การเดินทาง บทความจาก Blogger

Awesome Autumn in Fukushima Day 1 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Rating Chart

5 average based on 1 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
CONTRARY TO POPULAR

Let's intro your website here. Ut hendrerit sem ut dolor commodo, at dignissim lectus sagittis. Nam pharetra convallis elit, in mollis diam fermentum pharetra. Praesent risus nibh, aliquam non ornare sed, posuere sit amet neque. Nullam in ipsum nisi.

Visit Website

มีคนกล่าวไว้ว่า “จังหวัดฟุคุชิมะ เป็นจังหวัดอินดี้”

และคนที่พูดประโยคนี้ ก็เป็นคนใกล้ตัวเราเองนี่แหล่ะ… ซึ่งเราก็พยายามพูดโน้มน้าวว่า จังหวัดนี้ไม่ใช่สายอินดี้นะ… ที่นี่มีที่เที่ยวสวย ๆ แบบพิมพ์นิยมของเหล่ามหาชนอยู่เพียบเลย…

แต่… หลังจากที่เราได้โทรไปจองที่พักแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุคุชิมะ แล้วได้ยินคำถามมาจากปลายสายว่า…

“หนูจะมาทำอะไรกันจ๊ะ..? ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนะ…”

ได้ยินประโยคคำถามมาแบบนี้ เราก็แอบสตั๊นไปเล็กน้อย และคิดขึ้นมาในใจว่า “เอ๊ะ..! หรือว่าจังหวัดนี้มันจะอินดี้อย่างที่เค้าว่าจริง ๆ”

ยิ่งพอมานั่งดูลิสต์สถานที่ที่เราจะไปรอบนี้ ก็ดูจะเป็นที่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมไปเที่ยวกันอีกต่างหาก

เรียกว่า… อินดี้ในอินดี้, อินดี้ซ้ำอินดี้ซ้อน, อินดี้แบบอินเซปชั่นกันเลยทีเดียว…

ฟุคุชิมะ (Fukushima) เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) จัดว่าเป็นจังหวัดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น และด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่นี่เอง จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนี้ มีอยู่มากมายและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม หรือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และสวยงาม… และที่สำคัญ จังหวัดนี้อยู่ห่างจากโตเกียวเพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่งเองนะ

Plan Trip

สำหรับแพลนทริปในครั้งนี้ โจทย์ถือว่าค่อนข้างหินพอสมควร เพราะว่าเป้าหมายหลักของเราอยู่ที่หมู่บ้านโชวะ  แต่ด้วยความที่หมู่บ้านนี้อยู่ห่างไกล แถมรอบรถโดยสารยังมีน้อยจนน่าใจหาย ทำให้เราต้องวางแผนค่อนข้างรัดกุมพอสมควร ส่งผลให้เราต้องตื่นเช้าทุกวัน เพราะต้องไปให้ทันรอบรถไฟ และห้ามตกรถบัสโดยเด็ดขาด..!

วันที่ 1 : Nakatsugawa

วันที่ 2 : Goshikinuma Pond, Hanitsu Jinja, Tsuruga Castle

วันที่ 3 : Ouchi-juku, Furumachi

วันที่ 4 : Aizu Tajima, Showa Village

วันที่ 5 : Mishima, Aizu Yanaizu

วันที่ 6 : Takayu Onsen

วันที่ 7 : Azuma Sports Park

ช่วงเวลาเดินทาง : 30 ต.ค. – 5 พ.ย. 2561

การจะเที่ยวให้ครบทั้งหมดนี้ เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก… บางวันกลับมาถึงที่พักแล้วสลบไปเลยก็มี… เอาเป็นว่า ถ้าใครคิดที่จะตามรอยแบบครบทุกกระบวนท่า แนะนำว่าควรไปออกกำลังกายเตรียมความฟิตกันซักหน่อย… เพราะสำหรับคนที่ไม่ออกกำลังกายอย่างเราแล้ว เวลากลับมาถึงที่พักทีไร ต้องร้องโอดโอยปานจะขาดใจ เพราะปวดเมื่อยอยู่แทบทุกคืน…

แต่ถ้าได้กลับไปเที่ยวอีก ก็ไม่หวั่นนะ ฟิตมาก… #สมัครเมมเบอร์ฟิตเนส

การเดินทาง

JR East Pass (Tohoku Area)

เนื่องด้วยจังหวัดฟุคุชิมะ อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ เราจึงเลือกใช้ JR East Pass (Tohoku Area) เป็นพาสที่สามารถขึ้นรถไฟสาย JR แบบไม่จำกัดรอบ เป็นระยะเวลา 5 วัน แบบไม่ติดต่อกัน ช่วงเวลาการใช้บัตรภายใน 14 วัน นับจากวันที่ไปแลกพาส สามารถใช้ได้ในแถบภูมิภาค Kanto และ Tohoku โดยเราซื้อมาในราคาประมาณ 19,000 เยน

Aizu Gurutto Card

ส่วนสถานที่ที่บัตร JR East Pass (Tohoku Area) ไม่ครอบคลุม เราเลือกใช้บัตรเสริมอย่าง Aizu Gurutto Card บัตรที่สามารถขึ้นรถไฟ และรถบัสในฟุคุชิมะได้แบบไม่จำกัดรอบ เป็นระยะเวลา 2 วัน แบบติดต่อกัน

โดยเส้นทางที่สามารถใช้ได้ก็คือ รถไฟสาย Aizu Railway (Ouchi-juku, Tono Hetsuri), JR Tadami Line (ใช้ได้ถึงสถานี Aizu Yanaizu) รถบัส Bandai TOTO Bus (เที่ยวทะเลสาบ 5 สี Goshikinuma Pond) รวมถึงนั่ง Aizu Loop Bus ที่เมือง Aizu Wakamatsu ได้แบบไม่อั้น

รายละเอียดเส้นทางเพิ่มเติม จิ้มที่ลิงค์นี้ https://www.aizukanko.com/kk/aizucard/img/aizucard-area.jpg

ราคาอยู่ที่ 2,670 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 1,340 เยน สำหรับเด็ก

Internet SIM

สิ่งที่สำคัญที่สุด และขาดไม่ได้ราวกับปัจจัยที่ 5 นั่นก็คืออินเตอร์เน็ต เราเลือกใช้ Sim2Fly ของเครือข่าย AIS โดยสามารถใช้อินเตอร์เนตได้ 4GB เป็นระยะเวลา 8 วัน ในราคา 399 บาท ถ้าในกรณีที่มีซิมอยู่แล้ว เพียงแค่สมัครแพ็คเกจในราคา 299 บาท ก็ใช้ได้เช่นกัน

ส่วนเรื่องสัญญาณ ค่อนข้างครอบคลุม และแรงดีไม่มีตก เว้นแต่จะอยู่ในพื้นที่ป่าเขาที่ลึกมากจริง ๆ นอกจากจะใช้หาข้อมูล เปิด google maps นำทางแล้ว ยังสามารถอัพรูปอวดเพื่อน ๆ ให้อิจฉาในระหว่างทริปได้อีกด้วยนะ

Website หรือ App ที่จำเป็น

  • www.hyperdia.com เว็บไซต์สำหรับเช็ครอบรถไฟในญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมและละเอียดที่สุด
  • Google Maps แอพฯแผนที่ ที่ขาดไปแล้วเหมือนจะขาดใจ
  • Translate แอพฯแปลภาษา สามารถแปลภาษาจากภาพ หรือเสียงได้ด้วย เป็นแอพฯที่ช่วยชีวิตเราในหลาย ๆ ครั้ง
  • www.welovefukushima.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก รวมถึงร้านอาหารในจังหวัดฟุคุชิมะ ที่ครบครับที่สุด

สภาพอากาศ

ช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่อากาศในญี่ปุ่นเริ่มเย็นลงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว อุณภูมิในตอนกลางวันจะอยู่ระหว่าง 10-20 องศา อากาศเย็นสบาย ใส่เสื้อหนาวตัวเดียวก็เอาอยู่ แต่พอตกกลางคืนเมื่อไหร่ อุณภูมิก็จะดีดมาเป็นเลขตัวเดียวเลยค่ะคุณขา เราเคยเจอ 3 องศาในช่วงหัวค่ำ ขณะที่กำลังขี่จักรยานอยู่ เรียกว่าหนาวจนควันออกปาก หนาวจนฟันกระทบกันเลยทีเดียว

นอกจากอากาศจะหนาวแล้ว สิ่งที่มีโอกาสจะเจอสูงมากก็คือ ฝน เพราะช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงไพร์มไทม์ของพายุใต้ฝุ่น สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก็คือ ร่ม หรือเสื้อกันฝน อย่าได้ขาดเชียว #เตือนแล้วนะ

สาระกันมาเยอะแล้ว ต่อไปขอเชิญเข้าสู่ช่วงมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง กันดีกว่า…

การผจญภัยของเราเริ่มต้นขึ้น เมื่อล้อเครื่องบินแตะรันเวย์สนามบินฮาเนดะ ตอนเวลา 07.00 น. สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากที่ผ่าน ต.ม. และรับสัมภาระมาแล้ว นั่นก็คือ การไปแลกตั๋ว JR East Pass (Tohoku Area) แล้วมุ่งหน้าไปยังสถานี Inawashiro จังหวัดฟุคุชิมะทันที

ที่ต้องรีบขนาดนี้ เพราะว่าเรามีโปรแกรมเที่ยวกันตั้งแต่วันแรกเลย…

วิ่งสิค๊ะ…รออะไร

หลังจากที่หอบสารร่าง และกระเป๋าน้ำหนักกว่า 25 กิโลกรัม มาจากโตเกียวอย่างทุลักทุเล เราก็มาถึงสถานี Inawshiro ในเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง

สภาพอากาศ ณ.ขณะนั้น ฝนตกหนัก และหนาวมาก… ถึงขนาดต้องหาถุงมือมาใส่เลยทีเดียว… แต่พอเห็นใบไม้สีแจ่ม ๆ ที่ด้านหน้าสถานี Inawashiro ก็ใจชื้น มีแรงฮึดสู้ขึ้นมา…

เมื่อถึงสถานี เราก็ตรงเข้าไปซื้อ Aizu Gurutto Card ก่อนเป็นลำดับแรก บัตรนี้สามารถใช้ขึ้นรถบัส และรถไฟ ใน Fukushima ได้แบบไม่จำกัดรอบ ภายใน 2 วันติดต่อกัน ในราคา 2,670 เยน

ซึ่งการซื้อบัตรนี้ ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย… ไม่ใช่ว่าบัตรนี้ไม่ดีนะ แต่เป็นที่เราต่างหากที่คำนวณการเดินทางผิดพลาด โดยที่ลืมไปว่า วันนี้เราค้างคืนที่นี่ และพรุ่งนี้ก็ไม่ได้มีโปรแกรมที่จะต้องเดินทางไปไหนไกล ๆ เลย พอบวกลบคูณหารการเดินทางทั้งหมดแล้ว เราขาดทุนไปประมาณ 630 เยน…

โอ๊ย… คราวหลังจะไม่คิดเลขหลังจากที่ลงเครื่องบินแล้วจ้า…

ภารกิจของเราในวันนี้ ก็คือการเข้าเช็คอินที่โรงแรม Active Resorts URABANDAI เหตุผลที่เราเลือกพักที่นี่ก็เพราะว่า โรงแรมนี้อยู่ตรงกันข้ามกับ Goshikinuma pond หรือทะเลสาบ 5 สีเลย แถมยังมีป้ายรถบัส ที่หน้าโรงแรมอีกต่างหาก สะดวกมาก…

พิกัด : https://goo.gl/maps/zEWcJC5wPCu

ซึ่งรอบเวลารถบัสก็เป็นรอบเวลาเดียวกันกับการไปเที่ยวทะเลสาบ 5 สีเลย แต่ว่าจะถึงโรงแรมก่อน โดยระยะห่างจากป้าย Goshiki-numa Iriguchi (ชื่อป้ายรถบัสทะเลสาบ 5 สี) เพียง 300 เมตรเท่านั้น…

รอบเวลา Bandai Toto Bus (วันธรรมดา)

จากสถานี Inawshiro ไป Active Resort Urabandai

8.15 น. / 9.15 น. / 10.40 น. / 11.25 น. / 12.45 น. / 13.02 น. / 13.58 น. / 15.00 น. / 16.05 น. / 16.38 น. / 17.00 น. / 17.50 น. / 18.50 น.

จาก Active Resort Urabandai ไปสถานี Inawshiro

7.25 น. / 7.52 น. / 8.57 น. / 10.17 น. / 10.37 น. / 12.54 น. / 13.27 น. / 14.27 น. / 14.47 น. / 16.02 น. / 17.02 น. / 17.38 น.

รอบเวลา Bandai Toto Bus (วันหยุด)

จากสถานี Inawshiro ไป Goshiki-numa Iriguchi

19.15 น. / 10.40 น. / 11.25 น. / 12.45 น. / 13.58 น. / 15.00 น. / 16.28 น. / 17.50 น.

จาก Goshiki-numa Iriguchi ไปสถานี Inawshiro

10.17 น. / 11.42 น. / 12.23 น. / 12.54 น. / 13.12 น. / 14.47 น. / 16.02 น. / 17.02 น. / 18.22 น.

ราคาค่าโดยสาร 770 เยน ต่อเที่ยว

เรากะเตงกระเป๋าใบใหญ่ ขึ้นรถบัสรอบ 12.45 น. อย่างทุลักทุเล ถ้าใครมีสัมภาระติดตัวมา แต่ไม่อยากแบก ก็สามารถฝากได้ที่ตู้รับฝากกระเป๋าที่สถานี Inawashiro ได้นะ แต่ว่าจำนวนตู้อาจจะน้อยไปหน่อย ต้องมาวัดดวงกันที่หน้างานกันอีกที…

นั่งชมวิวเพลิน ๆ แป๊บเดียวก็มาถึงแล้วจ้า รถบัสมาจอดที่หน้าล็อบบี้โรงแรมเลย ใกล้มาก… ถ้าใกล้กว่านี้ก็ประตูห้องแล้ว…

หลังจากที่เช็คอิน และจัดการเรื่องสัมภาระออกไปให้พ้นตัวแล้ว ก็ได้เวลาไปตามล่าใบไม้เปลี่ยนสีอย่างจริง ๆ จัง ๆ กันซักที…

โปรแกรมแรกของทริป และเป็นโปรแกรมที่เราตั้งความหวังไว้มาก… นั่นก็คือ การปั่นจักรยานบนเส้นทางสุดแสนจะอินดี้ เลียบทะเลสาบอะคิโมโต เพื่อไปหุบเขานาคาซึกาวะ

หุบเขานาคาซึกาวะ (Nakatsugawa) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติบันได-อะซาฮิ (Bandai-Asahi) บนพื้นที่ราบสูงบันได โคเกน (Bandai-kogen) โดยเป็นหุบเขาที่มีธารน้ำไหลผ่านลงที่ทะเลสาบอะคิโมโต (Akimoto) ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม และมีชื่อเสียงมาก โดยการเดินทางจะมีอยู่ 2 วิธีคือ

  • การขับรถยนต์ โดยมาจอดที่ Nakatsugawa Valley Rest House (中津川渓谷レストハウス) แล้วเดินเท้าอีกประมาณ 10-15 นาที
  • การขี่จักรยาน หรือเดิน บนเส้นทางเลียบทะเลสาบอะคิโมโต (Akimoto Cyling Road)

โดยเส้นทางปั่นจักรยานเลียบทะเลสาบ จะมีระยะทางทั้งหมด 8.5 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากจุดที่ 1 (โรงแรม Active Resort Urabandai) ไปจนถึงจุดที่ 2 หลังจากนั้น ทุกคนจะต้องจอดจักรยานในจุดที่ 2 แล้วเดินเท้าต่อไปยังจุดที่ 3 อีกประมาณ 1.3 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 9.8 กิโลเมตร

พิกัด : https://goo.gl/maps/7pPzWV5M6oR2

สำหรับสถานที่เช่าจักรยาน สามารถมาเช่าได้ที่โรงแรม Active Resort Urabandai ในราคา 1,080 เยน (รวม Vat 8%) ใช้ได้ 1 วัน แบบไม่จำกัดเวลา

เรารีบทำเรื่องเช่าจักรยานจากที่พักทันที เพราะฤดูนี้พระอาทิตย์ตกเร็วมาก ต้องเร่งทำเวลา แม้ทางพนักงานโรงแรมจะมีเสียงทัดทานเล็กน้อย เพราะเห็นว่าฝนกำลังตกอยู่ก็ตาม…

เมื่อปักหมุดในกูเกิลแมพแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทาง…

ขามานี่เป็นทางลงเนินล้วน ๆ เรียกว่าปล่อยให้จักรยานไหลไปแบบฟรี ๆ สบายจนไม่อยากคิดถึงสภาพตอนปั่นกลับเลย… จนมาเจอเข้ากับป้ายแบบนี้… เป็นอันว่ามาถูกทางแล้ว…

ใบไม้ทั้งสองข้างทางนั้นสวยมาก ๆ ไม่แน่ใจว่าที่เห็นนี่ อยู่ในช่วงพีคหรือยัง… แต่แค่นี้ก็สวย จนต้องเสียเวลาไปถ่ายรูปอยู่ตั้งนานสองนานแน่ะ

หลาย ๆ คน รวมถึงตัวเรา ก็น่าจะมีภาพในหัวว่า… การได้มาปั่นจักรยานชมใบไม้เปลี่ยนสี มันต้องชิลล์ ๆ โลกสวยอย่างแน่นอน…

แต่เปล่าเลย… มันเหนื่อยรากเลือดมากค่ะคุณขา… ไอ้ภาพที่เห็นกำลังปั่นสวย ๆ เฟี๊ยส ๆ อ่ะ แอ็คติ้งทั้งนั้น…

แถมสภาพอากาศก็เป็นตัวตัดกำลังได้เป็นอย่างดี เพราะว่าฝนตกเกือบตลอดเวลา อากาศก็หนาวมาก ๆ จนมือแทบจะแข็งเป็นหินอยู่แล้ว…

แต่วิวสวย ๆ ก็ทำให้ต่อมกระสันอยากเที่ยวมันทำงาน เลยจำเป็นต้องปั่นต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอยากรู้ว่าวิวที่เราจะเห็นต่อไป มันจะสวยซักขนาดไหน

ทะเลสาบอาคิโมโต ในวันที่มีแต่เมฆฝนล้วน ๆ

พอเริ่มปั่นเข้าไปลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ใบไม้ก็สวยมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน… จำได้ว่าตอนนี้ ลืมความเหนื่อยไปแล้ว…

ปั่นต่อ ไม่รอแล้วนะ…

แต่…

ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับความสวยงามอยู่นั่นเอง เราก็เจอเข้ากับสิ่งแปลกปลอมที่ขวางทางอยู่ จนต้องรีบเบรคจักรยานจนหัวทิ่ม…

มันคือราวเหล็กที่กั้นขวางถนนไว้ พร้อมกับป้ายอันใหญ่เบ่อเริ่ม ที่เราจับใจความได้ว่า…

เส้นทางนี้ปิดให้บริการ…

สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นก็คือ หันหัวจักรยานกลับอย่างไม่เต็มใจ แล้วก็ปั่นน่องปูดกลับไปพร้อมคราบน้ำตา…

กรี๊ด… ทำไมเรื่องมันหักมุมง่าย ๆ อย่างนี้ล่ะเจ้าค๊ะ…

หลังจากที่กลับมาแล้ว เราก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบว่า เส้นทางนี้ปิดให้บริการ เพราะว่ามีโอกาสเกิดเหตุการณ์หินและดินถล่ม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้…

ถ้าใครต้องการที่จะไปเที่ยวเส้นทางนี้ ยังไงเช็คข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ หรือส่งอีเมล์ไปสอบถามก่อนก็ได้นะ… จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนเรา #ร้องไห้

www.urabandai-inf.com

ไงล่ะ ทางปิดไม่ให้เข้า อินดี้มั๊ยล่ะเมิงงง…

หลังจากที่จบทริปวันนี้ไปแบบน้ำตาตกใน… เราก็กลับมาเลียแผลใจที่ Urabandai Active Resort กันต่อ

โรงแรมนี้เราจองผ่านเว็บไซต์ Agoda ในราคาประมาณ 15,000 เยนต่อห้อง โดยสามารถพักได้ 2 คน แต่ไม่รวมอาหารทั้งมื้อเย็น และมื้อเช้า

โดยห้องพักจะมีอยู่ 2 แบบให้เลือก ก็คือห้องเวสเทิร์นสไตล์ และแจแปนนิสสไตล์ ซึ่งเราเลือกห้องในแบบหลัง

เปิดตู้เสื้อผ้ามา แล้วมีชุดยูคาตะให้เปลี่ยนแบบนี้ แน่นอนว่าที่นี่มีออนเซ็นให้บริการ อยากจะบอกว่า ออนเซ็นที่นี่ มีบ่อกลางแจ้งที่สวยงามมาก มีต้นเมเปิลที่กำลังเปลี่ยนสีแผ่กิ่งก้านอยู่เหนือบ่อด้วย ฟินสุด… (แต่ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้)

เนื่องด้วยเราจองที่พักแบบไม่มีอาหาร ทำให้เราต้องออกแรงในการปูที่นอนเอง (เพราะว่าทางพนักงานจะแอบมาปูที่นอนให้ ระหว่างที่เรารับประทานอาหารอยู่) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเราปูถูกต้องรึเปล่า… แต่หน้าตาก็ออกมาไม่ขี้เหร่นะ…

จบทริปวันแรกไปแบบจะขาดใจ เพราะเหนื่อยกับการปั่นจักรยานขึ้นเนินท่ามกลางสายฝนอันหนาวเหน็บ (หนาวจริง ๆ นะ 3 องศาตอนประมาณ 5 โมงเย็น) ยังไงพรุ่งนี้ขอให้ฟ้าฝนเป็นใจกว่าวันนี้ด้วยนะเจ้าค๊ะ…

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

[ Kaiseizan Kouen และ Fujitagawa Fureaisakura ]เกาะติด(หลัง) พาชมซากุระแบบให้ตายยังไงก็ไม่หลง

Awesome Autumn in Fukushima Day 3 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Awesome Autumn in Fukushima Day 2 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

ฟิน อิน จบแบบปังๆ !!! 3 สถานที่พักออนเซ็นใกล้แหล่งงานเทศกาลหิมะ!!

10 สุดยอด จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ของจังหวัดฟุคุชิมะ (FUKUSHIMA)

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima