Japan จุดชมวิว บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว Tips

Awesome Autumn in Fukushima Day 2 : เมื่อครั้งใบไม้เปลี่ยนสี ที่ฟุคุชิมะ

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
CONTRARY TO POPULAR

Let's intro your website here. Ut hendrerit sem ut dolor commodo, at dignissim lectus sagittis. Nam pharetra convallis elit, in mollis diam fermentum pharetra. Praesent risus nibh, aliquam non ornare sed, posuere sit amet neque. Nullam in ipsum nisi.

Visit Website

เช้านี้เราตื่นมาก็รับรู้ได้เลยว่า การปั่นจักรยานเมื่อวาน เริ่มส่งผลต่อร่างกายเราบ้างแล้ว… ไม่ว่าจะเป็นการปวดขา ปวดไหล่ และปวดก้น… ก็อานมันแข็งนี่นา…

แม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจอยากตื่นนัก แต่พอลุกไปเปิดหน้าต่าง แล้วเจอกับแสงแดดที่แยงเข้ามา ตาก็สว่างโดยพลัน… คุณพระ..! เมื่อวานนี้เจอแต่ฝน วันนี้จะได้เจอแสงแดดบ้างแล้วโว้ย…

เช้านี้เป้าหมายแรกของเราอยู่ที่ Goshikinuma หรือที่รู้จักกันในชื่อ บึงน้ำ 5 สี ที่นี่จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่ต้องห้ามพลาด เมื่อมาเยือนฟุคุชิมะ เพราะว่าด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะสีของน้ำในบึง ที่เค้าว่ากันว่า จะเปลี่ยนสีไปไม่ซ้ำตามช่วงเวลาในแต่ละวัน

บึงนี้ อยู่ห่างจากที่พักเราเพียงแค่ 400 เมตรเท่านั้น ข้อดีของการมาพักที่โรงแรมใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยวมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

พิกัด : https://goo.gl/maps/pECxbDPF92Q2

ส่วนถ้าใครไม่ได้พักที่โรงแรมใกล้ ๆ เหมือนเรา ก็สามารถขึ้นรถบัสจากหน้าสถานี Inawashiro มาลงที่ป้าย Goshiki-numa Iriguchi ได้เลย โดยรอบเวลารถบัสมีดังนี้

รอบเวลา Bandai Toto Bus (วันธรรมดา)

จากสถานี Inawshiro ไป Goshiki-numa Iriguchi

8.15 น. / 9.15 น. / 10.40 น. / 11.25 น. / 12.45 น. / 13.02 น. / 13.58 น. / 15.00 น. / 16.05 น. / 16.38 น. / 17.00 น. / 17.50 น. / 18.50 น.

จาก Goshiki-numa Iriguchi ไปสถานี Inawshiro

5.51 น. / 7.50 น. / 8.55 น. / 10.15 น. / 10.35 น. / 12.52 น. / 13.25 น. / 14.25 น. / 14.45 น. / 16.00 น. / 17.00 น. / 17.36 น.

รอบเวลา Bandai Toto Bus (วันหยุด)

จากสถานี Inawshiro ไป Goshiki-numa Iriguchi

19.15 น. / 10.40 น. / 11.25 น. / 12.45 น. / 13.58 น. / 15.00 น. / 16.28 น. / 17.50 น.

จาก Goshiki-numa Iriguchi ไปสถานี Inawshiro

10.15 น. / 11.40 น. / 12.21 น. / 12.52 น. / 13.10 น. / 14.45 น. / 16.00 น. / 17.00 น. / 18.20 น.

ราคาค่าโดยสาร 770 เยนต่อเที่ยว

หลังจากที่เมื่อกี๊ เกิดอาการลิงโลดดีใจ เพราะว่าเห็นแสงแดดส่องกระทบตา… แต่พอได้ออกจากโรงแรมมาเที่ยวจริง ๆ ฝนก็พรั่งพรูลงมาต้อนรับเราทันที…

ปักตะไคร้ทันมั้ย…

เหตุผลที่เราเลือกที่พักใกล้ ๆ ก็เพราะว่าเราอยากที่จะมาเที่ยวที่นี่ตั้งแต่เช้า เพราะคิดเอาเองว่า คนน่าจะยังมาเที่ยวไม่เยอะมาก…

แต่กลายเป็นว่า เราคาดการณ์ผิด… และผิดไปเยอะมาก… เพราะทัวร์ลงเต็มไปหมดเลยค่ะคุณ

เดินมาเรื่อย ๆ ก็เจอเข้ากับเจ้าบึง 5 สีแล้วจ้า… สวยงามตามท้องเรื่อง ใบไม้สีแดงสดมาก…

บึง 5 สี หรือ Goshikinuma (Goshiki แปลว่า 5 สี Numa แปลว่าบึง) ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติบันได-อะซาฮิ จังหวัดฟุคุชิมะ ห่างจากภูเขาบันได ประมาณ 3 กิโลเมตร ไปทางตอนเหนือ เดิมทีที่ตรงนี้เป็นเพียง

พื้นที่รกร้างทั่ว ๆ ไป จนกระทั่งในปี 1887 ภูเขาไฟบันไดได้เกิดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง นอกจากจะคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 477 ชีวิตแล้ว ยังส่งผลต่อสภาพภูมิศาสตร์ โดยดินได้ถล่มไปปิดกั้นเส้นทางของแม่น้ำ จนเกิดเป็นกลุ่มบึงน้อยใหญ่อย่างทุกวันนี้

จริง ๆ เราตั้งใจที่จะมาพายเรือที่บึงแห่งนี้ด้วยนะ แต่ดูจากสภาพอากาศแล้ว กิจกรรมนี้คงต้องตัดไปอย่างเลี่ยงไม่ได้…

สีใบไม้ที่นี่ สวยจัดจ้านมาก… จนเรารู้สึกเสียดาย เพราะถ้ามีแดดพาดผ่านมาซักนาที สีใบไม้ก็น่าจะสวยขึ้นอีกประมาณ 24.16 เปอร์เซ็น…

แม้ฝนจะตกไม่หนักมาก แต่ก็ตกนาน และสม่ำเสมอ จนหัวเหอเปียกไปหมดแล้วค่า…

ที่บึงแห่งนี้ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วย ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างเส้นทาง นอกจากจะได้ชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีกันแล้ว ก็จะได้เห็นอีกหลาย ๆ บึงที่กล่าวไว้ตอนต้นด้วย ซึ่งแต่ละบึงก็จะมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป…

แต่เราไม่ได้ไปเดินชมในครั้งนี้ ไว้โอกาสหน้านะ…

เราเฝ้ารออยู่นาน เพราะหวังว่าฝนจะเบาบางลง แต่ดูเหมือนว่า ฟ้าจะไม่ตอบรับคำอธิษฐานเรา แถมยังซ้ำเติม ด้วยการจัดฝนมาอีกหนึ่งชุดใหญ่อีกต่างหาก

เราจึงทำได้แค่รอ… เอาจริง ๆ อีกนิดก็จะร้องไห้แล้วนะ…

หลังจากที่รออยู่นานจนแทบจะถอดใจ เมื่อใกล้ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับ… จู่ๆ ฝนก็ค่อย ๆ หยุดตก และฟ้าก็เปิดพอให้มีแสงแดด… เราจึงรีบเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ ด้วยการวิ่งไปถ่ายรูปให้ได้เยอะที่สุด…

หนึ่งในภารกิจหลักของเราก็คือ การไปถ่ายรูปน้อง Hearto ปลาคราฟที่เหมือนเป็นมาสคอตของที่นี่ ด้วยลายรูปหัวใจสีส้มสดบนลำตัวสีขาวด้านซ้ายที่ชัดมาก ๆ จนเป็นเอกลักษณ์ที่ว่ากันว่าหากใครมาที่นี่แล้วได้เจอเจ้าฮาร์ทโตะตัวเป็น ๆ แหวกว่ายอยู่ตรงหน้าถือว่าโชคดีมาก ๆ

หลังจากนั้น เราก็ตรงไปซื้อไอศกรีมรสเกลือ ที่เค้าบอกว่าเป็นสีเดียวกันกับบึง ไอศกรีมรสนี้จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ ส่วนรสชาดก็แปลกดี หวาน ๆ เค็ม ๆ แต่อร่อยมาก…

อะไรคือการเดินกลับไปขึ้นรถ แล้วฟ้าใสค๊ะ..?

แต่ไม่เป็นไร เพราะตรงนี้วิวก็ดูสวยดี เหมือนประเทศแถบสแกนดิเนเวียอยู่เหมือนกัน…

พอมาถึงโรงแรมเพื่อรอเวลาขึ้นรถ แดดก็ออกมาเปรี้ยงปร้างเลยคุณขา… แต่เห็นแดดจ้ามาเบอร์นี้ อุณภูมิเลขตัวเดียวนะคะคุณ… หนาวใช่เล่น…

ถ่ายรูปเล่นบริเวณโรงแรมพอเป็นกระษัย รถโดยสารก็มาเทียบท่า ก็ถึงเวลาที่จะต้องบอกลาอุระบันไดอย่างเป็นทางการแล้ว…

เป้าหมายในลำดับถัดไปก็คือ ศาลเจ้า Hanitsu Jinja ศาลเจ้าชื่อดังแห่งเมืองอินะวะชิโระ

และที่บอกว่าดังน่ะ ไม่ใช่เพราะว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ขอเลขแล้วได้หรอกนะ แต่เป็นเพราะบรรยากาศที่อยู่ภายในศาลเจ้าต่างหาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะฉาบไปด้วยสีสันอันสวยงาม ยิ่งกว่าภาพวาดสีน้ำมันซะอีก

พิกัด : https://goo.gl/maps/9P2c2BxuX1G2

หลังจากที่เรานั่งรถมาลงที่สถานี Inawashiro เราก็จัดการเก็บสัมภาระในตู้ฝากของซะก่อนเป็นอันดับแรก เสร็จแล้วก็ไปเรียกแท็กซี่จากหน้าสถานีไปศาลเจ้า Hanitsu Jinja ค่าโดยสารประมาณ 1,420 เยนต่อเที่ยว

ส่วนขากลับนั้น สามารถนัดเวลากับคนขับรถแท็กซี่คันที่เรานั่งมา ให้มารับได้เลย หากยังไม่ชัวร์เรื่องเวลานัด ก็ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อโทรแจ้งให้เค้ามารับก็ได้…

วิธีเดินทางอาจจะดูแพงไปซักนิด เพราะว่าที่ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่มีรถประจำทางผ่าน ต้องใช้บริการแท๊กซี่สถานเดียว… แต่ถ้ามากันหลายคน หารกันคุ้มอยู่นะ…

วิวระหว่างทางก็งดงามดี… แต่เราไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่ เพราะว่าจิตใจมัวแต่จดจ่ออยู่กับตัวเลขบนมิเตอร์ซะมากกว่า… ตัวเลขขึ้นไวยิ่งกว่าบั้งไฟพญานาคซะอีก…

นั่งรถมาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว สีแดงสดของต้นเมเปิ้ลโดดเด่นแย่งซีนมาแต่ไกล สะกดทุกสายตาจริง ๆ

ศาลเจ้าฮะนิทสึแห่งนี้เป็นศาลเจ้าเก่าแก่โบราณ ก่อสร้างขึ้นโดย โฮชินะ มะสะยูกิ (Hoshina Masayuki) ผู้ก่อตั้งรัฐ Tokugawa แห่งอาณาจักรไอสึ (Aizu) และยังเป็นที่เก็บเถ้ากระดูกของเค้าไว้ด้วย ภายในมีพื้นที่บริเวณกว้าง เป็นสถานที่ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ Unesco ซึ่งปัจจุบันอาคารหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแทนที่หลังเก่าที่ถูกไฟไหม้ไป ทำให้ความงดงามนั้นลดลงไปด้วย ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนินเล็ก ๆ

ด้านหน้าทางเข้าจะมีสะพานข้ามลำน้ำเล็ก ๆ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา

ที่นี่ถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงของเมือง Inawashiro  ด้วยภูมิทัศน์ที่เป็นลักษณะเนินเขาเตี้ย ๆ มีต้นเมเปิลปลูกกระจายโดยรอบพื้นที่ภายในบริเวณศาลเจ้า หากมาในช่วงเวลาพีค จะเหมือนกับว่าได้เดินอยู่บนพรมแดงที่ปูด้วยใบเมเปิลที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นเต็มไปหมด บรรยากาศสวยงามมาก ๆ ลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นซุปตาร์ มาเดินเฉิดฉายบนพรมแดงท่ามกลางแมกไม้โบกมือทักทายแฟนคลับ….โอ๊ยยยฟิน!

แต่… ใบไม้ส่วนใหญ่ยังเขียวอยู่เลยค่า…

เดินเที่ยวไปไม่เท่าไหร่… ฝนก็ตกมาอีกระลอก… นี่เราทะเลาะกับธรรมชาติรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ…

จุดที่เราชอบมากที่สุดก็คือบริเวณสันเนิน ที่มองออกไปก็จะเจอกับยอดไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีอยู่พอดี

ปกติแล้ว ช่วงเวลาพีคของที่นี่คือช่วง  ปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ปีนี้ใบไม้เปลี่ยนสีช้าไปหน่อย

หลังจากที่เดินจนทั่วแล้ว ก็พบว่า เรานัดเวลากับแท๊กซี่นานไป ทำให้เราต้องยืนหลบฝนท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว

โชคดี ที่คนขับรถแท็กซี่กลับมารับก่อนเวลาที่นัดหมายไว้เล็กน้อย ทำให้เราไม่ต้องยืนหนาวตัวเปียกปอนอยู่นานนัก

ถึงเวลาต้องร่ำลาเมืองอินาวาชิโร่กันแล้ว เราจะเดินทางกันต่อ ไปที่เมืองไอสึวากามัตสึ

พอมาถึงสถานี Inawashiro แดดก็ออกทันที แถมแสงก็สวยยังกะหนังรักเกาหลีแน่ะ ให้มันได้อย่างนี้ซิ

มาถึงสถานี Aizu Wakamatsu ทั้งที ก็ขอมาทักทายน้องวัวแดง อะคาเบโกะ (Akabeko) ที่หน้าสถานีซักหน่อย…

แต่วันนี้ คงไม่ใช่วันของเราจริง ๆ เพราะนอกจากฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ น้องวัวแดงก็ยังส่ายหน้าหนีเลย…

เราพักที่ Green Hotel Aizu โรงแรมขนาดกลาง ๆ ที่ดูเก่าแก่ตามสภาพ แต่เห็นแบบนี้ นางมีออนเซ็นให้แช่ด้วยนะเออ…

โดยเราจองผ่านเว็บ Agoda ในราคาประมาณ 8,500 เยน/ห้อง พัก 2 คน (ราคารวม vat  แล้ว)

หลังจากเก็บกระเป๋า เข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาหาอะไรกินซักหน่อย เพราะตั้งแต่เช้า เรายังไม่ได้กินข้าวซักมื้อเลย ระหว่างที่เดินหาร้านข้าวอยู่นั้น สายตาก็เหลือบมองไปเห็นท้องฟ้าที่ดำทะมึนมาแต่ไกล…

โอ๊ย… พอแล้วค่า หนูกลัวแล้ว… (นั่งยอง ๆ ยกมือไว้ปะหลก ๆ)

ณ.ขณะนั้น เราก็เกิดอาการหดหู่อยู่ในใจ จนแทบจะถอดใจ แต่เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมาอีกที…

“เฮ้ย.. รุ้งกินน้ำ..!”

เราลืมตัว เผลออุทานเสียงหลงออกมา… ซึ่งระดับเสียงของเรา น่าจะก้องกังวาลไปหลายเดซิเบล เพราะเราสังเกตเห็นสาวญี่ปุ่นสองคน สะดุ้งโหยงพร้อมกับหันขวับมาทางเรา แล้วต่างพากันหัวเราะคิกคัก…

แต่เราหาได้แคร์ไม่ รีบคว้ากล้องมารัวชัตเตอร์อย่างหื่นกระหาย ราวกับสิงโตที่อดอาหารมาร่วมแรมเดือน

เพราะตั้งแต่เกิดมา ก็เพิ่งเคยเห็นรุ้งกินน้ำแบบใกล้ชิด และชัดเจนขนาดนี้ แถมยังมีให้เห็นถึงสองวงอีกต่างหาก

หลังจากที่เฟลกับการเที่ยวมาตลอดทั้งวัน ทะเลาะกับธรรมชาติมาตลอดการเดินทาง ฟ้าก็คงเห็นใจเรา เลยประทานรุ้งกินน้ำมาให้ ราวกับกำลังส่งคำปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรนะ”

ซึ่งคำปลอบใจนี้ ก็ดูจะใช้ได้ผลสำหรับเรา เราเลยมีแรง ยัดโปรแกรมไปอีกหนึ่งที่ซะเลย…

แต่ความจริงแล้ว แค่อยากจะใช้บัตร Aizu Gurutto Card ให้คุ้มมากกว่าน่ะ

สถานที่ต่อไป ก็คือ ปราสาทซึรุกะ (Tsuruga Castle) หรือปราสาทนกกระเรียน ปราสาทที่มีประวัติอันยาวนาน คู่เมืองไอสึ

ไอสึ วากามัตสึ (Aizu Wakamtsu) เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทซึรุกะ, สุสานซามูไร หรือหมู่บ้านซามูไร เป็นต้น… และสำหรับการเที่ยวในเมือง ไอสึ วากามัตสึ นั้นง่ายนิดเดียว แถมประหยัดสุดๆ ที่นี่มีบริการรถบัสสำหรับท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆ อัตราเที่ยวละ 210 เยน หรือจะเลือกแบบ One Day Pass ในราคา 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 300 เยนสำหรับเด็ก (ปรับราคาขึ้นจาก 500 เยน และ 250 เยนตามลำดับ) โดยสามารถขึ้นกี่รอบก็ได้ใน 1 วัน ซื้อได้ที่บริเวณหน้าสถานี ไอสึ วากามัตสึ

แต่ถ้าใครมีบัตร Aizu Gurutto Card อยู่แล้ว ก็สามารถขึ้นรถบัสแบบไม่จำกัดจำนวนรอบได้เช่นเดียวกันกัน

การเดินทางมา Tsuruga Castle

จากสถานี Aizu Wakamatsu สามารถนั่ง Loop Bus มาลงที่ Tsuruga Castle ได้ 2 สาย

– รสบัสสายสีแดง Akabe (วิ่งวนตามเข็มนาฬิกา) ลงที่ป้าย A27

– รสบัสสายสีเขียว Haikara-san (วิ่งวนทวนเข็มนาฬิกา) ลงที่ป้าย H14

พิกัด : https://goo.gl/maps/2h6wA13NZJo

ปราสาทซึรุกะ-โจ (Truruga Castle) หรือปราสาทนกกระเรียน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1384 โดยตระกูลอะชินะ (Ashina Clan) แรกเริ่มปราสาทหลังนี้มีถึง 7 ชั้น แต่จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ทำให้ปราสาทแห่งนี้เสียหายไปมาก จึงสามารถบูรณะใหม่เหลือเพียงแค่ 5 ชั้นเท่านั้น

ในปี ค.ศ. 1868 ได้เกิดสงครามโบชิน (Boshin war) ส่งผลให้เกิดสงครามกลางเมืองไอสึ (Battle of Aizu) และปราสาทแห่งนี้ ก็ได้กลายเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างกองทัพซามูไร และกองทัพฝ่ายสนับสนุนองค์จักรพรรด์ จนกระทั่งทางกองกำลังของเหล่าซามูไรได้เพลี่ยงพล้ำเสียท่า ทำให้กองทัพฝ่ายสนับสนุนองค์จักรพรรดิปิดล้อมรอบปราสาทแห่งนี้ไว้ เหล่าซามูไรผู้ภักดี จึงได้ทำการปลิดชีพตัวเอง ณ.ที่ปราสาทแห่งนี้ และจากการปะทะกันคราวนั้นเอง ก็ส่งผลให้ปราสาทซึรุกะเสียหายหนักมาก จึงได้มีการบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยใช้คอนกรีตเป็นฐาน เพื่อความมั่นคงและแข็งแรง ส่วนกระเบื้องมุงหลังคานั้น ยังคงรูปแบบสีแดงไว้ดังเดิม

ค่าเข้าชมภายในตัวปราสาท : ผู้ใหญ่ 410 เยน, เด็ก 150 เยน

เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน

08.30-17.00 น. (เข้าก่อน 16.30 น.)

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วในการมาเยือนปราสาทซึรุกะ แต่เป็นครั้งแรกสำหรับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งใบไม้ส่วนใหญ่เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่ยังไม่พีคเท่าที่ควร

ปีนี้สภาพอากาศที่แปรปรวน แถมมีพายุกระหน่ำญี่ปุ่นหลายระลอก ทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ล่าช้าออกไปจากการพยากรณ์เดิม ช่วงที่เรามาจึงยังเห็นใบไม้สีเขียวกระจายอยู่เต็มไปหมด แต่ความงามของตัวปราสาทสีขาวตัดกับหลังคาสีแดง ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้เราตัดสินใจมาเยือนอีกรอบ แม้ว่าสีของใบไม้จะยังคงเขียวอยู่มากก็ตาม

ตอนที่เราไปถึงที่ปราสาท เวลาประมาณ 16.30 น. ซึ่งใกล้เวลาที่ปราสาทจะปิดในเวลา 17.00 น. แล้ว เราจึงไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาเยอะมากนัก เพราะแค่เดินเข้ามาในตัวปราสาท ก็กินเวลาไปหลายนาทีแล้ว แถมอากาศก็เย็น ฝนก็เริ่มลงเม็ดอีกแล้ว…

สุดท้าย ก็นั่งรถกลับโรงแรมก่อนที่ฟ้าจะมืดดีกว่า อากาศหนาว ๆ แบบนี้ ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เดี๋ยวจะพาลเที่ยวไม่สนุกกันไป

สำหรับบัตร Aizu Gurutto Card เมื่อรวมค่าเดินทางไป-กลับ จากปราสาทซึรุกะแล้ว เราขาดทุนไปทั้งหมด 210 เยน…

ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ขาดทุนไปไม่เยอะ… #คนงก2018

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

  • Kitakata Ramen

    เช้านี้เราตื่นมาก็รับรู้ได้เลยว่า การปั่นจักรยานเมื่อวาน เริ่มส่งผลต่อร่างกายเราบ้างแล้ว…

  • คู่มือลัดฟ้าฉบับโคตรง่าย สู่ Aizu Wakamatsu

    เช้านี้เราตื่นมาก็รับรู้ได้เลยว่า การปั่นจักรยานเมื่อวาน เริ่มส่งผลต่อร่างกายเราบ้างแล้ว…

  • เที่ยว Fukushima ด้วย Aizu Gurutto Card

    เช้านี้เราตื่นมาก็รับรู้ได้เลยว่า การปั่นจักรยานเมื่อวาน เริ่มส่งผลต่อร่างกายเราบ้างแล้ว…

  • 20 Pictures that I like when I visited Fukushima

    เช้านี้เราตื่นมาก็รับรู้ได้เลยว่า การปั่นจักรยานเมื่อวาน เริ่มส่งผลต่อร่างกายเราบ้างแล้ว…

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

[TOHOKU – FUKUSHIMA] +ด่วนพิเศษ+พยากรณ์ซากุระเจาะลงในฟุคุชิมะ 2019

[ Kaiseizan Kouen และ Fujitagawa Fureaisakura ]เกาะติด(หลัง) พาชมซากุระแบบให้ตายยังไงก็ไม่หลง

จับตาพยากรณ์กับ “CHEERY BLOSSOM FORECAST #4 ปี 2019” (ฉบับที่ 4)

ไม่ใช่แค่นั่งมองหิมะ!!! กิจกรรมสุดสนุกช่วงฤดูหนาวที่ใครๆ ก็ทำตามได้!!

ดูให้ชัดเห็นให้เต็มตา ! ตามรอยซากุระบานจากปี 2561

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima