งานเทศกาล

การผจญภัยครั้งใหม่กับ 15 สถานที่เที่ยวในจังหวัดฟุคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

สองมือจัดกระเป๋า สองเท้าออกเดินทาง และมาเที่ยวญี่ปุ่นฉบับ Backpacker…

การผจญภัยครั้งใหม่กับ 15 สถานที่ในจังหวัดฟุคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่นกันนนน

 

หากใครมีแพลนอยากไปญี่ปุ่น แต่เบื่อกับการเที่ยวในหัวเมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย

เราอยากขอแนะนำ อีกหนึ่งจังหวัดในญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าถ้าได้ลองไป บอกเลยว่า..

จะหลงรักความเป็นญี่ปุ่นขึ้นมากไปอีกล้านทวีคูณณณณ! กับ 15 สถานที่ ในจังหวัดฟุคุชิมะ

ที่อยู่ทางด้านภูมิภาค โทโฮคุ รับรองว่าถ้าได้มาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน เชิญรับชมฮะท่านผู้ชมมมมม

 

 

วันแรกเราออกเดินทาง

จากสนามบินดอนเมือง มาลงที่สนามบินนาริตะ เวลา 23.45 น. คือแพลนว่าจะถึงนาริตะ 8.30 น. (เวลาญี่ปุ่น)

บวกเวลาไทยไปอีก 2 ชั่วโมง ตลอดการเดินทางคือเราหลับตลอดทาง 5555

จนมีบริการเสริฟอาหารและพอเปิดหน้าต่าง จึงทำให้รู้ว่า ท้องฟ้ากำลังจะเช้าแล้ว …

 

 

เวลาประมาณ 8.30 น. ของญี่ปุ่น เครื่องก็มาลงสู่สนามบินนาริตะ แพลนการมาญี่ปุ่นของเราครั้งนี้ คือ

จะเก็บที่เที่ยวในจังหวัด fukushima โดยจะปักหลักรากฐานที่เมือง aizu-wakamatsu

ซึ่งเป็นอีกเมืองที่อยู่ในจังหวัด fukushima นั่นแหละ ส่วนตัวช่วยทีดีที่จะทำให้สะดวก

ต่อการเดินทางเลย ก็คือ Jr pass เราซื้อ Jr east pass Tohoku area

ราคาถ้าซื้อจากไทยจะตกอยู่ที่ 19,000 เยน แต่ถ้ามาซื้อที่เคาน์เตอร์ ราคาอยู่ที่ 20,000 เยน

ส่วนเงื่อนไขในการใช้บัตรนี้ คือ สามารถใช้ได้ 5 วัน แต่ภายใน 14 วัน

 

 

พอมาถึงที่สนามบิน เราก็นำ Pass ที่ได้ไปแลกเป็นบัตรหน้างาน ส่วนการเดินทางจากสนามบินของเราคือ

นั่ง NEX ต่อ Tohoku Shinkansen ต่อ รถไฟ หึยยย! ไม่ต้อง งง เพราะเดี๋ยวเราจะพาเดินทางแบบมีสติเอง 555555

 

ขอแนะนำเส้นทางการในมาแลกตั๋วและขึ้น NEX กันสะหน่อย

– หลังจากเพื่อนๆรับกระเป๋า และล้างหน้าตากันเรียบร้อย อันดับแรกให้มองหาโลโก้ที่เป็นรูปรางรถไฟ (ในภาพซ้ายบน)

และเดินตามทางมาเรื่อยๆ ทางที่ป้ายจะพาไปคือ จะต้องเลี้ยวขวาลงชั้นรถไฟใต้ดิน (B1F) ไม่ต้องจำเส้นทาง จำแค่ป้ายพอ

– พอตามทางมาปุ๊บก็จะเจอกับเคาน์เตอร์แลกตั๋ว JR

– เดินลงไปอีกชั้นก็จะเจอกับสถานีที่จะนั่ง NEX ที่โตเกียวกัน เราจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

*ตอนนำบัตรไปแลก พนักงานที่เคาน์เตอร์จะถามเราค่ะว่าไปไหน และเค้าจะแนะนำการเดินทาง

พร้อมกับจองตั๋วและที่นั่งให้พร้อม ขอแนะนำว่าเผื่อเวลาเอาไว้หน่อย คือ กันหลง เอาไว้หน่อย

** NEX อันนี้เหมือนบังคับจองที่นั่งนะ เพราะตอนนั้นเราไม่เห็นขบวนสำหรับไม่ได้จองที่นั่งเลย

ส่วน Shinkansen ถ้าใครรีบไม่มีเวลาจองที่นั่ง สามารถไปขบวนแบบไม่จองที่นั่งได้นะ

 

 

สวัสดี โตเกียว!

จากสนามบินนาริตะว่าวุ่นวายแล้ว พอมาเจอสถานีโตเกียวเท่านั้นแหละ นาริตะมีความซอฟไปเลย 55555

เมื่อมาถึงแล้วอย่างแรกเลยคือสติ.. และอันดับสองคือ มองหาป้ายรถรถไฟพื้นเขียว(รูปภาพซ้ายบน)

และเดินตามป้ายมา พอเดินมาสักพัก กับจำนวนคนมหาศาลก็จะเจอทางเข้าไป Shinkansen

แต่มันจะมีไปหลายที่มากกก ให้เพื่อนๆมองหาคำว่า Tohoku ถ้าเห็นคำนี้ แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้ว 55555

*การเข้าไปในสถานีเราไม่ต้องติ๊ดบัตร เราแค่ยื่นบัตร Jr ให้พนักงานดู

แค่นี้ พนักงานก็เปิดประตูให้เราแล้ว เหนือในเหนือมาก 55555

*ก่อนจะขึ้นไปที่ชานชาลาของเรา ก็เอาตั๋วมากางดู และหา Track No. กันก่อน

มีวิธีเช็คได้สองทางคือ ในเว็บ Hyperdia หรือป้ายบอกตารางรถในสถานี

เช็คช่วงเวลา และสถานที่ที่จะไป และก็เดินตาม Track No. นั้นเลย หากใครงงๆงวยๆ ว่าจะไปถูกไหม

แนะนำว่าดูที่เวลาได้เลย เพราะเวลาที่นี่เป๊ะและแม่นจริงๆ

พูดมาอย่างยาว ยังไม่รู้เลยว่าจะนั่ง Shinkansen ไปลงที่ไหน 55555

เราจะนั่ง Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลงกันที่สถานี Koriyama ใช้เวลาก็ประมาณ ชั่วโมงหน่อยๆ

 

 

สวัสดี Koriyama อีกนิดเราก็จะถึง Aizu-wakamatsu กันแล้ว ฮึบๆ!

หลังจากนั่ง Shinkansen มาประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึง สถานี Koriyama กันแล้วววว

มันจะยังไม่ถึงง่ายๆแน่ๆ ในเมือเราจะหนีความวุ่นวายมา 555555

จากสถานี Koriyama ให้เพื่อนๆมองป้าย Ban-Etsu West Line หรือ For Aizuwakamatsu

และชูบัตร Jr ให้กับพนักงานและเดินไปรอที่สถานีได้เลย ส่วนรอบเวลา อย่างที่บอกว่า เว็บ Hyperdia

เจ๋งและแม่นยำสุด หรือใครยัง งงๆ ไม่ต้องกลัวเด๊อ เพราะพนักงานที่เราแลก Jr ที่สนามบิน

จะลิสช่วงเวลาตลอดการเดินทางของวันนี้ให้หมดเลย

 

 

 

Place No. 1 “Aizu-wakamatsu”

 

 

ใช้เวลาแค่อึดใจเดียว เราก็มาถึงเมือง Aizu wakamatsu เป็นอีกเมืองที่เป็นยอดนิยมของจังหวัด Fukushima

โดยเราจะพักอยู่เมืองนี้ 4 คืน และเที่ยวเป็นใยแมงมุม เพราะการพักเมืองนี้

จะทำให้ การเดินทางง่าย และไม่ต้องต่อสายรถไฟให้ยุ่งยากด้วย

พอเรามาถึงที่สถานี Aizu wakamatsu หิมะก็ตกเลย บรรยากาศกับการเจอหิมะตกครั้งแรก

 

 

 

ในส่วนของวันแรก ก็เล่นเดินทางทั้งวันแล้ว แถมคืนที่เราไปหิมะก็ตกหนักมากกก

เลยเข้าที่พักและหาอะไรกินแถวๆที่พักแทน แนะนำมาช่วงหิมะ อยากแนะนำให้พักแถวๆสถานี

เพราะพื้นที่มีหิมะเยอะมาก หากใช้กระเป๋าลาก อาจจะลำบาก หรือใครพักไกลๆ

ที่นี่ก็จะมีบริการแท๊กซี่เยอะมาก แต่… ราคาก็สูงมากเช่นกัน 5555

 

 

ส่วนที่พักเราใน Aizu wakamatsu

สองคืนแรก เราพักที่ Aizu-Wakamatsu Washington Hotel (ในภาพมองตรงไปโลดดด)

จองผ่าน booking หรือ hotel search ได้เลย จะเลือกว่าจ่ายหน้างานหรือจ่ายผ่านบัตรได้หมด

(แอบแนะว่าจ่ายหน้างานถูกกว่า เพราะตัดบัตรเค้าจะตัดเรทธนาคารจะแพงกว่านิดหน่อย)

 

 

 

 

Place No. 2 ” Yunokami Onsen Station “

 

 

เช้าวันที่สอง วันนี้เราจะตะลอนทัวร์ไปทางสาย Aizu Railway for AIZU TAJIMA

ไปลงที่ Yunokami Onsen Station ใช้เวลาประมาณ 39 นาที แต่เนื่องจาก JR Pass ที่เราซื้อมาใช้ได้ 5 วัน

แต่เราต้องอยู่เที่ยว 6 วัน เลยตัดสินใจซื้อบัตร Aizu Gurutto Card เป็นบัตร 2 วัน

เอาไว้ตะลอนตลอดเส้นทางนี้ แถมยังใช้ขึ้นรถบัสเมืองสำหรับวันพรุ่งนี้ได้อีกด้วย

 

ส่วนการเดินทางง่ายนิดเดียว สามารถนั่งรถไฟจาก Aizu – wakamatsu ไปลงที่ Yunokami onsen ได้เลย

โดยเลือกสาย Aizu Railway for AIZU TAJIMA และ ที่นี่ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คเลยก็ว่าได้

 

 

สำหรับนักถ่ายรูป ถือเป็นสถานีที่สวยที่สุดอีกสถานีนึง ที่มาได้ทุกฤดูกาลเลย

ส่วนข้างๆสถานี จะมีบริการออนเซน สาธารณะสำหรับแช่เท้า แหม่… ก็ดูชื่อสถานีด้วยเนอะ

และบริเวณแถวสถานีก็เป็นจุดถ่ายรุปอีกจุดที่คนนิยมกัน แบบว่า บรรยากาศมันได้จริงๆเล้ยยย

 

 

 

 

Place No. 3 “หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku”

 

 

หลังจากเรามาถึง Yunokami Onsen Station เราก็มาต่อกันที่ Ouchijuku Village หรือหมู่บ้านโบราณ

 

วิธีการเดินทางคือ

– เมื่อออกจาก Yunokami Onsen Station

– เลี้ยวซ้าย จะมีรถบัสจอดอยู่

– ส่วนค่ารถบัตรใครทำบัตร Aizu Gurutto Card ก็ฟรีเด๊อ ส่วนถ้าไม่มีบัตร ราคาไป-กลับอยู่ที่ 1,000 เยน

ปล. วันอาทิตย์จะไม่มีบัสบริการเน๊อ จะต้อง Taxi โอนลี่อย่างเราไปวันอาทิตย์

โดนค่าแท๊กซี่ เที่ยวละ 2,000 เยน ไป-กลับก็ 4,000 เยน เอง แงงงงงงงงงงงงงง TT

 

นี่คือบรรยากาศของหมู่บ้าน เป็นบ้านแบบโบราณ มีทั้งของกินเอย ของฝากเอย ขายเต็มไปหมด

แต่ในช่วงที่เราไป ร้านจะเปิดแค่บางส่วน แต่ก็ยังพอคึกครื้นอยู่

 

 

และนี่คือจุดชมวิวด้านบน จะมองเห็นหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเลย เดินมาสุดทางหมู่บ้าน

มองซ้ายมือจะเห็นทางขึ้น ถ้าใครมาช่วงหิมะ ทางเดินขึ้นมันก็จะลื่นหน่อยๆ 55555

 

 

 

ส่วนขากลับ เราได้นัดรถแท๊กซี่เอาไว้ให้มารับ พอถึงเวลา เราก็นั่งแท๊กซี่

กลับไปที่ Yunokami Onsen Station เพื่อจะต่อรถไฟไปสถานที่ถัดไป

 

 

Place No. 4 ” Tonohetsur ผาหินล้านปี”

 

 

จาก Yunokami Onsen Station นั่งรถไฟมาลงที่ Tonohetsuri station

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะแค่ 2 ป้าย “Tonohetsur ผาหินล้านปี”

พอถึงสถานี Tonohetsuri station ก็จะมีป้ายบอกทางไป Tonohetsuri เดินประมาณ 500 เมตร ไม่ไกลเลย

ถ้าในช่วงหน้าหิมะ สะพานจะไม่สามารถลงไปเดินได้ แต่ถ้าฤดูปกติจะสามารถเดินลงได้ชิลๆเล้ยยย

 

 

 

 

Place No. 5 ” Tonohetsur Station “

 

 

หลังจากเพลินกับการเที่ยว Tonohetsuri แล้ว เราก็กลับกันมาที่สถานี

เพื่อนั่งกลับไปที่เมือง Aizu wakamatsu กัน ระหว่างรอขบวนรถไฟมา รอบๆสถานีถือว่า

เป็นจุดที่น่าแวะถ่ายรูปอีกนึงจุดเลยนะ บรรยากาศเงียบสงบ มีหิมะปกคลุม และมีต้นไม้สูงๆล้อมรอบ

 

 

 

 

Place No. 6 “Ashinomaki Onsen Station”

 

 

หลายคนคงเคยได้ยินว่า เสน่ห์ของการเดินทาง คือเรื่องราวระหว่างทาง

เพราะระหว่างนั่งรถไฟจาก สถานี Tonohetsur กลับมาที่ เมือง Aizu

เราก็พึ่งรู้ว่า สถานีนี คืออีกจุดที่ตากล้องมารอถ่ายรถไฟกัน

เพราะนี่คือรถไฟที่เรานั่งกลับจอดอยู่สถานีนี้ สักพักนึงและคนในรถไฟต่างถือกล้องลงไปถ่ายรูปเต็มไป

 

 

ขอแนะนำสำหรับการเดินทาง

ก่อนการเดินทาง หรือ ตอนกลางคืนก่อนเดินทางอีกวัน เราอยากให้เพื่อนๆเช็ครอบรถไฟในแต่ละขบวน

ที่จะเดินทางผ่าน Hyperdia กันก่อน เพราะเราจะได้รู้ว่า แต่ละสถานที่เราสามารถใช้เวลาได้เท่าไหร่

หรือให้ง่ายต่อการจัดเวลานั้นแหละ ส่วนคืนที่ 2 เราก็กลับไปนอนที่ Aizu wakamutsu เหมือนเดิม

 

 

 

 

Place No. 7 ” Inawashiro Lake “

 

 

เดินทางกันจนมาถึงวันที่ 3 กับสถานที่ที่ 7 การเดินทางเราจะเริ่มจาก Aizu-wakamutsu

นั่งรถไฟสาย Ban Etsu West Line มาลงที่ Inawashiro Station ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

หลังจากมาถึงสถานี Inawashiro จะมีรถบัส Bandai To To Bus (คันสีขาว จอดช่องแรก) จอดอยู่

เพื่อนๆสามารถไปลงที่ Nagahama Bus Stop ได้เลย ทะเลสาบจะอยู่ด้านซ้ายมือ

รถจอดที่ทะเลสาบเลย ใครกลัวเลย ลองสังเกตดูนะ

 

*เพิ่มเติม เพื่อนๆสามารถโชว์บัตร JR Pass หรือ บัตร Aizu Gurutto Card ก็จะไม่เสียค่ารถเพิ่ม

และนี่คงเป็นทะเลสาบที่เราหลงรักมากที่สุด นอกจากความสวยของภูเขาที่แปลกตา น้ำสีฟ้าเข้มที่คู่กับหงส์

และภูเขาได้อย่างลงตัว นอกจากบรรยากาศที่ดีแล้ว ก็ยังคงเป็นความประทับใจเรื่องน้ำใจของคนที่ด้วย

– คือเราทำกล้องตกไว้ ก็มีคนมาคืน

– เพื่อนเราไปถามทางกลับไปสถานี ก็มีคนอาสาพามาส่งเฉยยย

คือคนที่นี่ Nice มาก จนเราหลงรักที่นี่สุดๆ เลย

 

 

 

 

 

Place No. 8 ” Goshikinuma Ponds หรือ บึง 5 สี”

 

 

หลังจากเที่ยวทะเลสาปเสร็จ ให้นั่งบัสกลับมาที่ สถานี Inawashiro เหมือนเดิม

และเราก็ต่อด้วย Bandai To To Bus คันสีขาวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ อยู่ช่องสองนะ

เพราะช่องแรกจะไปเส้นทางที่เราไปตอนเช้า ใครพลาดรอบ 10.30 น. ก็จะได้ไปอีกทีคือรอบ 14.00 น. เลย

แพลนเวลาดีดีย์เด๊อ (รอบรถที่ไป 9.10 / 10.28 / 14.00 / 15.10 / 16.10/ 17.10 น.)

ส่วนค่าโดยสารจะมี JR Pass หรือ บัตร Aizu Gurutto Card ก็ยื่นให้คนขับได้เลย จะได้ไม่เสียตังเพิ่ม

 

ความพีคในพีคคือ ในวันที่เราไปหิมะปกคลุมเยอะมาก จากที่อ่านรีวิวคือ จะมีเรือเป็ดปั่นกันชิลๆ มีลานกว้างๆ

ให้ถ่ายรูปใกล้กับบึง แต่… สิ่งที่เห็นคือ ทุกอย่างเต็มไปด้วยหิมะ เงียบสงบ

เอาง่ายๆ มีแต่พวกเรานี่แหละที่เที่ยว 55555 แต่เราว่า ทุกฤดูก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป

อย่างเพื่อนเราที่มาตอนใบไม้ผลิ ก็จะอิจเราว่า ทำไมช่วงหิมะสวย

ส่วนเราก็คิดว่า ทำไมตอนใบไม้ผลิสวย 55555 สรุปคือ… สวยทั้งคู่ ชอบตอนไหนก็ไปช่วงนั้น ฮ่าๆ

 

 

 

 

ส่วนคืนนี้ เราก็นอนที่ Aizu-wakamutsu แต่เปลี่ยนที่นอนกัน จากสองคืนแรก เรานอนเป็นแบบโรงแรม

ส่วนอีกสองคืนหลัง เราเลือกนอนเป็นคล้ายๆ สไตล์แบบญี่ปุ่น

ส่วนที่พักเป็นบ้านชื่อ A Place To Stay อันนี้จะไกลจากสถานีประมาณ 1 กิโล เราจองผ่าน web : Airbnb

และนี่คือบรรยากาศฟินมาก แต่เสียงอย่างเดียวหนาวมาก อุ่นแค่ตรงที่นอนละก็ห้องนั่งเล่น TT

 

 

 

 

 

 

Place No. 9 ” Tsuruga Jo Castle “

 

 

การเดินทางของวันที่ 4 ก็มาถึง วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ในเมือง Aizu wakamatsu

แพลนของเราเช้านี้คือ ปราสาท Tsuruga jo ถ้าหากอยู่ใกล้สถานีรถไฟ สามารถนั่งรถบัสคันสีเขียว

ตรงป้ายที่ 6 ได้เลย ไปลงที่ป้าย H14 ใช้ เวลาประมาณ 20 นาที ตะตะตะตะแต่…! อย่างที่บอกว่า

ที่พักเราไกลจากสถานีประมาณ 1 กิโล ดังนั้นจากที่พัก เราเลยเลือกวิธีการเดินเท้าไปปราสาทแทน

เหมือนจะใกล้ แต่… ก็ไม่ใกล้นะ แต่ถ้าไม่รีบก็ชิลไปโลดดดดด!!

 

 

ใช้เวลาที่ปราสาทสักพัก เราก็หาแพลนที่จะไปกันต่อ นั่งเซิสข้อมูลอยู่พักนึง

ก็ได้ข้อสรุปว่า เราจะไปวัดของอิคคิวซัง โดยใช้รถไฟสาย Tadami กันนนนนน

 

 

 

Place No. 10 “Enzoji Temple”

 

 

นี่คือสถานที่ต่อจากปราสาท การเดินทางเราจะเริ่มจาก สถานี Aizu wakamatsu

– โดยนั่งรถไฟสาย Tadami จาก Ai-zu wakamatsu ไปลงสถานี Aizu Yanaizu

– พอลงจากสถานี สามารถเดินไปที่วัดได้เลย ประมาณ 10 นาที

เพื่อนๆเปิด map ได้เลย เดินไปสักพักก็จะเจอ ป้ายอิคคิวซัง ชี้ทางให้อยู่

ที่นี่ถือเป็นบ้านเกิดของวัวแดงอะคาเบโบะ (Akabeko) ซึ่งเป็นมาสคอตชื่อประจ า เมือง Aizu อีกด้วย

 

 

 

คำแนะนำที่ถ้าจะมาเที่ยวสถานที่ที่ต้องใช้สายรถไฟ Tadami อยากให้เพื่อนๆ เช็ครอบรถไฟก่อนเดินทาง

เพราะว่าสายนี้บางทีช่วงสายๆเวลาจะห่างกัน อาจจะเสียเวลาในก่อนรอ หรือ พลาดขบวนรถไฟ

เพราะตอนนั้นเราเช็คคือ มีรอบเช้าตรูมากกกก มีอีกทีคือสายเลยยย ยังไงเพื่อนๆลองแพลนเวลากันดูนะ

 

 

Place No. 11 “Numata Highway Bridge”

 

 

อย่างที่บอกว่า สายรถไฟ tadami จะมีไม่เยอะ พลาดรอบนึง ก็รออีกนานนนน

และเราก็เป็นหนึ่งในนั้น 555 เพราะรอบกลับเรามี คือเย็นเลย แต่การรอไม่ใช่ปัญหา

เพราะวิวจากวัดนี่สวยมากกกกก คือจากวิววัด Enzoji สามารถมองเห็นสะพานแดง

บ้านถนนสาย Numata ได้เลย ส่วนตัวเราชอบความเป็นหิมะตัดกับสะพานแดง

ดูยุโรปปปปปสุดๆ! ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือประเทศญี่ปุ่น

 

 

 

 

ส่วนวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ในเมือง Aizu wakamatsu แล้ว เวลาเดินเร็วมากกกก TT

 

 

Place No. 12 “Mishima Town”

หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีจุดชมวิวรถไฟที่สวยงามที่สุด

 

 

การเดินทางเราจะเริ่มจาก สถานีAizu wakamatsu

จาก สถานี Aizu wakamatsu ต่อสาย Tadami Line มาลงที่สถานี Aizu Miyashita

ตรงสถานี Aizu Miyashita จะมีแผนที่ และข้อมูลสำหรับเที่ยวในเมืองนี้ และที่สำคัญ มีเวอร์ชั่นภาษาไทยด้วย

 

 

 

คือเอาจริงๆ พอออกมานอกเมืองขนาดนี้ พอได้เจอภาษาไทยแล้วรู้สึกสบายใจสุดๆ 555555

ส่วนบริเวณใกล้ๆ จะมีศูนย์สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อนๆสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลที่นี่ได้เลย

เพราะเจ้าหน้าที่ที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้ประมาณนึง

และที่นี่ก็จะมีจักรยานให้เช่าด้วย แต่ช่วงที่เราไปดันไม่มีสะงั้น TT

 

 

 

ส่วนคืนนี้ เรานอนที่เรียวกังที่หมู่บ้าน เราจำชื่อที่พักไม่ได้ แต่ที่พักแถวสะพานแดงหาไม่ยาก

เพราะมีอยู่ที่พักเดียว อ่อออ.. แล้วเราเห็นก็จะมีที่พักเป็นเรียวกัง แถวๆศูนย์นักท่องเที่ยว

ส่วนตัวเราว่าที่นี่สะดวก เพราะใกล้สถานี และใกล้พวกมินิมาร์ท คือเรื่องปากท้องสำคัญไง 55555555

 

 

Place No. 13 “Tadami River First Bridge”

 

 

แท่นแท่นแท๊นนนนนนน ตอนนี้เราอยู่ที่ “Tadami River First Bridge”

และนี่ก็คือจุดแลนมาร์คสำหรับหมู่บ้าน Mishima

 

 

ส าหรับการเดินทางจะมีให้เลือก 3 แบบ คือ

– เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.30 น. จะมีรถบัส จากสถานี Aizu Miyashita มาที่จุดชมวิวนี้

– รถยนต์ส่วนตัวแบบ สบ๊าย สบายยย

– ส่วนใครมาวันธรรมดาก็… เดินสิเจ้าค่ะ อากาศสบายๆ 3 กิโลเอ๊งงงงง

จุดสังเกตคือ จะเจออาคารใหญ่ๆ เป็นคล้ายโถง ทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว จะอยู่ด้านข้างอุโมงค์ซึ่งบนนี้

จะมีจุดชมวิว A B C D ส่วนเราว่า C น่าจะโอเคสุด เลยเลือกอยู่จุดนี้

 

ส่วนช่วงเวลาของจุดชมวิวนี้ ที่จะมีช่วงเวลารถไฟผ่านอยู่

*ขาไปของรถไฟ : 06.03 / 07.39 / 09.17 / 13.05 / 15.59 / 19.41

*ขากลับของรถไฟ : 07.22 / 09.04 / 14.22 / 18.13 / 20.58 / 22.57

แพลนเวลากันดีดีนะ จะได้ไม่เสียเที่ยวกัน

 

 

 

 

Place No. 14 “Tadami River First Bridge 2”

 

 

หลังจากชมวิวจุดแรก เราก็เดินเล่นมากับเพื่อน ก็เจออีกจุดนึงที่เราเห็นตากล้องรอตั้งกล้องถ่ายรถไฟกัน

จุดนี้อยู่ตรงเส้นขากลับไปในหมู่บ้าน จะมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ขวามือ

ให้เพื่อนๆเดินลงมา และเดินมาประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเจอวิวนี้

 

 

 

Place No. 15 “Red Bridge @Mishima Town”

 

 

และแล้วก็มาถึงสถานที่สุดท้ายสำหรับทริป สะพานแดงในหมู่บ้าน Mishima

อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แค่หน้าที่พักเอง เดินมาถ่ายรุปเล่นได้สบายเลยยยย

 

 

 

และนี่คือสถานที่ทั้งหมดที่เราได้เที่ยวในจังหวัด Fukushima

ขอบอกเลยว่า หากใครชอบความสงบ คนไม่วุ่นวาย

และอากาศดีดี จังหวัดนี้คือคำตอบบบ ^^

 

การเดินทางกลับ

-ขากลับ จากสถานี Aizu miyashita ไปลง สถานี Aizu wakamatsu

– สถานี Aizu wakamatsu ไป Koriyama

-จาก Koriyama นั่ง Tohoku Shinkansen กลับ สถานี Tokyo

– สถานี Tokyo นั่ง NEX กลับไปที่สนามบินนาริตะ

 

ทริคง่ายๆ คือ

– แพลนเวลาการเดินทางของรถไฟที่นี่ดีดีเลย เพราะบางสาย นานๆทีกว่าจะมาแต่ละรอบ

– เส้นทางไหน ใช้สายรถไฟเดียว ก็แพลนให้เที่ยวในวันเดียวกัน (ตามแพลนข้าพเจ้ามาโลด)

– เว็บแนะนำสำหรับเช็ครอบรถไฟ Hyperdia ที่สุดของความแม่นยำ

– เวลาอยู่ในรถไฟ หากไม่แน่ใจชื่อสถานีของปลายทาง ให้เช็คเวลาก็ได้ค่ะ

เพราะเวลาที่จะถึง ใน Hperdia แม่นมากกกกกก

– ที่พัก แนะนำหาเว็บที่สามารถจ่ายเมื่อมาถึงได้ดีกว่า เพราะถ้าตัดบัตรจะโดนเรทแพงกว่าเดิม

– เว็บที่เราจองที่พัก มี Booking , Airbnb , Hotel Search (Trip.com)

 

อยากติดตามสถานที่อื่นๆของจังหวัด Fukushima สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่

Home

 

ส่วนการติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราในช่องทางอื่นๆ

Facebook : https://www.facebook.com/LifeBraryjourney/

IG : https://www.instagram.com/lifebraryjourney/

Twitter : https://goo.gl/q9uwX3

Food

Trips

photograph

บทความที่เพิ่งดู

รวม 7 รสชาติตามแบบฉบับชาวเมือง Okuaizu ที่ต้องร้องอือหืออ!

แดงให้โลกมันรู้ไป !!! พาน้องวัวแดงชมวัดเอนโซจิ แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีและทิวเขาขึ้นชื่อของฟุคุชิมะ

ทิ้งงานที่โต๊ะ!! มาพักกายนอนแช่ออนเซ็นแบบ Slow life ที่ Ashinomaki Onsen Okawaso

พาตะลึงภูเขาสีชมพู! เทศกาล Moss pink festival เริงร่ากับดอกพิงค์มอสนับแสนที่ JupiaLand Hirata

[[ UNSEEN FUKUSHIMA ]] เปิดศึกความงาม 2 สายพันธุ์ดอกพีช Vs ซากุระ ที่สวน “ Hanamomo Park”

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima

https://www.caviarbase.com http://www.simondeli.com http://www.weeklyleak.com replica handbags replica handbags hermes replica replica bags replica handbags replica hermes https://www.9replicabag.com replica bags replica handbags http://nwaedd.org replica hermes hermes replica iphone cases cheap jewelry wholesale jewelry sex toys cheap sex toys human hair wigs cheap nfl jerseys cheap jerseys http://www.kahnawake.com canada goose outlet hermes replica replica hermes http://www.gretel-killeen.com http://www.etgworld.com canada goose outlet