Japan รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว photograph

ขับรถเที่ยว Fukushima ตอน Tatsuzawafudo Fall – Nakatsukawa Bridge และ Bandai Azuma Lake Line

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
CONTRARY TO POPULAR

Let's intro your website here. Ut hendrerit sem ut dolor commodo, at dignissim lectus sagittis. Nam pharetra convallis elit, in mollis diam fermentum pharetra. Praesent risus nibh, aliquam non ornare sed, posuere sit amet neque. Nullam in ipsum nisi.

Visit Website
สวัสดีครับ วันนี้ผมกับต๋งจะพาทุกคนไปเที่ยวชมความงามของจังหวัด Fukushima (ฟุคุชิมะ) ในช่วงปลายเดือนตุลาคมกัน โดยช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ต้นไม้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดแห่งนี้กำลังเปลี่ยนสีอย่างสวยงามเลยครับ โดยการเที่ยวในวันนี้ของเราทั้งคู่จะเป็นการเช่ารถจาก Toyota Rent a Car โดยมีเป้าหมายอยู่ทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน ได้แก่

  1. น้ำตก Tatsuzawafudo Fall (ทัตสึซาวะฟุโด) พิกัด Mapcode 377 613 512 *36
  2. จุดชมวิว Nakatsukawa Bridge (สะพานนาคัตซึกาว่า) พิกัด Mapcode 937 003 153 *47
  3. เส้นทาง Bandai-Azuma Lake Line (บันได-อาซุมะ เลคไลน์) พิกัด Mapcode 413 596 568 *47

การเดินทางของผมเริ่มจากบริเวณสถานีรถไฟฟุคุชิมะ (Fukushima Station) โดยจากบริเวณนั้นเราจะต้องขับรถทั้งหมดประมาณ 45 กิโลเมตรเพื่อไปยังน้ำตก Tatsuzawafudo Fall (ทัตสึซาวะฟุโด) ซึ่งการขับรถในญี่ปุ่นนั้นโดยรวมๆ ต้องบอกว่าง่ายมาก เนื่องจากคนญี่ปุ่นเค้าขับรถตามกฎจราจรสุดๆ แถมยังขับกันไม่เร็วด้วยครับ

และหลังจากที่ผมขับรถไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ผมก็เดินทางมาถึงบริเวณน้ำตก Tatsuzawafudo Fall โดยสิ่งแรกที่เราจะเห็นก่อนนั่นก็คือพื้นที่จอดรถ ซึ่งเราไม่ต้องกังวลไปนะครับว่าที่จอดรถจะไม่เพียงพอ เนื่องจากพื้นที่จอดรถของเค้ามีเยอะมาก สามารถรองรับได้ 40-50 คันสบายๆ โดยที่จอดรถของเค้าจะมีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน ซึ่งผมขอแนะนำว่าตอนที่เราขับไปเจอลานจอดแรกนั้น เราอย่าพึ่งรีบจอดก็ได้ครับ ให้เราขับรถเข้าไปยังลานจอดที่อยู่ข้างในสุดก่อน เพราะหากด้านในมีที่ว่าง เราจะได้ไม่ต้องเดินไปน้ำตกไกลมากครับ

ทั้งนี้ในวันที่ผมไปนั้นตรงกับวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2561 ซึ่งจากการสังเกตสีของใบไม้รอบๆ บริเวณลานจอดรถก็พบว่าใบไม้ยังเปลี่ยนสีแค่ประมาณ 50-60% เท่านั้น โดยหากใครที่ต้องการเช็คสถานการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นหรือต้องการดูพยากรณ์ล่วงหน้าก่อนที่จะเดินทางไปก็สามารถดูข้อมูลได้ที่เวบนี้นะครับ http://weathernews.jp/s/koyo/area/fukushima.html  โดยใครที่เปิดผ่าน Google Chrome ก็สามารถกด translate ให้เป็นภาษาอังกฤษได้เลย

จากจุดจอดรถเราจะต้องเดินอีกประมาณ 5-10 นาทีถึงจะถึงน้ำตก ซึ่งเส้นทางการเดินนั้นจะเป็นทางเรียบๆ มีต้นไม้ปกคลุมตลอดทาง เดินง่าย ไม่เหนื่อยเลยครับ

ระหว่างทางเดินจะมีห้องน้ำเล็กๆ และ Chozusha (โจซึซะ) หรืออ่างน้ำที่เอาไว้ชำระล้างมือและปากแบบนี้ด้วยครับ เพราะด้านในบริเวณใกล้ๆ กับน้ำตกนั้นจะมีศาลเจ้าตั้งอยู่ด้วย

ทั้งนี้เพื่อสุขอนามัยที่ดี เราไม่ควรเอาปากของเราไปสัมผัสกับกระบวยตักน้ำโดยตรงนะครับ ^^

และนี่ก็คือหน้าตาของศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ข้างๆ กับน้ำตก Tatsuzawafudo Fall ครับ โดยเมื่อเราเดินผ่านโทริอิและศาลเจ้านี้ไป เราก็จะได้เห็นความงามของน้ำตก Tatsuzawafudo Fall แทบจะทันทีครับ

โดยเจ้าน้ำตก Tatsuzawafudo Fall ที่มีความงดงามมากแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ในเขตตอนเหนือของจังหวัด Fukushima มีความกว้างของน้ำตกประมาณ 16 เมตร และมีความสูงถึง 10 เมตรด้วยกัน นอกจากนี้คนญี่ปุ่นยังมีความเชื่อว่าที่น้ำตกแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าฟุโดเมียวโอ เทพเจ้าที่เป็นผู้ทำลายสิ่งลวงตาและเป็นผู้ที่ปกป้องพุทธศาสนาตามความเชื่อของศาสนาชินโตครับ

และด้วยความที่น้ำตกแห่งนี้มีความงดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ประกอบกับการเดินทางมาน้ำตกแห่งนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากนักสำหรับคนที่มีรถส่วนตัว จึงทำให้มีคนจำนวนมากแวะเวียนมาที่น้ำตกแห่งนี้ตลอดทั้งวันครับ

อย่างตอนที่ผมกับต๋งไปถึงนั้น ก็มีคนอยู่ที่บริเวณน้ำตกประมาณ 20 คนได้ ซึ่งคนที่ไม่ได้ถ่ายภาพอะไรแบบจริงจังก็อาจจะคิดว่าคนไม่ได้เยอะอะไรมากนี่ แต่สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพอย่างผมแล้วก็จะรู้สึกอีกอย่างนึงครับ

โดยผมคิดว่าน้ำตกแห่งนี้เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ถ่ายรูปยากมาก เพราะการที่บริเวณน้ำตกไม่ได้มีเขตกั้นหรือมีจุดถ่ายภาพที่ชัดเจน ทำให้คนที่มาเที่ยวชมน้ำตกสามารถเดินไปมาตรงไหนก็ได้ และคนญี่ปุ่นนั้นหากเป็นคนที่ไม่ได้ถ่ายภาพก็จะมักไปยืนชมความงามและบรรยากาศของน้ำตกใกล้ๆ เพื่อซึมซับกับความบริสุทธิ์ ความสวยงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่ ส่วนคนญี่ปุ่นที่ตั้งใจไปถ่ายภาพนั้น ก็จะเตรียมอุปกรณ์อะไรไปครบครัน รวมทั้งปักหลักถ่ายภาพแต่ละมุมนานมาก ดังนั้นการที่เราจะถ่ายภาพน้ำตกแห่งนี้ให้ได้ภาพสวยๆ โดยที่ไม่ติดคนอื่นด้วยนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยาก และต้องอาศัยความเร็วกับดวงพอควรเลยครับ

สำหรับภาพน้ำตก Tatsuzawafudo Fall ที่ผมถ่ายมาในเซ็ตนี้นั้น จะยังไม่ใช่ช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดนะครับ วันที่ผมไปยังมีต้นไม้ที่ยังไม่เริ่มเปลี่ยนสีอีกเยอะเลย ใครที่ได้มีโอกาสมาที่น้ำตกแห่งนี้ในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว 80% ขึ้นไป น่าจะได้เห็นภาพที่สวยงามกว่าผมเยอะครับ

และหลังจากที่ผมอดทนเฝ้ารอถ่ายภาพอยู่ที่น้ำตกแห่งนี้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ผมก็สามารถถ่ายภาพในมุมที่ผมพอใจและไม่มีคนในภาพได้สำเร็จครับ ><

เมื่อภารกิจที่แรกสำเร็จเรียบร้อย คราวนี้ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังสถานที่ที่ 2 จุดชมวิว Nakatsukawa Bridge (สะพานนาคัตซึกาว่า) กันแล้วครับ โดยสถานที่นี้จะเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอีกจุดนึงของจังหวัด Fukushima เพราะที่นี่เราจะสามารถมองเห็นธารน้ำที่ไหลจากภูเขาบันไดไปสู่ทะเลสาบ Akimoto และสองข้างของลำธารนั้นก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีกันอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับพิกัด Mapcode ของ Nakatsukawa Bridge ก็คือ 937 003 153 *47 นะครับ โดยสะพานแห่งนี้จะอยู่ห่างจากน้ำตก Tatsuzawafudo Fall ประมาณ 18 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 30 นาที และระหว่างทางเราที่เราขับรถไปเราจะได้เห็นวิวสวยๆ ของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีแบบนี้ด้วยครับ

และเมื่อเรามาถึงจุดชมวิว Nakatsukawa Bridge เราก็จะเจอกับอาคารหนึ่งชั้นแล้วก็ลานจอดรถกว้างๆ ที่สามารถจอดรถได้เป็นร้อยคันแบบนี้ครับ

ที่ข้างอาคารจะมีห้องน้ำไว้บริการ ส่วนที่ด้านหน้าอาคารนั้นก็จะมีคนขายผลไม้เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งผมแนะนำเลยว่าหากใครยังไม่เคยชิมผลไม้จากจังหวัด Fukushima ผมอยากให้ลองชิมดูซักครั้งครับ มันอร่อยทุกอย่างจริงๆ อย่างในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผมไปนั้นก็จะเป็นช่วงที่แอปเปิ้ลกำลังออกผลเต็มที่ รสชาติแต่ละลูกหอมอร่อย ส่วนราคานั้นก็จะตกประมาณลูกละ 100-150 เยนแล้วแต่สายพันธุ์ครับ

ส่วนภายในอาคารหนึ่งชั้นนั้นจะมีร้านอาหารเล็กๆ บริการอยู่ รวมทั้งมีร้านขายขนม ของฝาก และของที่ระลึกด้วยครับ ใครสนใจก็ลองแวะเข้าไปดูได้เลย

ส่วนผมกับต๋งนั้น เนื่องจากเราไปถึงที่นี่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง และเราทั้งคู่ยังไม่ได้ทานอาหารกลางวันกันมาเลย เราก็เลยเข้าไปนั่งทานข้าวก่อนที่จะเดินไปชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีครับ

สำหรับเมนูอาหารที่เค้ามีให้บริการนั้นหลักๆ จะเป็นข้าวหน้าหมูทอด, ข้าวแกงกะหรี่, โซบะ แล้วก็ราเมน โดยเค้าจะเปิดให้บริการเฉพาะในช่วงเวลา 11.00 น. – 14.30 น. เท่านั้น ใครไปนอกเหนือจากนี้ไม่มีให้ทานนะครับ ><

และเมนูที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนลองทานเป็นพิเศษนั่นก็คือข้าวหน้าหมูทอดครับ เพราะเมนูนี้เป็นข้าวหน้าหมูทอดสูตรของเมือง Aizuwakamatsu หนึ่งในเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัด Fukushima ครับ

หน้าตาอาหารจะเป็นแบบนี้ครับ หมูนุ่ม ซอสอร่อย ชามใหญ่  กินแล้วฟินมาก ส่วนราคานั้นก็อยู่ที่ 1,000 เยนต่อเซ็ต แต่ถ้าใครไม่ชอบทานข้าวหมูทอดก็สามารถสั่งอย่างอื่นมาทานได้ครับ ^^

และหากใครทานข้าวเสร็จแล้ว อยากจะหาอะไรหวานๆ ตบท้าย ที่นี่เค้าก็มีไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟขายด้วยในราคาโคนละ 280 เยน แต่เมนูนี้ผมไม่ได้แนะนำเป็นพิเศษนะครับ จะชิมก็ได้ ไม่ชิมก็ได้ ไม่ได้เป็นอะไรที่ต้องห้ามพลาดขนาดนั้น

หลังจากที่ผมกับต๋งทานอาหารเสร็จแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาที่เราทั้งคู่จะไปชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่กันแล้ว โดยวิธีการไปก็ไม่ยาก เพียงแค่เราออกจากอาคารที่เรากินข้าว จากนั้นก็เลี้ยวขวา และเดี๋ยวเราจะเห็นทางเดินต่อไปเองครับ

โดยที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางที่เราจะต้องเดินหลังจากนี้ มันจะมีป้ายนี้ปักไว้อยู่ โอ้โห….บอกเลยว่าตอนที่เห็นครั้งแรกนี่พีคมาก มันจะมีหมีโผล่มาจริงๆ เหรอ แล้วถ้าโผล่มาจริงเราจะทำยังไงดี @_@.

เอ้า! แต่ไหนๆ เค้าก็เตือนแล้ว ยังไงเราก็ต้องระมัดระวังตัวกันหน่อย เพราะแม้ว่าจุดนี้จะเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็เป็นพื้นที่ที่อยู่ในป่าในเขา นอกจากนี้ในช่วงเส้นทางลึกๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยเดินไปกัน มันก็แอบน่ากลัวอยู่เหมือนกันครับ

นี่เป็นภาพของเส้นทางการเดินครับ โดยเส้นทางในช่วงแรกที่เป็นทางเดินหลักนั้นจะเป็นการเดินขึ้นเนินเล็กน้อย จากนั้นก็จะเดินลงบันไดกันยาวๆ ใช้เวลาเดินไปจนถึงจุดสิ้นสุดของบันไดประมาณ 10-15 นาทีได้ โดยในระหว่างทางนั้นก็จะมีภาพของต้นไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้เราดูตลอดสองข้างทางเลย

ทั้งนี้ในระหว่างที่เราเริ่มลงเดินบันไดไปเรื่อยๆ นั้น มันจะมีทางแยกออกไปทางซ้ายอยู่หนึ่งแยก ซึ่งแยกนั้นมันจะเป็นการเดินไปที่สะพาน Nakatsukawa Bridge เพื่อไปดูภาพของหุบเขาแบบมุมกว้างๆ ใครที่มีเวลาก็เดินไปดูที่จุดนี้ก่อนก็ได้ครับ ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น แต่ตอนที่เราอยู่บนสะพานเราต้องระมัดระวังตัวในการถ่ายรูปนิดนึงนะครับ เพราะมันจะมีรถผ่านไปมาแทบจะตลอดเวลา และบริเวณขอบสะพานที่เราสามารถยืนถ่ายรูปได้นั้นพื้นที่มันจะค่อนข้างแคบซักเล็กน้อย

ส่วนนี่จะเป็นภาพที่เราจะเห็นจากบนสะพานครับ เป็นภาพของหุบเขาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี และมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านตรงกลาง มันเป็นภาพที่สวยงามมาก แต่น่าเสียดายเหลือเกินเพราะวันที่ผมกับต๋งไปนั้นเราเจอกับสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจซักเท่าไหร่ ท้องฟ้าครึ้มและฝนตกปรอยๆ เป็นระยะ ทำให้ผมไม่สามารถถ่ายทอดความงามของสถานที่แห่งนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ครับ T_T

หลังจากที่เราชมความงามของภาพมุมกว้างที่บริเวณสะพาน Nakatsukawa Bridge เสร็จเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาที่เราต้องย้อนกลับไปยังจุดทางแยกเดิมที่เราเลี้ยวมาแล้วครับ โดยเมื่อเราเดินกลับมาถึงที่แยกนั้นเราจะต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อเดินลงบันไดยาวๆ ไปยังบริเวณด้านล่างซึ่งจะเป็นจุดที่เราจะได้เห็นกับลำธารที่ไหลผ่านหุบเขาแห่งนี้อย่างใกล้ๆ โดยในระหว่างทางที่เราเดิน เราก็จะได้เห็นทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามแบบนี้ครับ

และนี่ก็คือจุดที่บันไดสิ้นสุดลงครับ จะเป็นจุดที่เราสามารถดูและสัมผัสกับธารน้ำใสไหลเย็นได้อย่างใกล้ๆ โดยที่จุดนี้จะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินมาถึงกัน จากนั้นเค้าก็จะเดินถ่ายรูปในละแวกใกล้ๆ แล้วก็เดินกลับกันครับ

แต่สำหรับใครที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามมากขึ้น รวมทั้งต้องการหามุมถ่ายรูปสวยๆ มากกว่าคนทั่วไป ผมแนะนำให้เลี้ยวขวาจากจุดที่บันไดสิ้นสุด จากนั้นให้เดินเลียบธารน้ำไปเรื่อยๆ โดยให้ธารน้ำอยู่ทางด้านซ้ายมือของเรา จนกระทั่งไปถึงจุดที่เรามองเห็นสะพานปูนเล็กๆ แบบในภาพด้านล่างนี้ครับ

และที่จุดนี้จะมีวิวสวยๆ แบบนี้ให้เราถ่ายกันครับ เป็นธารน้ำตกเล็กๆ ที่สวยงามมาก แถมยังแทบไม่มีคนมาอีกด้วย ><

แต่ทั้งนี้ใครที่คิดจะเดินมาที่จุดนี้ก็ต้องเตรียมตัวมาให้ดีๆ ด้วยนะครับ เพราะแม้ระยะทางจะไม่ห่างจากบันไดที่ทุกคนเดินลงมามากนัก แต่เส้นทางการเดินในหลายจุดก็ยากพอควร ต้องมีปีนป่ายบ้างและเสี่ยงกับการที่รองเท้าจะต้องเปียกด้วยครับ

และผมอยากจะบอกทุกคนว่าสะพานปูนเก่าๆ ที่เรามองเห็นนั้น เราจะสามารถใช้มันเพื่อเดินข้ามไปอีกฝั่งของลำธารได้ครับ โดยเมื่อเราข้ามสะพานแล้วก็ให้เราเลี้ยวซ้ายและเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยให้ลำธารอยู่ทางซ้ายมือของเราครับ

บรรยากาศของการเดินหลังจากที่เราข้ามฝั่งมาแล้วนั้นมันจะเงียบสงบมากๆ และก็ไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะครับว่าทำไมเค้าถึงมีป้ายติดเอาไว้ว่าให้ระวังหมี เพราะมันเหมือนกับเราเดินอยู่ในป่าจริงๆ ใครที่ไปกันแค่คนสองคนก็ระวังกันหน่อยนะครับ ค่อยๆ เดินและสังเกตรอบข้างให้ดี ส่วนวันที่ผมกับต๋งไปนั้น โชคดีที่มีคนญี่ปุ่นอีก 3-4 คน เดินไปใกล้ๆ กับพวกเราด้วย ผมก็เลยรู้สึกผ่อนคลายในการเดินขึ้นมาพอควร

หมายเหตุ : คนญี่ปุ่นที่ชอบเดินป่าเค้ามักจะมีการแขวนกระดิ่งไว้ติดตัว โดยเวลาที่เค้าเดินเราจะได้ยินเสียงกระดิ่งดังเบาๆ ตลอดทาง ซึ่งมันจะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เจอหมีหรือสัตว์ป่าได้ ใครที่มีโอกาสไปเดินป่าที่ญี่ปุ่นแล้วเจอคนแขวนกระดิ่งติดตัวก็ไม่ต้องแปลกใจไปนะครับ

และภาพเหล่านี้คือภาพบรรยากาศของการเดินอีกฝั่งครับ เราจะเห็นได้วิวที่สวยงามในมุมที่แตกต่างออกไปจากเส้นทางในตอนแรกเลย

โดยหลังจากที่เราเดินที่อีกฝั่งของลำธารมาได้ประมาณ 10 นาที เราก็จะมาถึงที่ป้ายนี้ครับ ซึ่งที่จุดนี้จะมีอุโมงค์เล็กๆ ที่ใช้สำหรับเดินลอดสะพาน Nakatsukawa Bridge อยู่ และเป็นจุดที่ผมคิดว่าทุกคนควรจะหยุดแล้วเดินกลับทางเดิมกันได้แล้วครับ เพราะถึงแม้จะยังมีเส้นทางที่เราสามารถเดินไปต่อจากนี้ได้แต่มันก็ค่อนข้างเงียบและดูไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับคนที่ไม่เคยมาอย่างพวกเราครับ แต่หากใครติดใจแล้วอยากจะลองเดินต่อ อันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคนนะครับ

ส่วนผมกับต๋งนั้นเนื่องจากเรายังมีแผนที่จะไปที่อื่นกันต่อ ประกอบกับเราเองก็เริ่มถูกชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆ ที่เดินไล่กันมาเมื่อกี้ทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ เราจึงตัดสินใจที่จะเดินกลับ โดยเราทั้งคู่ใช้เวลาเดินจากจุดนี้กลับไปยังลานจอดรถประมาณ 30 นาทีครับ

เมื่อถึงลานจอดรถ เราทั้งคู่ก็เข้าห้องน้ำทำภารกิจต่างๆ จากนั้นก็ขับรถไปยังจุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ นั่นก็คือ Bandai-Azuma Lake Line (พิกัด Mapcode 413 596 568 *47)  ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าจะพูดให้ถูกต้องเลยก็คือ บริเวณสะพาน Nakatsukawa Bridge ที่เราจอดรถเดินถ่ายรูปกันนั้น ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของถนน Bandai-Azuma Lake Line แล้ว เราเพียงแต่ขับต่อไปเรื่อยๆ บนถนนเส้นนี้เพื่อจะไปยังโรงแรมที่ผมจองไว้ในคืนนี้เท่านั้น โดยถนน Bandai-Azuma Lake Line นี้ ถือเป็นหนึ่งในถนนที่เราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยมากๆ ในจังหวัด Fukushima และตลอดเส้นทางการขับรถนั้น มันจะมีจุดจอดรถให้เราชมวิวและถ่ายรูปอยู่เป็นระยะๆ แต่น่าเสียดายที่วันนั้นสภาพอากาศไม่เป็นใจให้ผมกับต๋งเลย ท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนปรอยๆ อยู่หลายครั้ง เราทั้งคู่จึงไม่สามารถเก็บภาพความสวยงามของสถานที่แห่งนี้มาให้ทุกคนดูได้มากเท่าที่ควรครับ T_T

แต่เชื่อผมเถอะ ถ้าใครได้มีโอกาสไป Fukushima ในช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายนและมีรถส่วนตัว อย่าพลาดที่จะไปชมความงามของที่นี่เด็ดขาด เพราะผมเคยเห็นภาพของคนอื่นที่ไปในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจแล้ว มันสวยงามมากจริงๆ ครับ

และหลังจากที่ผมพยายามเฝ้ารอให้ท้องฟ้าและพระอาทิตย์บริเวณ Bandai-Azuma Lake Line เมตตาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ผมก็ต้องถอดใจเพราะสภาพเมฆดำในวันนั้นมันหนาทึบจริงๆ T_T

ในที่สุดผมกับต๋งก็ตัดสินใจเก็บกล้องถ่ายรูปและขับรถไปยังที่พักของเราในคืนนี้ที่ชื่อ Bandai Hibara Lakeside Hotel โดยเราใช้เวลาขับรถจากจุดชมวิว Bandai-Azuma Lake Line ประมาณ 25 นาทีก็ถึงที่พักครับ และหากใครกำลังมองหาที่พักที่อยู่ใกล้ๆ กับ Bandai-Azuma Lake Line กับบึง 5 สี Goshikinuma อยู่ ก็สามารถพิจารณาที่นี่เป็นตัวเลือกได้ ห้องพักเค้าดี ห้องกว้าง วิวสวย ราคาไม่แรง แถมยังอยู่ติดกับทะเลสาบ Hibara (ฮิบาระ) ด้วยครับ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามจนจบ และเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาทุกคนขับรถไปเที่ยวที่บึง 5 สี Goshikinuma (โกชิกินุมะ) อีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดฮิตของจังหวัด Fukushima โดยเฉพาะในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี และหากใครที่ไม่อยากพลาดทุกเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมกับต๋ง ก็สามารถกดติดตามได้ที่แฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

ภรรยาหา สามีใช้

ภรรยาหา สามีใช้ (Amazingcouple) คือ คู่หนุ่มสาวที่รักการถ่ายภาพ การแต่งหน้า การเดินทาง การได้กินของอร่อยๆ และการได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ที่สำคัญคือยังรักการเขียนและการเล่าเรื่อง และทั้งหมดนี้คือจุดกำเนิดของ website แห่งนี้ครับ มาร่วมสนุกและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตไปพร้อมกับพวกเรานะครับ

บทความที่เพิ่งดู

พาหัวใจติดปีกดูซากุระกับคำพยากรณ์ Cherry Blossom forecast 2019 !!

Autumn Fukushima ปี 2 < ทะเลสาบอินาวาชิโระ Inawashiro Lake / ทุ่งดอกไม้ inawashiro

ขับรถเที่ยว Fukushima ตอน บึง 5 สี Goshikinuma และ Bandaisan Gold Line

Bandai Hibara Lakeside Hotel : ที่พักริมทะเลสาบ Hibara ใกล้กับบึง 5 สี Goshikinuma

ชวนไปร้องรำทำเพลง!! กับการเชิดสิงโตที่เทศกาล Aizu Akae Higanishi lion

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima