่อง และทั้งหมดนี้คือจุดกำเนิดของ website แห่งนี้ครับ มาร่วมสนุกและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตไปพร้อมกับพวกเรานะครับ

บทความที่เพิ่งดู

Awesome Autumn in Fukushima Day 5 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Awesome Autumn in Fukushima Day 4 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Kitakata Soba Festa เทศกาลพุงแตกแห่งปีกับโซบะขั้นเทพแห่งเมืองKitakata

ฟิน อิน จบแบบปังๆ !!! 3 สถานที่พักออนเซ็นใกล้แหล่งงานเทศกาลหิมะ!!

7 ที่พัก ดินแดน Aizu (3 โรงแรม 4 เรียวกัง)

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima