งานเทศกาล

ขับปล่อยใจ Road Trip Aizu in Fall season 2018 ตอนที่ 2

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
นี่เป็นการกลับมาดินแดนไอสึอีกครั้ง ในฤดูเดิม Fall season เพิ่มเติมคือการกลับมาครั้งนี้เช่ารถขับเองตลอดทริป ไอสึคือดินแดนฝั่งตะวันตกทั้งหมดของจังหวัดฟุคุชิมะ กินพื้นที่กว่า 40% ของจังหวัด พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นภูเขา มีที่ราบอยู่น้อยมาก ซึ่งที่ราบที่เรียกว่าแทบจะเป็นที่ราบแห่งเดียวก็คือเมือง Aizuwakamatsu ศูนย์กลางของดินแดนไอสึนั่นเอง  การขับรถเที่ยวเองในญี่ปุ่นนั้นง่าย ถ้าคุณขับในไทยได้ก็ขับที่นี่ได้และง่ายกว่า ข้อดีของการเดินทางวิธีนี้คือคุณจะไปได้ไกลขึ้น นอกเส้นทางได้มากขึ้น อยู่แต่ละที่ได้ตามใจตัวเองขึ้น เห็นได้มากขึ้น อิสระขึ้น ไม่ต้องมานั่งพะวงตารางเวลารถไฟรถเมล์

 

ต่อไปนี้คือรีวิว road trip in ดินแดนAizu ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง บนแพลนขับปล่อยใจ 5Days 5Nights ค่ำไหนนอนนั่นกับที่พัก 5 ที่ มาดูกันว่าเราตะลอนได้ feel อะไรกันมาบ้าง กับทริปขับรถสบายๆ ขับไปเรื่อยแบบเอื่อยๆ ไปแบบทวนกระแส  ปะปะไปกัน

 

//ทริปนี้เดินทางในระหว่าง 9 Nov.2018 – 15 Nov.2018

 

ความเดิมตอนที่แล้ว >>>  ขับปล่อยใจ กับ Road Trip Aizu in Fall season 2018 ตอน1

 

Day3 ขึ้นเขาไปชม  Lake Numazawa ตะลอนไปตามสายแม่น้ำ Tadami ชมวิวหมู่บ้าน Oshi  แล้วตัดเขาข้ามฟากไปแถบ Shimogo

มาออกเดินทางกันต่อ เช้าวันที่ 3 ของ road trip ขับปล่อยใจ วันที่อากาศเย็นลงอีกนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าเย็นกำลังดี

 

เช้านี้กับพร๊อพเทรคชุดกิโมโน เดินเล่นถ่ายภาพหน้าที่พัก

ยายเจ้าของที่พักที่น่ารักทนเห็นกิโมโนแดงแป๊ดไม่ไหวเลยตรงเข้ามามาขอถ่ายรูปด้วย นี่เอาจริงๆ เพื่อนบ้านยายมองตามเป็นแถว ทำท่าเหมือนอยากมาเข้ากล้องด้วยอีก 555 คงคิดว่าเป็นดาราตลกมาพัก

 

ก่อนจากเมืองเล็กน่ารักน่าพักเมืองนี้ เราแวะถ่ายภาพมุมนี้กัน เดินไม่กี่ก้าวจากที่พักแหละ มองเห็นสะพาน 3 เส้นพร้อมกัน เป็นสะพานรถไฟหนึ่ง  เช้าวันนี้รถไฟแล่นผ่านไปแล้ว 5 ขบวน สองขบวนหลังนี่เพิ่มผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เรามาไม่ทัน รอบต่อไปกว่าจะมาอีกต้องบ่ายเลย ได้แค่กดชัตเตอร์ทิ้งไปทหนึ่งแช๊ะ อันที่จริงมุมแสงก็ไม่ดีด้วย เลยไม่คิดอะไรมาก

 

จากนั้นก็เดินย้อนกลับที่พัก ร่ำลายายเจ้าของ อาริกาโตโกไซมัส แล้วก็เดินทางกันต่อ เลาะเรียบแม่น้ำทาดามิไปเรื่อย มุมนี้ก็น่าดักถ่ายรถไฟ เห็นรางรถไฟข้างหน้ามั้ย แต่ก็อย่างที่บอกมันหมดไปแล้วรอบเช้า

 

จากนั้นก็เดินย้อนกลับที่พัก ร่ำลายายเจ้าของ อาริกาโตโกไซมัส แล้วก็เดินทางกันต่อ เลาะเรียบแม่น้ำทาดามิไปเรื่อย มุมนี้ก็น่าดักถ่ายรถไฟ เห็นรางรถไฟข้างหน้ามั้ย แต่ก็อย่างที่บอกมันหมดไปแล้วรอบเช้า

 

Lake Numazawa

Kaneyama-machi, Ōnuma-gun, Fukushima-ken

 

เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง ขับออกมาจากที่พักแล้วขึ้นเขารวมระยะทาง 7กิโลเมตรแค่นั้น อยู่ในเขต Kaneyama-machi โอ้ว นี่เราข้ามมาอีกเมืองแล้วสินะ ไร้คนเช่นเดิม ดีจัง เงียบสงบทุกที่ทริปนี้

 

หมู่บ้านเล็กๆ หน้าทางเข้าทะเลสาบ หลังนี้ทรงหลังคาแปลกตาเลยจอดถ่าย

 

ขับลงเขามาแล้วจะข้ามสะพานไปเลาะแม่น้ำอีกฝั่ง เจอวิวบนสะพานนี้แล้วถึงกะต้องรีบหาที่จอด วิวสวยมาก กับผืนน้ำที่เรียบนิ่งจนกลายเป็นกระจกเงา  

 

ถนนเสียงดนตรี

พอข้ามสะพานขับไปได้อีกหน่อยก็เจออีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ เมื่อถนนสร้างเสียงดนตรีได้จากความเร็วของล้อรถที่แล่นผ่าน  ระยะทาง 272 เมตร เป็นเสียงดนตรีซิมโฟนี่ น่าจะเป็นที่เลนซ้ายสุดเลนเดียว เสียดายถนนแคบไม่มีไหล่ทางให้กลับรถ ไม่งั้นจะวนมาเล่นสักสองสามรอบ

Oku Aizu Symphony Road  พิกัด https://goo.gl/maps/291RpzDxbwM2 ภาพประกอบจากกูเกิ้ลแม๊พ

ต้องเหยียบไม่ต่ำกว่า 50 km/h นะ ช้ากว่านี้ไม่มีเสียง

 

Oshi village view point

กำลังวิ่งเข้าใกล้ตำบล Aizu Kawagushi ก็เจอกับจุดจอดรถริมแม่น้ำท่าทางวิวจะดีเพราะเป็นที่จอดรถบริเวณกว้างกว่าทุกจุด เลยโฉบเข้าไปจอด ก็เห็นวิวว้าวตรงหน้า มันคือจุดชมวิวหมู่บ้าน Oshi ในอ้อมกอดขุนเขาและวิวสะท้อนน้ำที่สวยราวกระจกเงา  นี่มันมุมปฏิทินชัดๆ

 

นอกจากวิวหมู่บ้าน Oshi ตรงหน้าแล้ว ฉากหน้าสุดยังเป็นรางรถไฟสายทาดามิที่วิ่งเรียบน้ำ ที่ตรงปลายลานจอดมีป้ายบอกเวลารถไฟจะปรากฎตัว ดูเวลาแล้วเป็นไปได้ที่จะรอถ่าย เลยขับไปหาอะไรกินกันก่อน วกรถกลับมาอีกทีคนญี่ปุ่นหลายคนมากางขาตั้งรอดักถ่ายละ ที่ญี่ปุ่นนี้สังเกตได้อย่าง ตรงไหนเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตตรงนั้นมักมีคนมารอถ่ายภาพ  เราได้จับภาพเที่ยว 12:33 มาตรงเวลาเป๊ะเว่อร์เช่นเคย ถ่ายเสร็จเหล่าตากล้องยายกล้องก็สลายโต๋ หายไปอย่างเฉียบพลันตามเคยเช่นกัน 5555

 

จากนั้นก็ขับข้ามเขาทิ้ง Kaneyama ไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ Shimogo-machi เพลินวิวทางไปเรื่อยๆ ชอบที่ไหนก็จอดเช่นเดิม ใจจริงที่แพลนไว้แต่แรกอยากขับมุ่งหน้าไปให้ถึง Tadami town อีกหนึ่งเมืองเล็กน่ารักชายขอบสุดตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด แต่ระยะมันไกลเกินใจไปหน่อย และเราไม่ได้หาที่พักแถบนั้นเตรียมไว้

 

เข้าเขต Shimago-machi กันตอนเย็นๆ ผ่านทางแยกเข้าผาหินล้านปี Tono-Hetsuri ระหว่างเส้นเลาะเลียบเขา ซ้ายหน้าผมขวาเหวและแม่น้ำ ก็เจอกับวิวริมทางมุมนี้ สะพานรถยนต์สีชมพู กับสะพานรถไฟสีฟ้า รถไฟสายไอสึลายการ์ตูนขบวนสีชมพูแล่นผ่านมาพอดี! ใช่ พอดีจนถ่ายไม่ทัน คือจอดรถปุ๊บผ่านมาปั๊บ กรีดร้องสุดเสียง แสนเสียดาย  เปิดกูเกิลแม๊พดูว่าขบวนถัดไปอีกกี่โมง พอเห็นว่าต้องคอยนานก็เลยไปเที่ยวที่อื่นก่อนแล้ววนกลับมาอีกที ถ่ายได้เอาตอนแสงอ่อนแรง จับสปีดแทบไม่ทัน หามุมก็แทบไม่เจอ ถ่ายภาพป่ารกๆ ไปแบบนี้แหละ

 

ตอนระหว่างรอรถไฟเราก็ขับเลยที่นี่ เรารู้ว่ามีเขื่อนอยู่แถวนี้

Okawa Dam

มุมนี้ถ่ายตรงคอสะพานข้ามเขื่อน สะพานที่เมื่อข้ามไปแล้วจะเข้าสู่ปริมณฑลของ Aizuwakamatsu อีกครั้ง โอ โร้ดทริปของเรากำลังจนกลับมาใกล้จุดเริ่มต้นทริปแล้วกระนั้นหรือ

และค่ำคืนวันขับรถเที่ยววันที่สาม ก็ขับมาอีกร้อยโลมาจบลงที่นี่ เรียวกังแห่งที่สองของทริป และเป็นออนเซ็นเรียวกัง และอีก … ผมได้แช่ออนเซ็นครั้งแรกในชีวิตที่นี่ 555

Tatenoyu Ryokan

Yunokami, Shimogō-machi, Minamiaizu-gun, Fukushima-ken

บ่อออนเซ็น บ่อแรกในชีวิต บ่อกลางแจ้งที่โคตรฟิน

ดูรีวิวที่พักนี้ได้ที่ >> 7 ที่พัก ดินแดน Aizu

 

Day4 โฉบไปดูผาหินล้านปี Tonohetsuri ตะลอนใน Shimogo แล้วตรงไปนอนเล่นเรียวกังออนเซ็นในหมู่บ้านออนเซ็นในหุบเขา Higashiyama Onsen Village

แพลนวันนี้ขับสั้นเรียกว่าไม่เน้นขับ เริ่มที่ถนนสายเล็กมากหน้าที่พัก จะขับไปโผล่ผาหินล้านปี Tono-Hetsuri ที่อยู่ห่างออกไปแค่สามกิโลเมตรกว่า ช่วงใกล้จะถึงเราต้องขับผ่านสะพานสีชมพู สะพานเดียวกับที่เรารอถ่ายรถไฟเมื่อวานเย็นนี้ เมื่อยืนอยู่บนสะพานนี้มุมนี้มองไปด้านซ้ายสุดสายตาไปปลายลำห้วยตรงนั้นก็จะเป็น ผาหินล้านปี Tono-Hetsuri นั่นเอง

ส่วนอีกด้านของสะพานมองลงไปก็แถ่นแท้น นั่นไง สะพานรถไฟสีฟ้า และรถไฟก็มาพอดีโชคดีจริงไม่ต้องคอย ปู๊นๆ

 

ผาหินล้านปี Tono-Hetsuri

Yagoshima, Shimogō-machi, Minamiaizu-gun, Fukushima-ken

 

ผาหินที่เมื่อตอนใบไม้แดงพีคจัดจะสวยกว่านี้สิบเท่า ตอนนี้หน่ะเหรอ กลายเป็นผาหินแห้งแล้งสีซีด มีเศษสีมะรอมมะร่อน้อยนิด ไม่เป็นไร ถือว่ามาเดินเล่น อากาศเย็นๆ คนน้อยๆ เป็นสิ่งชดเชย ธรรมชาติสวยพอประมาณเท่านี้ก็เพียงพอ ไปเดินข้ามสะพานแขวนกันดีกว่า

 

 

ที่บนสะพานแขวน มองกลับไปยังสะพานชมพูที่ตะกี้เราถ่ายรูปเล่นอยู่บนนั้น

แม้ผาหินจะเหี่ยวเฉา แต่ลานจอดรถแถวนั้นกลับพีค! ก็เลยแวะถ่ายรูปซะหน่อย ยอมจ่ายค่าจอดนิดนึง

ลงทุนเปลี่ยนพร๊อพชุดกิโมโนอีกครั้ง

 

แหงนมองไปต้นไม้แต่ละต้น ใบไม้กำลังไล่เฉดสี มีทั้งเหลือง ส้ม แดง ครบ สวยดี ชอบเฉดนี้มากที่สุด

 

ออกจากผาหินก็แวะมาสถานีรถไฟ Yunokami Onsen สถานีที่นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งรถไฟมาลงที่นี่แล้วต่อรถบัสขึ้นหมู่บ้าน Ouchi-Juku ซึ่งเมื่อมันต้องขึ้นเขาไปอีกก็ไม่ไปละ เพราะยิ่งสูงขึ้นไปก็คงจะไม่เหลือใบอะไรให้ดูแล้ว

ที่ใกล้ๆ Yunokami Onsen Station  เราขับรถหาจุดอ้อมรางรถไฟออกมา เลี้ยวซ้ายอีกนิดตรงปากทางขึ้นหมู่บ้าน Ouchi-Juku มีที่ว่างๆ ให้จอด แล้วก็เดินตามทางแยกถนนซอยที่ขึ้นเขามานิดนึง ผ่านหนึ่งโค้ง แล้วมองกลับลงไปชมเมือง Yunokami ในมุมสูง ภูเขาแทบนี้พีคกันแบบเหมาลูกเลย

Yunokami, Shimogo-machi มองมุมสูง ได้จับภาพรถไฟอีกหนึ่งขบวนที่เพิ่งแล่นออกจากสถานี

จากนั้นก็เตร็ดเตร่มาถึงนี่ ที่ตรงสถานีรถไฟถัดจาก Yunokami Onsen ชื่อสถานี Ashinomakionsen-Minami ที่ปลายถนนเล็กๆ อันเงียบสงบหน้าสถานีจะมีทางลัดเลาะพามาขึ้นสะพานที่ที่ตอนนี้มีป้ายห้ามขับข้าม ซุกรถไว้คอสะพานแล้วเดินมายืนกลางสะพาน มีเก๋งเล็กๆ อีกคันซุกอยู่ก่อนพร้อมสองตายายกางขาตั้งกล้องรอถ่ายอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น ยายไม่ได้กางนะ ยายมาเป็นเพื่อนตา เป็นภาพที่เห็นจนชินตา ประเทศนี้คนวัยเกษียรเหมือนจะโปรดปรานถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกกันเยอะ และก็มักพากันมาเป็นคู่ มีคู่ชีวิตมาเป็นเพื่อนแบบนี้แหละ

 

ที่กลางสะพาน ผมเปิดท้ายหยิบขาตั้งเดินมากลางบ้าง มองย้อนกลับไปจะเห็นมุมๆ นี้ รางรถไฟสายไอสึ และไกลออกไปด้านหลังเห็นสะพานรถยนต์ข้ามเขื่อน Okawa ที่เมื่อวานเราไปจอดถ่ายรูป รอไม่นานก็มีรถไฟขบวนสีชมพูลายวัวแดงอากาเบะ แล่นผ่านมาพอดี  

กลับลงมาที่สะพานรถยนต์ข้ามเขื่อนอีกครั้งคราวนี้เป็นมุมมองย้อนกลับไปสะพานสูงๆ ที่ตะกี้เรายืนอยู่ โชคดีได้รถไฟแล่นผ่านอีกแล้ว แต่ขบวนนี้ไม่สวย เสียดาย ทำไมไม่เป็นขบวนที่น่ารักกว่านี้ 😛

แพลนวันนี้หมดลงแต่เพียงเท่านี้ตีรถเข้าเมืองไอสึวากามัตสึ แวะกินข้าวซื้อของจุกจิกนิดหน่อยที่ร้านไดโสะแล้วก็ลัดทางเข้ามาซอกเขาที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านออนเซนโบราณ หมู่บ้านในร่องเขาหลืบเขา  Aizu Higashiyam Onsen Village เป็นการกลับมาเยือนครั้งที่สอง ครั้งแรกนั้นแค่โฉบๆ ในครั้งนี้เราจะได้พักกันที่นี่หนึ่งคืนเต็มๆ กับโรงแรมเรียวกังที่ชื่อ…

 

Shosuke no Yado Takinoyu

Higashiyamamachi Ōaza Yumoto, Aizuwakamatsu-shi, Fukushima-ken

 

ดูรีวิวที่พักนี้ได้ที่ >> 7 ที่พัก ดินแดน Aizu

 

ส่วนภาพนี้ไม่ใช่ภาพโรงแรมนี้นะ แต่เป็นเรียวกังแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของที่นี่ ไฮไลท์สุดที่ใครมาก็ต้องแวะหรือตรงมาที่นี่เพื่อมาให้ได้เห็นกันเลยทีเดียว  Mukaitaki  ออนเซ็นเรียวกังที่เก่าแก่อายุเกินร้อยปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของฟุคุชิมะ

หมดแสงสุดท้ายก็เดินต๊อกๆ กลับเรียวกังเรา ส่วนที่พักของเรานั้นด้านหน้าด้านนอกไม่มีอะไรให้ถ่ายเลย มุมดีงามอยู่ด้านในหมด

 

Day5 เที่ยวไปตาม Higashiyama route ตามหาน้ำตกสองแห่ง ย้อนกลับเข้า Aizu wakamatsu เที่ยวปราสาทนกกระเรียน คืนรถจบทริป

 

วันนี้เป็นวันที่เช่ารถขับวันสุดท้าย และก็เป็นวันที่จะขับน้อยที่สุด แพลนวันนี้เบาสบายยิ่งกว่าเมื่อวาน เบาสบายที่สุดในทริป

หลังจากกินข้าวแล้วก็มาแช่ออนเซ็นหนที่สองในชีวิตเพราะเริ่มติดใจ โดยเฉพาะบ่อออนเซ็นที่นี่วิวไม่ธรรมดา มีน้ำตกและลำธารพาดผ่าน

Fushimigataki waterfall น้ำตกเล็กๆ ที่ไหลผ่านหน้าห้องออนเซน

 

ได้เวลาเช็คเอาท์ก็เก็บกระเป๋าเดินทางต่อ แต่แทนที่จะบ่ายหน้าลงสู่เมืองไอสีที่อยู่ใกล้ๆ เรากลับขับย้อนขึ้นเขา เข้าลึกไปยังป่าดงพงไพรอ้อมกอดของภูเขาอีกครั้ง ขับขึ้นไปเรื่อยๆ อยากจะสำรวจเส้นทางใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึง ทวนกระแสไปเรื่อยๆ  

พ้นหมู่บ้านขึ้นมาก็เจอกับเขื่อน

 

Higashiyama Dam

อีกฟากนึงมีถนนมีสะพานด้วย เอาจริงๆ นะ เส้นนี้ดูทรงแล้วช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพีคๆเนี่ยน่าจะงามสุดขีดทั้งเส้น และก็เป็นเส้นทางภูเขาสายสั้นๆ ไปกลับแค่ยี่สิบโลเองเที่ยวได้ไม่เสียเวลา แต่ต้องมีรถมาเองนะ

ที่พักริมทางที่ใหญ่ที่สุดบนถนนเส้นนี้ แสดงว่าตรงนี้น่าจะมีดี คงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ชม นอกจากสูดโอโซนให้เต็มปอด กับอากาศที่เย็นๆ สบายๆ ราวสิบองศาต้นๆ

สีสันใบไม้เปลี่ยนสีที่ยังมีให้เห็นไม่ยาก ตลอดเส้น แม้จะแค่ปะปรายไม่หนาแน่น

พ้นเขื่อนมาก็เจอน้ำตกเล็กๆ มองเห็นอยู่ไกลๆ แต่ผมก็ขี้คร้านเกินกว่าจะพยายามหาทางลงไป

 

Sarudaki waterfall  

มีช่วงนึงต้องขับผ่านสองข้างทางที่เต็มไปด้วยดอกหญ้าขึ้นสูงแบบนี้ ผ่านหมู่บ้านเล็กมากแห่งหนึ่ง และเห็นชาวบ้านเก็บต้นดอกหญ้าขึ้นรถ แสดงว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของที่นี่ คงเอาไปทำหัตกรรมผลิตเป็นสินค้าอะไรสักอย่าง

จนมาถึงปลายทางของมุดหมาย เส้นทางที่จากกว้างๆ รถสวนกันได้สบายๆ ในตอนแรก ตอนนี้แคบจนแทบจะสวนไม่ได้แล้ว เส้นทางสายนี้ถ้ายังดันทุรังขับต่อไปเราจะสามารถโผล่ออกทะเลสาบอินาวาชิโร่ได้ หรือแม้กระทั่งลัดเส้นทางสู่เมืองโคริยะมะได้เลย แต่อย่าไปเลยเชื่อผม เด๋วเจอรถสวนทางมาจะยุ่ง จริงๆ ขับมานี่ไม่เจอรถสวนมาเลยนะ เอาล่ะ ที่ที่เราจอดอยู่นี่ตามโพยกูเกิลแม๊พมันจะมีน้ำตกใหญ่แห่งนึงครับ ชื่อว่า Otaki waterfall ที่แปลว่าน้ำตกใหญ่นั่นเองแปลตรงตัวเลย เอ๊ะหรือว่ามันโนเนมซะจนต้องตั้งชื่อด้วยสรรพนามโหลๆ แบบนี้

 

พอดับเครื่องยนต์เราก็ได้ยินเสียงน้ำตกอยู่ในหุบเหวข้างล่าง  พยายามมองไปที่ต้นเสียงก็เห็นผาน้ำตกแต่หาทางลงไม่ได้ พอเห็นทางบ้างแต่เหมือนไม่ใช่ แต่ก็ตัดสินใจดันทุรังลุยลงไปจนได้ และก็เจอกับน้ำตกมุมบังแบบนี้ ไม่หนำใจ!

 

ปีนกลับขึ้นมาบนถนนอีกครั้ง เดินอ้อมไปหน้ารถ สำรวจหาทางลง เจอจนได้ครับ หากออกไปไม่ไกลมีป้ายบอกเส้นทางลงลึก 10 เมตร มีเชือกหนาๆ ขึงไว้ให้เส้นหนึ่งโยงลงไปหน้าน้ำตกข้างล่าง ระยะทางไต่ลงไปก็ราวๆ 50 เมตร แหมนะ ทำไมไม่เจอทางนี้แต่แรก

ก็ค่อยๆ เกาะเชือกกันลงมาครับ

 

เซฮาย โอตากิ  สวยพอคุ้มค่าพอหายเหนื่อย

 

Otaki Waterfall

ต้นไม้กิ่งโกร๋นเหนือน้ำตกเคยเห็นในภาพช่วยที่เป็นใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งจะทำให้น้ำตกตัวนี้สวยขึ้นอีกพะเรอเกวียน

ขับย้อนทางเก่ามุ่งหน้ากลับ Higashiyama onsen เจอน้ำตกข้างทางอีกตัว ขามาหลบสายตามองไม่เห็น ขากลับเจอเข้าจังๆ เพราะมีลุงญี่ปุ่นคนนึงจอดรถถ่ายอยู่

หมู่บ้าน Higashiyama Onsen  อีกครั้ง มองมุมสูง เพราะใช้เส้นทางหลังหมู่บ้าน

และเราก็มาปิดทริปกันที่นี่ ปราสาทนกกระเรียน

Tsuruga-jo

Aizuwakamatsu-shi, Fukushima-ken  เดินเล่นบนกำแพงรอบๆ ปราสาทจนแสงจวนหมดก็กลับเข้าเมือง คืนรถ เช็คอินเข้าที่พักคืนสุดท้าย Toyoko Inn ที่เดียวกับที่พักคืนแรก รอเวลาวันพรุ่งก็เดินทางลัดฟ้ากลับไทย

จบทริปไปอย่างเต็มอิ่ม ขับรถ 360 โลประมาณนี้ เติมน้ำมันไป 4,411 yen ถือว่าไม่แรง เทียบกับสถานที่ต่างๆ มากมายที่ได้แวะไป  การได้มาขับรถในถนนสายชนบทของญี่ปุ่นในฤดูที่สวยงามนั้นถือเป็นการพักผ่อนที่สุดแสนจะ relax ได้ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดที่ต้องผจญอยู่บนท้องถนนในกรุงเทพ จริงๆ นะ ไม่ลองไม่รู้

See you again when possible FUKUSHIMA มาครั้งเดียวไม่เคยพอ

 

Reviewed by GoTravelน้ำฟ้าป่าเขา https://www.facebook.com/GoTravelNamfapakhao/

Food

Trips

photograph

บทความที่เพิ่งดู

Kitakata Soba Festa เทศกาลพุงแตกแห่งปีกับโซบะขั้นเทพแห่งเมืองKitakata

ฟิน อิน จบแบบปังๆ !!! 3 สถานที่พักออนเซ็นใกล้แหล่งงานเทศกาลหิมะ!!

7 ที่พัก ดินแดน Aizu (3 โรงแรม 4 เรียวกัง)

ขับปล่อยใจ Road Trip Aizu in Fall season 2018 ตอนที่ 1

Autumn Fukushima ปี 2 – น้ำตก Otaki Waterfall / ปราสาทนกกระเรียน Tsuruga Castle

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima