Japan งานเทศกาล บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ dessert Food Restaurant Trips

Day 4 : มุ่งหน้าสู่ Aizu Wakamatsu แวะเที่ยวเมืองราเมง Kitakata

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
เช้านี้เรา check-out ออกจาก APA Hotel Fukushima Ekimae
เราจะย้ายไปอยู่ที่เมือง Aizu Wakamatsu อีกหนึ่งเมืองในจังหวัด Fukushima

เริ่มจากนั่ง Shinkansen ไปลงที่สถานี Koriyama แล้วต่อรถไฟ JR สาย Ban-etsu-West
เมื่อเข้ามาในสถานี ก็จะเจอป้ายแบบนี้ แสดงว่ามาถูกทางแล้วฮะ

จากสถานี Koriyama ไป Aizu Wakamatsu ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 78 นาที
รถไฟแวะจอดหลายสถานีอยู่ฮะ แล้วคนค่อนข้างเยอะ ตอนแรกที่ขึ้นเรายืนหลายสถานีมาก
กว่าจะได้นั่ง ทำเอาขาทรุดเลย ทั้งยืน ทั้งจับกระเป๋า T___T

ถึงแล้วฮะ Aizu-Wakamatsu สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือเจ้าวัวแดง เราสามารถเจอได้เต็มไปหมดทุกที่
แม้กระทั่งรถไฟก็ตาม น้องวัวแดงเต็มไปหมด >___<

เราจองที่พักจาก airbnb เอาไว้ เป็น Guesthouse มีคนดูแลเป็นฝรั่ง ใจดีมากๆ เค้าเอารถมารอรับพวกเราหน้าสถานีเลย
ออกมาก็เจอเลยจ้า เพราะมีฝรั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางเหล่าญี่ปุ่น ฮ่าๆ : P

จากสถานีขับรถไปที่พักแค่ 5 นาทีเท่านั้น แต่ถ้าเดินก็ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ไม่ใกล้ ไม่ไกล เดินได้เรื่อยๆ
มาดูห้องพักกันดีกว่า เป็นส่วนตัวมากๆ ตอนแรกคิดว่าจะเล็กๆ แต่ขนาดห้องกำลังดีเลย
มีแบ่งโซนห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว เป็นสัดส่วนดีฮะ

ที่ชอบมากๆ ก็คือตรงห้องนั่งเล่น จะมีโต๊ะกลมพร้อมเบาะ แล้วด้านในโต๊ะมีฮีทเตอร์
คือมันเหมือนในการ์ตูนที่เคยดูเลย 555 ตื่นเต้นมากกกก

เก็บของเสร็จ เราก็เดินกลับออกไปที่สถานีเพื่อไปเมือง Kitakata กัน
นั่ง JR เหมือนเดิมฮะ เจอน้องวัวแดงอีกแล้ว เห็นมะ : P

KITAKATA

นั่งเล่นเพลินๆ แปบๆ ก็ถึงละ ใช้เวลาประมาณครั่งชั่วโมง

เมือง Kitakata เป็นเมืองขึ้นชื่อในเรื่องของราเมง และโรงบ่มสาเก ซึ่งร้านราเมงที่เมืองนี้มีเป็นร้อยกว่าร้านเลยฮะ

แว้บแรกที่เดินเข้ามาข้างใน ให้ฟีลเหมือนเราไปแถบๆ Kawakuchigo อะไรพวกนั้น ที่เหมือนหลุดเข้าไปอีกเมือง
เป็นเมืองของตัวเอง มีรถ Bus ประจำทางรับส่งรอบเมือง อะไรทำนองนี้ ฉะนั้น .. เราเลยเริ่มจาก ไปหาคุณพี่ Information เนอะ

คุณพี่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เค้าก็จะให้แผนที่มา พร้อมแนะนำว่าราเมงร้านไหนน่าไปโดน
อธิบายเรื่องรถ Bus ซึ่งคือรถบัสเพิ่งจะออกไปตอนเรามาถึง แล้วต้องรออีกชั่วโมง

เราเลยตัดสินใจไม่รอ เดินฮะ เพราะเราเดินเก่ง 55555 เริ่มปฏิบัติการตามล่าหาร้านราเมงสุดอร่อยกันก่อน

เจอต้นแป๊ะก๊วยเหลืองอีกแล้ว : ) สบายตาที่สุดเลย

พอเดินมาได้ซักพัก ได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่ม เลยรีบวิ่งไปกัน ตกใจมากกก เจอเด็กน้อยกำลังเต้นกลุ่มเบ้อเร่อเลย
ไปสอบถามคนแถวนั้นมาได้ความว่า วันที่เรามามี Event พอดี เรียกว่า Kassai จะมีกลุ่มเด็กๆ มาเต้นกัน
เรียกว่า Yosakoi เต้นตามจังหวะเพลง แล้วมีอุปกรณ์ไว้ที่มือคล้ายๆ หอยกาบบ้านเราหรอ 55 เคาะจังหวะตาม น่ารักมากก

เลยจากเด็กๆ ไป ก็มีอาหารขายตลอดทางเยอะมากกก ดีใจอะะะะ แบบจะได้กินแล้ว !!!

ตอนเจอหน้ากากนี่รีบพุ่งเข้าไปเลย แต่ .. มันไซส์เด็ก T__T อดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ของกินขายตามทางเยอะมากๆ แล้วพวกเราก็ซื้อกินไปเยอะมากเช่นกัน ฮ่าๆ

อันนี้อร่อยมากกก เป็นชีสห่อแป้งทอด กินไปกระป๋องนึง หมดแล้วก็เดินกลับไปซื้ออีก ฮือออ อร่อยยย

แล้วที่พื้นจะมีโซนให้เขียนเล่นด้วย มีเด็กๆ มาเขียน มาวาดกันเต็มไปหมด
พวกเราก็ไปสิฮะ จะรออะไร เขียนไป เด็กๆ ก็มองไป แบบมาแย่งตรูเล่นทำไมฟระ !!! 555

ทั้งเล่น ทั้งเดิน ทั้งกิน ไม่ถึงร้านราเมงซักที 555555 เลยต้องฮึ้บตัดใจ ออกจากโซนนี้ไป ไม่งั้นร้านปิดแน่นอน
จนเดินมาถึงร้านที่คุณพี่ Information แนะนำ ถึงกับต้องร้องไห้ออกมา เพราะแถวยาวมากกกกกกกกกกกกกกกก

ลองยืนคำนวณเวลาคิวที่รันเข้าไปแล้ว น่าจะเป็นชั่วโมง เลยตัดใจเดินไปกินร้านข้างๆ ที่แถวไม่ยาวมาก
รอแค่แปบเดียวก็ได้เข้าไปข้างใน สั่งมาคนละ 1 ชาม ซัดไปเต็มๆ สูดเส้นเสียงให้ดังที่สุด !! : P

หมูชาชูชิ้นโต เต็มชามไปหมด เส้นก็เยอะสุด สรุปคือกินไม่หมดฮะ เพราะมันเยอะมาก แต่อร่อยมากกกก : )

ตอนแรกคิดไว้ว่ากินร้านนี้เสร็จ จะลองเดินหาร้านอื่นกินต่อ แต่เพราะว่าก่อนหน้านี้ซัดของกินตามทางไปเยอะมาก
เลยไม่ไหว ต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อไปโรงบ่มสาเก ที่เค้าแนะนำไว้

ด้านในก็จะมีสาเกเต็มไปหมด เอาจริงๆเราไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ไม่คุ้นชิน : P

พนักงานเทสาเกพีชให้ชิมด้วย อร่อยดีนะ แต่มันไม่ชินน ขอกลับไปสายเบียร์เหมือนเดิมดีกว่า : )
เสร็จจากตรงนี้ เราก็เริ่มว่าง ไม่รู้จะไปไหนต่อดี เดินไป งงไป  กางแผนกันไปมั่วๆ

จนมาเจอกับร้าน Cafe’ Cocco Tree น่าจะเป็นร้านเดียวในเมืองนี้ ร้านน่ารักมาก รีบเบิ่งเข้าไปแบบสุดๆ เลย

ตอนที่เราเข้าไป คนยังไม่เยอะ เลยได้โต๊ะเลย แต่ตอนนั่งกินไปได้ซักแปบ คนเยอะมากกก
จนพนักงานต้องเอาสมุดมาให้ลงชื่อเอาไว้ แล้วจะเรียกตามคิว

อันนี้คือเห็นโต๊ะข้างๆ เค้าสั่งกัน เลยสั่งบ้าง เปรี้ยวมากกก ฮืออ กินไปหลับตาไป 5555 แต่แป้งแพนเค้กอร่อยยยย

ตามมาด้วยบิงซู 5 รส | อร่อยดีฮะ แปลกๆ ดี แต่ค่อนข้างจืดๆ เพราะน้ำแข็งไม่มีรสชาติเลย

ความน่าตื่นเต้นอีกครั้งนึงของพวกเราก็คือ ตอนที่นั่งกินๆ อยู่ ได้ยินเสียงเพลงไทยดังออกมากจากลำโพงร้าน
อรู้ววว ตื่นเต้นเว่ออออ 5555 แบบ .. เพลงไทยเว้ยยยยย !!!

แล้วไม่ใช่แค่เพลงเดียวนะ รันมายาวๆ หลายเพลงมาก เออค่อยรู้สึกแฮปปี้หน่อย
กินไปฟังเพลงไทยไป จนตอนเช็คบิล สงสัยมาก เลยถามพนักงานว่าทำไมถึงเปิดเพลงไทย

ตอนแรกก็กะแบบเค้าจะตอบว่ามีคนไทยที่นี่ไรเงี้ย !! ป่าวจ้าา เค้าตอบว่าที่ร้านจะเปิดรันเพลงต่างชาติไปเรื่อยๆ 555 จบบบบ

เสร็จจากตรงนี้ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เราเลยเดินกลับไปที่หน้าสถานีแล้วขึ้นรถกลับ : )

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

หมู่บ้านโบราณโออูจิจูคุ Ouchijuku

[Fukushima Diary] Day 2 : Adatara ในวันที่พายุเข้า / เดินสำรวจ S-PAL ห้างใหญ่ติดสถานี JR Fukushima

ตะลุยลานสกีนุมะจิริ (Numajiri) สุดเจ๋งแห่งจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima)

หนาวนี้ไม่กลัว ไปนอนแช่ออนเซ็นอุ่นร่างกายที่โยชิคาวายะ (Yoshikawaya)

20 Pictures that I like when I visited Fukushima

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima