งานเทศกาล

Enzoji Temple : อีกหนึ่งจุดชมใบไม้แดงในฟุคุชิมะที่ไม่ควรพลาด

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
CONTRARY TO POPULAR

Let's intro your website here. Ut hendrerit sem ut dolor commodo, at dignissim lectus sagittis. Nam pharetra convallis elit, in mollis diam fermentum pharetra. Praesent risus nibh, aliquam non ornare sed, posuere sit amet neque. Nullam in ipsum nisi.

Visit Website
สวัสดีทุกคนครับ นี่ก็เป็นวันที่สามของผมกับต๋งแล้วที่เราเช่ารถขับเที่ยวชมใบไม้แดงในจังหวัด Fukushima (ฟุคุชิมะ) ประเทศญี่ปุ่น โดยวันนี้พวกเราจะพาทุกคนไปที่ Enzoji Temple (วัดเอนโซจิ) หนึ่งในวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงของจังหวัด Fukushima โดยที่นี่เป็นวัดที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งมักจะอยู่ในช่วงต้นเดือนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปีครับ

ทำเลที่ตั้งของวัด Enzoji นั้นจะอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่มีแม่น้ำทาดามิ (Tadami) ที่สวยงามไหลผ่านด้านหน้า ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหลายๆ คนถึงหลงรักและประทับใจวัดแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นครับ

สำหรับการเดินทางมายังวัดแห่งนี้ เราจะสามารถเดินทางมาได้ 2 วิธีหลักๆ ด้วยกันดังนี้ครับ

วิธีที่ 1 : เดินทางด้วยรถไฟ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Aizu-Yanaizu ได้เลย จากนั้นก็เดินเท้าต่ออีกประมาณ 700 เมตรก็จะถึงทางขึ้นวัดครับ โดยสถานี Aizu-Yanaizu นี้ จะเป็นสถานีรถไฟที่อยู่ห่างจากสถานี Aizu-Miyashita ที่เราไปดูรถไฟข้ามแม่น้ำทาดามิบริเวณจุดชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou (ไดอิจิ เคียวเรียว) เพียงแค่ 23 นาทีเท่านั้น ดังนั้นใครที่วางแผนดีๆ ก็จะสามารถเที่ยวทั้งวัด Enzoji กับจุดชมวิวรถไฟสะพาน Daiichi Kyouryou ภายในวันเดียวกันได้เลยครับ

วิธีที่ 2 : เดินทางด้วยรถส่วนตัว สำหรับวิธีนี้ก็ง่ายๆ เลย เพราะเราสามารถพิมพ์คำว่า Enzoji Temple ลงใน Google Maps หรือ Navigator บนรถที่เราเช่ามาได้เลยครับ รับรองว่ามาถูกที่ไม่มีหลงแน่ๆ โดยในเรื่องที่จอดรถนั้นเราก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะบริเวณใกล้ๆ กับวัดนั้นมีที่จอดรถเยอะเลย แถมไม่เสียค่าบริการในการจอดด้วย

นี่เป็นภาพของร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ กับวัดครับ ใครที่รีบเดินทางมาและยังไม่ได้กินอะไรมาก่อนก็สามารถฝากท้องไว้กับร้านเหล่านี้ได้

และนี่ก็คือหน้าตาของวัด Enzoji พระเอกของเราในวันนี้ครับ จะเห็นได้ชัดเลยใช่มั้ยครับว่าวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาเล็กๆ และเราจะต้องเดินขึ้นบันไดกัน ซึ่งก่อนที่จะเริ่มเดินขึ้นบันไดไปชมความสวยงามของวัดกันนั้น ผมแนะนำให้ทุกคนเดินไปดูแผนที่และหินทรงกลมนี่มีไอร้อนๆ ที่ตั้งอยู่ด้านข้างบันไดแบบนี้ก่อนครับ เราจะได้พอรู้ข้อมูลของวัดแห่งนี้ และก็เจ้าหินทรงกลมนี้เป็นอะไรที่แปลกมากเพราะน้ำที่ไหลผ่านหินนี้นั้นจะมีความร้อนจนทำให้เกิดไอแบบที่ผมถ่ายรูปมาเลยครับ

นี่เป็นภาพระหว่างที่ผมกำลังเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังวัดครับ วิวด้านซ้ายมือที่เป็นแม่น้ำทาดามินั้นมีความสวยงามมากๆ ใครที่ชอบถ่ายรูปนี้ถ่ายกันเพลินเลย ^^

ส่วนนี่เป็นภาพของบริเวณวัดที่เราจะได้เห็นหลังจากที่เราก้าวผ่านพ้นบันไดขั้นสุดท้ายครับ โดยจำนวนขั้นบันไดของการเดินขึ้นมาที่วัดนี้ไม่ได้เยอะมาก ใช้เวลาเดินแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้ว เดินชิลๆ สบายๆ

สำหรับประวัติคร่าวๆ ของวัด Enzoji ที่ผมว่าน่าสนใจก็คือวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 807 หรือประมาณ 1,200 ปีก่อนครับ โดยนักบวชที่ชื่อ Tokuichi Daishi ซึ่งเป็นนักบวชที่มีชื่อเสียงมากในเมือง Aizu ในช่วงเวลานั้นได้เป็นผู้สร้างขึ้นมา และในอดีตนั้นวัดแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ทั้งหมด รวมไปถึงโถงระเบียงของอาคารหลักที่ตั้งอยู่บนหน้าผานั้นก็สร้างขึ้นมาจากไม้เหมือนกันครับ เพียงแต่พอเวลาผ่านไปนับพันปี ไม้หลายๆ ส่วนก็เริ่มมีการผุพังลง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเค้าก็เลยมีการเสริมคอนกรีตและโครงสร้างอื่นๆ เข้ามาเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโถงระเบียงไม้แห่งนี้ แต่ในส่วนอื่นๆ ของวัดนั้นยังคงมีความเป็นไม้เหมือนเช่นในอดีตครับ

หมายเหตุ : ภายในอาคารหลักของวัดนี้เราไม่สามารถถ่ายภาพได้นะครับ

และนอกจากวัด Enzoji นั้นจะเป็นวัดที่มีความสวยงามและเก่าแก่มากแล้ว ที่วัดแห่งนี้ยังเป็นที่กำเนิดของน้องวัวแดง Akabeko (อะคาเบโกะ) ซึ่งเป็นมาสคอตของเมือง Aizu-Wakamatsu (ไอซึวากามัตซึ) ด้วยครับ ดังนั้นทุกคนก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงมีรูปเจ้าวัวแดงที่วัดแห่งนี้ด้วย

โดยประวัติความเป็นมาของเจ้าวัวแดง Akabeko นั้นมีการเล่าว่าในสมัยเริ่มแรกที่มีการก่อสร้างวัด Enzoji ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกเมือง Aizu-Yanaizu ได้ใช้วัวแดงจำนวนหนึ่งเป็นพาหนะเพื่อใช้ในการขนไม้ขึ้นไปบนยอดเขาโดยที่ไม่ได้ใช้พาหนะอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือเลย และเมื่อวัด Enzoji แห่งนี้ก่อสร้างเสร็จวัวแดงเหล่านั้นก็ไม่ยอมจากไปที่อื่น ชาวบ้านเมือง Aizu-Yanaizu จึงมีความเชื่อว่าวัวแดงเหล่านั้นมีความจงรักภักดีและผูกพันกับวัดแห่งนี้ จึงได้ทำการยกย่องให้วัวแดงเหล่านั้นกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีต่อเทพเจ้า และก็ได้เริ่มมีการนำเอารูปวัวแดงมาทำเป็นของที่ระลึกต่างๆ ภายในเมือง เช่น ตุ๊กตา, พวงกุญแจ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเมือง Aizu ก็ได้นำเจ้า Akabeko นี้เป็นมาสคอตประจำเมืองแบบที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ครับ ^^

หมายเหตุ : คำว่า Akabeko มาจากคำว่า Aka และ Beko โดยคำว่า Aka หมายถึงสีแดง และคำว่า Beko หมายถึงวัวครับ

ใครที่อยากจะชมวัดเก่าแก่สวยๆ ริมแม่น้ำ พร้อมกับถ่ายรูปกับเจ้าวัวแดงอันโด่งดัง ณ สถานที่ที่เป็นบ้านเกิดมันก็อย่าลืมแพลนตัวเองมาเที่ยวที่วัด Enzoji แห่งนี้นะครับ โดยที่วัดนี้เค้าจะเปิดให้เราเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 6:00 น. – 17:00 น. (ยกเว้นในเดือน ธ.ค. – ก.พ. จะปิดตั้งแต่เวลา 16.30 น.) และในการเข้าชมนั้นเราจะสามารถเข้าชมได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย

นอกจากนั้นที่นี่ยังมีรูปปั้นวัวแบบนี้อยู่ด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้ผมเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นรูปปั้นวัวแดงจริงๆ ก่อนที่จะถูกดัดแปลงมาเป็นเจ้า Akabeko แบบที่เราเห็นทุกวันนี้ โดยรูปปั้นวัวนี้ได้รับความสนใจจากคนญี่ปุ่นเยอะมาก แต่ละคนที่มาต้องเดินมาดู, ถ่ายรูป แล้วก็ลูบคลำส่วนต่างๆ ของวัว ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้ามีความเชื่อว่าอะไรกัน รู้แต่เพียงว่าส่วนไหนที่ถูกคนลูบคลำเยอะที่สุดครับ เห็นชัดเจนมาก เงาแว้บเลย ><

และภายในวัด Enzoji ยังมีอาคารเก่าแก่และสวนสวยๆ ให้เราเดินชมอีกด้วยนะครับ ใครที่ได้มาที่วัดแห่งนี้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความสวยงามมาก โดยในภาพที่ทุกคนเห็นผมถ่ายมานั้นเป็นการถ่ายในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561 ซึ่งใบไม้ยังเปลี่ยนสีได้แค่ประมาณ 60% เท่านั้นครับ ใครที่ได้มาช่วงที่เปลี่ยนสี 80-90% ขึ้นไปบอกเลยว่าสวยกว่านี้อีกเยอะเลย

เอาล่ะ หลังจากที่เราชมเดินชมวัด Enzoji จนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ก่อนที่เราจะเดินทางกลับหรือไปเที่ยวที่อื่นต่อ ผมขอแนะนำทุกคนว่าอย่าพึ่งรีบกลับนะครับ ให้เผื่อเวลาอีกซัก 20-30 นาทีเดินชมวิวบริเวณด้านล่างแถวๆ แม่น้ำทาดามิและสะพานสีแดงก่อน เพราะที่บริเวณนี้จะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลย แถมยังมีรูปปั้นวัวแดง Akabeko ให้เราถ่ายอีกจุดนึงด้วยครับ

และตอนนี้ผมก็ได้พาทุกคนเดินเที่ยววัด Enzoji จังหวัด Fukushima รวมถึงบริเวณใกล้เคียงไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ชื่นชอบการเที่ยวชมวัดญี่ปุ่นเก่าแก่ มีวิวธรรมชาติสวยๆ และไม่ต้องการเจอกับนักท่องเที่ยวเยอะๆ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจเลยครับโดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยวที่นี่ก็คือประมาณ 1 – 1.30 ชั่วโมง และหากใครที่จัดสรรเวลาและแผนเที่ยวดีๆ ก็จะสามารถมาเที่ยววัดแห่งนี้พร้อมกับการไปชมรถไฟข้ามแม่น้ำทาดามิที่บริเวณจุดชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou (ไดอิจิ เคียวเรียว) ได้เลยครับ บอกเลยว่าวิวที่จุดนี้สวยมากๆ และถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการมาเที่ยวจังหวัด Fukushima ที่เราไม่ควรพลาดเลย

ทั้งนี้ภาพที่ทุกคนในเซ็ตนี้นั้นเป็นภาพที่ผมถ่ายในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ผมถ่ายภาพวัด Enzoji ครับ โดยคืนก่อนหน้านั้นผมนอนที่เมือง Aizu-Miyashita จากนั้นก็ตื่นตั้งแต่เช้าและขับรถไปรอถ่ายรูปรถไฟที่จุดชมวิว แล้วค่อยขับรถมาที่วัด Enzoji ครับ ใครที่เช่ารถขับแบบผมก็สามารถใช้แผนเดียวกันเลยก็ได้ แต่ถ้าใครนั่งรถไฟก็อาจจะต้องเช็คเวลารถไฟและวางแผนการเดินทางให้เหมาะกับตัวเองนะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และเดี๋ยวบทความหน้าผมจะพาทุกคนไปเที่ยวที่เขื่อนทาโกะคุระ (Tagokura Dam) ในเมืองทาดามิ (Tadami) ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวที่ผมกับต๋งประทับใจเป็นลำดับต้นๆ ของทริปนี้เลยครับ ใครที่ไม่อยากพลาดก็กดติดตามแฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ไว้ได้เลย แล้วพบกันในบทความหน้า สวัสดีครับ

Food

Trips

photograph

ภรรยาหา สามีใช้

ภรรยาหา สามีใช้ (Amazingcouple) คือ คู่หนุ่มสาวที่รักการถ่ายภาพ การแต่งหน้า การเดินทาง การได้กินของอร่อยๆ และการได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ที่สำคัญคือยังรักการเขียนและการเล่าเรื่อง และทั้งหมดนี้คือจุดกำเนิดของ website แห่งนี้ครับ มาร่วมสนุกและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตไปพร้อมกับพวกเรานะครับ

บทความที่เพิ่งดู

Awesome Autumn in Fukushima Day 5 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Awesome Autumn in Fukushima Day 4 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Kitakata Soba Festa เทศกาลพุงแตกแห่งปีกับโซบะขั้นเทพแห่งเมืองKitakata

ฟิน อิน จบแบบปังๆ !!! 3 สถานที่พักออนเซ็นใกล้แหล่งงานเทศกาลหิมะ!!

7 ที่พัก ดินแดน Aizu (3 โรงแรม 4 เรียวกัง)

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima