บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ โรงแรมและเรียวกัง Hotel Trips

แช่ออนเซ็น (onsen) กันให้ฟิน ในเมืองที่เวลาเดินช้าลงที่ Tsuchiyu onsen

Rating Chart

5 average based on 5 ratings

  • Excellent
    5
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
จากเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองตอนที่แล้วที่ได้พาเที่ยวชมเมือง Aizu Wakamatsu กันไปแล้ว

วันนี้มีเมืองออนเซ็น (onsen) ดีๆ สวยๆ มาแนะนำกัน เป็นเมืองออนเซ็น (onsen) เก่าที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยหุบเขาและด้านหลังติดอยู่กับน้ำตก เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนมากๆ ที่ Tsuchiyu onsen 

Tsuchiyu onsen นั้นอยู่ที่จังหวัด Fukushima ห่างจากเมือง Tokyo เพียง 90 นาที+รถบัสอีก 40 นาที สามารถเดินทางไปได้ง่ายด้วยรถไฟ Shinkansen ต่อเดียวจากสถานี Tokyo ใครที่มี JR Pass หรือ JR East Pass ก็สามารถใช้เดินทางได้เลย

แวะเดินเล่นในห้าง ใกล้สถานี Fukushima

เราเดินทางมาถึงกันแต่เช้า ลงเครื่องบินแล้วก็ตรงมาที่ Fukushima กันเลย จากที่นี่สามารถนั่ง Shinkansen ต่อไปได้อีกหลายเมืองทั้ง Tokyo, Sendai, Yamagata เป็นต้น

ที่ Sansuiso เรียวกังที่จองเอาไว้นั้นมีบริการรถบัสรับ-ส่งจากสถานี Fukushima วันละ 1 รอบตอนบ่ายสองโมง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลารถบัสมารับก็แวะเข้ามาเดินเล่นกันในห้าง S-Pal ใกล้สถานีกันก่อน

หาอะไรทานเบาๆกันระหว่างนั่งรอรถบัสมารับที่ Starbuck กับเมนูใหม่ๆจากชาเขียวมัทฉะ เห็นรูปแล้วน่าทานจนต้องลอง อร่อยเข้มข้นหอมชาเขียวทั้งสองเมนูครับ

เดินทางด้วยรถบัสมาถึง Tsuchiyu onsen

ถึงเวลาก็ขึ้นรถบัสมาประมาณ 40 นาที ก็ถึงจุดหมายเมือง Tsuchiyu onsen กันแล้ว ภายในเมืองมีลำธารที่ไหลตัดผ่านตลอดทั้งเมืองที่ทำให้ได้ยินเสียงน้ำไหลผ่านตลอดเวลา กับอุณหภูมิที่ลดลงกว่าในเมืองอย่างรู้สึกได้ เพราะเป็นเมืองที่อยู่บนภูเขา ล้อมรอบด้วยหุบเขาทำให้อากาศดีมากๆครับ

รถบัสรับ-ส่งของที่ Sansuiso นั้นหน้าตาจะเป็นแบบในภาพ ค่อนข้างเล็ก แต่ก็พอนั่งพอวางกระเป๋าเดินทางได้ คุณลุงขับเข้ามาส่งให้ถึงหน้าที่พักเลย ที่นี่เป็นเรียวกังที่ตั้งอยู่ลึกสุดของเมืองและใหญ่ที่สุดด้วย (เท่าที่เราเห็น)

เข้าไปด้านในกันเลย พนักงานมาต้อนรับอย่างอบอุ่น การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครั้งนี้ สาเหตุที่เราเลือกพักกันที่ Sansuiso นั้นก็เพราะว่าเท่าที่ค้นข้อมูลแล้ว ที่นี่มีบ่อออนเซ็นอยู่หลายบ่อ และยังมีวิวสวยงามที่สุดด้วย จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยๆดูกันไปเรื่อยๆนะครับ

วันที่เรามาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็มีคนมาพักกันพอสมควรเลยเหมือนกัน แต่เท่าที่เห็นทั้งหมดหรือแทบทั้งหมดเป็นคนญี่ปุ่นล้วนๆเลย เดาว่าน่าจะหลบมาพักร้อนแช่ออนเซ็น (onsen) กัน อีกอย่างที่นี่ดูยังไม่เป็นที่รู้จักของต่างชาติเท่าไรนัก

ด้านหน้าเรียวกังมีจัดโชว์ตุ๊กตาไม้แกะสลักโคเคชิ เพนท์สีน่ารักๆไว้ ซึ่งเจ้าตุ๊กตาไม้นี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Tsuchiyu onsen ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของเมือง และยังนำมาดัดแปลงเป็นตัว mascot น่ารักๆด้วย เป็นอีกเหตุผลนึงเลยที่เราเลือกมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองที่นี่ เพราะ mascot เมืองน่ารักนั่นเอง

ที่ lobby ชั้นล่างก็มีที่นั่งพักคอยรับรองแขกอยู่ระหว่างรอเช็คอิน ตรงมุมนี้มีวิวสวนสวยๆและบ่อปลาให้นั่งชมกันเพลินๆแค่เข้ามาเห็นก็รู้สึกว่านี่แหละที่ที่เราจะได้มาพักผ่อนกันจริงๆ บรรยากาศเงียบสงบมาก

ตื่นตาตื่นใจกับห้องพักวิวสุดสวย

เช็คอินเรียบร้อยแล้วก็รับกุญแจและขึ้นมาที่ห้องพักกันเลยครับ เข้ามาถึงก็ตกใจกับความกว้างขวางของห้องที่แตกต่างลิบลับกับห้องพักของโรงแรมในเมืองใหญ่ๆที่แสนแคบ และก็ตกใจอีกรอบกับบรรยากาศห้องพักสไตล์เรียวกังญี่ปุ่นแท้ๆ เรียบง่ายสวยงาม

เปิดหน้าต่างบานเลื่อนออกมองลงไปก็เห็นวิวสวนญี่ปุ่นสวยๆที่ชั้น 2 และหุบเขากับหน้าผ้าที่ด้านหลังเรียวกัง คิดภาพแล้วก็รู้สึกได้ว่าไม่ว่าจะมาฤดูไหนก็น่าจะสวยตลอด ทั้งฤดูร้อนสีเขียวชอุ่ม ใบไม้เปลี่ยนสี ซากุระ และสีขาวโพลนของหิมะในฤดูหนาว

 

ไปดูห้องน้ำกันบ้าง ที่นี่มีห้องน้ำภายในตัวห้องพักให้เรียบร้อยแล้ว ห้องอาบน้ำและห้องส้วมแยกกัน กว้างขวาง สะอาด

อุปกรณ์ สบู่ แชมพู ครีมนวด ครีมทาตัว โลชั่น มีให้พร้อมและหอมมากๆ ห้องอาบน้ำก็มีอ่างให้นอนแช่อยู่ แต่มากันถึงเมืองออนเซ็นแล้วใครจะไปนอนแช่อ่างแบบนี้ จริงไหมครับ?

เดินทางมาไกลตั้งแต่เช้า เก็บของ อาบน้ำ แต่งตัวกันด้วยชุดยูกาตะที่ทางเรียวกังเตรียมไว้ให้กันเรียบร้อย เดี๋ยวลงไปเดินเล่นภายในเมืองและกลับมาแช่ออนเซ็นกันให้เต็มอิ่มก่อนเวลาอาหารเย็นกัน

ชมสวนญี่ปุ่นสวยๆที่ชั้น 2

แวะเดินเล่นชมสวนภายในเรียวกังกันก่อนออกไปเดินเล่นภายในเมือง ที่ชั้น 2 จะสามารถเดินออกมาด้านนอกซึ่งจัดไว้เป็นสวนญี่ปุ่นได้

ด้านในมีต้นไม้อยู่มาก และยังมีสะพานสีแดงเล็กๆอีก ราวกับจำลองสวนสวยๆจากวัดในเกียวโตมาเลยทีเดียว

ออกมาเดินเล่นกันภายในเมือง Tsuchiyu onsen บ้าง ก่อนอื่นเลยก็ต้องไม่พลาดเก็บภาพฝาท่อที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกัน นั่นก็คือเจ้าตุ๊กตาไม้แกะสลัก โคเคชิ เช่นเคย

ถัดมาอีกนิดที่มุมนี้ก็มีร้านขนมอยู่ รอบๆเมืองส่วนมากจะเป็นเรียวกังและที่พัก วันนี้เป็นวันจันทร์ด้วยเลยค่อนข้างเงียบเหงา

ด้านนี้เป็นเรียวกังใหญ่เช่นกัน วิวของที่นี่ก็น่าจะสวยเหมือนกันเพราะด้านหลังก็อยู่ติดภูเขา

ใกล้ๆกันกับ Tourist information จะมีป้ายแผนที่ภายในเมืองอยู่ พร้อมกับสัญลักษณ์ตัว mascot ของเมืองสุดน่ารัก Kibokko Chan ที่เป็นเด็กหญิงที่ออกแบบมาจากตุ๊กตาไม้โคเคชินั่นเอง น่ารักมากสไตล์ Sanrio เลย

แช่ออนเซ็น (onsen) สวยๆภายในเรียวกัง

เดินเล่นกันพอสมควรแล้วเรากลับไปที่เรียวกังเพื่อแช่ออนเซ็นกันดีกว่า ขึ้นมากันที่ชั้น 6 ซึ่งมีบ่อออนเซ็นสำหรับแขกที่มาพักอยู่ 2 ห้อง คือ Fuchi no Yu และ Taki no Yu ที่จะสลับชาย-หญิงให้ใช้งานได้ทั้งสองบ่อสลับกันกันตามช่วงเวลา เช้า – บ่าย

เข้ามาด้านในแล้ว ตามธรรมเนียมการแช่ออนเซ็นของญี่ปุ่น ถอดเสื้อผ้าเก็บใส่ตะกร้าแล้วนำเข้าไปเพียงผ้าขนหนูผืนเล็ก

ก่อนเข้าไปแช่ก็มีคำแนะนำในการแช่ออนเซ็นอยู่หน้าห้อง มีรูปเจ้า Kibokko Chan หน้าตาน่ารักจริงเชียว

เข้ามาด้านในแล้วก็อาบน้ำล้างตัวให้สะอาดที่มุมอาบน้ำก่อนลงไปแช่ออนเซ็น ด้านในห้อง Fuchi no Yu นั้นจะแบ่งเป็นสองโซนคือ indoor และ outdoor

เปิดประตูเดินออกมาดูด้านนอกก็ต้องตกใจกับอากาศที่หนาวเย็นก่อน ส่วนตัวบ่อออนเซ็นนั้นเป็นแบบถังไม้ญี่ปุ่น ที่มุมนี้จะเป็นระเบียงมองออกไปเห็นวิวธรรมชาติ หุบเขา และน้ำตกที่สวยงาม

น้ำตกนี้น่าจะเป็นต้นน้ำของลำธารที่ไหลเข้าไปในเมือง ยิ่งใหญ่สวยงาม ได้ยินเสียงน้ำตก แช่ไปฟังเสียงน้ำตกไป สูดอากาศ ชมวิวสวยๆบอกเลยว่าที่สุดของความฟิน

ใครที่ชอบแช่แบบร้อนๆก็ให้ลองขึ้นมาบนชั้นลอยกันดู บนนี้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นมาอีก ลงไปแช่ทีแทบสุก

แช่ออนเซ็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาแต่งตัวกันด้านนอก มีเก้าอี้นวดให้บริการด้วย ใช้งานได้ฟรี

แช่น้ำร้อนกันจนสบายตัวแล้วก็ขึ้นห้องมากินมื้อเย็นกันดีกว่า พนักงานจะนัดเวลาสำหรับเสิร์ฟ dinner ไว้แล้วเรียบร้อยตั้งแต่ตอนที่เราเช็คอิน พอถึงเวลาก็ยกอาหารชุดแบบไคเซกิ (Kaiseki) ถึงในห้อง ชุดใหญ่จัดเต็มจริงๆ

เมนูต่างๆก็ทั้งหน้าตาดูดีน่าทาน มีทั้งข้าวอบหม้อดิน ไข่ตุ๋น น้ำซูป ผักต้ม ปลาดิบ เนื้อหมูกะทะร้อน ฯลฯ ตบท้ายด้วยของหวาน เต้าหู้งาดำเย็น อร่อยไปหมดแทบทุกอย่าง อิ่มสบายท้อง ฟินกันไปเลยครับ

ทานข้าวเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็จะเข้ามาเคลียร์โต๊ะและปูที่นอนให้เรา รอไม่นานก็เสร็จพร้อมนอนหลับพักผ่อนกันได้เลย ฟูกนิ่ม หลับสนิทสุดสบายยันเช้าไปเลยครับ

ตื่นเช้าก็ลงมาทาน breakfast กันแบบง่ายๆ อันนี้รวมอยู่ในค่าที่พักแล้วเช่นกัน ทั้ง breakfast และ dinner แพคเกจนี้ประมาณคนละ 4,000 บาทต่อคนต่อคืนครับ

ชมบ่อออนเซ็นที่เหลือภายที่ในพัก

ก่อนเดินทางกลับ เราแวะไปดูห้องออนเซ็นส่วนตัวหรือ Private onsen กัน

ที่นี่มีห้อง Private onsen ให้ใช้บริการอยู่ 2-3 ห้อง เหมาะสำหรับคนที่เขินอายไม่อยากแช่ออนเซ็นร่วมกับคนอื่นๆ สามารถจองและนัดเวลามาใช้บริการได้ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มคนละ 1,000 เยนครับ

ถัดลงมาที่ชั้น 3 กับ Taishi no Yu บ่อ Open air bath อีกห้องที่น่าตื่นตาตื่นใจ ห้องนี้มีทั้งบ่อแบบถังไม้และบ่อหิน บรรยากาศดีมากๆครับ

ใครมาแช่ที่ห้องนี้ก็จะได้เพลิดเพลินไปกับวิวที่สวยขึ้น ใกล้ชิดกับน้ำตกกว่า มองเห็นน้ำตกกันได้แบบเต็มๆ และไม่มีผนังกำแพงมาบดบัง ทำให้ได้วิวธรรมชาติสวยๆแบบพาโนราม่าเลยทีเดียว

แช่ไปก็มองเห็นน้ำตกใหญ่กันแบบชัดๆเต็มๆตากันไปเลย สวยงามจนบรรยายไม่ถูก อากาศเย็นสบายสดชื่นมากๆ

ก่อนกลับเราแวะซื้อของฝากกันที่ร้านขายของฝากภายใน Sansuiso มุมนี่มีของที่ระลึกของเจ้า Kibokko Chan อยู่หลายแบบ ทั้งถุงเท้า ตุ๊กตาตัวเล็กๆน่ารักๆ สมุดโน้ต ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ น่ารักจริงๆ

จ่ายเงินกันให้เรียบร้อยแล้วไปเช็คเอ้าท์และเดินทางกลับกันครับ

เดินออกมาภายในเมืองกันเพื่อรอรถบัสกลับไปยังสถานี Fukushima เราออกมาสายมัวแต่เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปและแช่ออนเซ็น เลยตกรถบัสรับ-ส่งของทางโรงแรม แต่ไม่เป็นไรครับเพราะมีรถบัสที่มาทุกชั่วโมงอยู่

เดินมารอตรงป้ายรถบัส Tsuchiyu onsen นี้ได้เลย อยู่หน้า Tourist information เลยครับ รอไม่นานรถบัสก็มาถึง เดินทางกลับสถานี Fukushima กันแบบสบายๆปลอดภัย ตรงเวลาเป๊ะๆ

เป็นที่เรียบร้อยกันไปนะครับกับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองทริปแช่ออนเซ็นที่ Tsuchiyu onsen ในวันนี้ บอกเลยว่ามาที่นี่จะได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่จริงๆครับ เข้ามาภายในเมืองแล้วคุณจะรู้สึกเหมือนกับว่าเวลามันเดินช้าลง อาจด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบายภายในหุบเขา ที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น คนญี่ปุ่นส่วนมากที่มาเที่ยวกันก็ดูมาเพื่อพักผ่อนแช่ออนเซ็นกันจริงๆ แค่อยู่แต่ในเรียวกังก็สบายและคุ้มมากแล้วครับที่ได้มา

ชมบรรยากาศแบบวีดีโอเต็มๆตอนได้เลย

ใครที่ชอบแช่ออนเซ็น ชอบเที่ยวชมบรรยากาศเมืองเล็กๆแบบชนบทญี่ปุ่นแบบนี้ แนะนำให้ลองแวะมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันดูสักครั้งครับ เดินทางจากโตเกียวก็ไม่ไกลเลย ควรจองที่พักค้างคืนดีกว่าเพื่อสัมผัสประสบกาณ์ออนเซ็นกันได้อย่างเต็มที่

สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน ขอบคุณครับ

ติดตามพวกเราได้ที่ Duet Diary

รายละเอียดสถานที่

Tsuchiyu onsen
Aza-Uenomachi, Tsuchiyu Onsen, Fukushima-shi, Fukushima
Tel : +81-24-595-2217
GPS : 37.682469, 140.325634
Website : http://www.tcy.jp/en/

Sansuiso ryokan
55 Aburahatake, Tsuchiyu Onsen, Fukushima-shi, Fukushima
Tel : +81-24-595-2141
GPS : 37.680557, 140.322494
Website : http://www.sansuiso.jp/en/

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

> Autumn Fukushima < Day 3 อลัง!! กับใบไม้เปลี่ยนสีที่ บึงน้ำ 5 สี (Goshikinuma)

“Road trip Fukushima” ขับรถดูใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวขึ้นเขา ลงแม่น้ำ สุดชิวนึกว่าอยู่ยุโรป *o*

Day 2 OuchiJuku โออุจิ จูกุ / To-no Hetsuri

Day 1 จากนาริตะ มุ่งสู่ ฟุคุชิมะ

Day 1 : เหินฟ้าสู่ Fukushima ชมวิว Science Space Park

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima