งานเทศกาล Trips

ตะลุยซัมเมอร์ท้าลมร้อน เที่ยวเมืองเก่า แช่อนเซ็น กินของอร่อยที่ฟุคุชิมะ

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
ถึงแม้ว่าใครๆจะบอกว่าฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ในอีกแง่หนึ่งที่มาช่วยทดแทนกันกับอากาศร้อน ก็เห็นจะเป็นความสวยงามของธรรมชาติเขียวสดใส สีสันของดอกไม้และแน่นอนว่าในช่วงนี้ผลไม้อร่อยๆพร้อมใจกันออกผลให้รับประทานกันอย่างมากมาย

จังหวัดฟุคุชิมะ อีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของภูมิภาคโทโฮขุ จังหวัดนี้ยังมีสถานที่สวยๆ น่าสนใจให้เราออกเดินทางไปค้นพบอีกมากมาย อย่างที่เราทราบกันดีว่าฟุคุชิมะจะประสบกับภัยพิบัติสึนามิและแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง แต่คนที่นี่บอกเราว่าพวกเค้าฟื้นตัวและพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

เราเดินทางถึงสนามบินฮาเนดะในช่วงเช้า จากนั้นโดยสารรถไฟโมโนเรียลไปลงที่สถานี Hamamatsucho ไปเปลี่ยนเป็นสาย Yamanote จากนั้นไปลงที่สถานี Tokyo เพื่อโดยสารรถไฟชินคังเซ็นขบวน Yamabiko ลงที่สถานี Fukushima ใช้เวลาประมาน 90 นาที เดินออกทางประตูด้านทิศตะวันออก จะพบกับศูนย์ให้ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว ใครที่อยากจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่กิน สามารถเข้าไปขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ด้านในได้เลย

จากนั้นเดินไปทางซ้ายมือเพื่อที่จะโดยสารรถไฟสายท้องถิ่น Fukushima Kotsu Iizaka มาลงที่สถานี Iizaka Onsen ใช้เวลาประมาณ 24 นาที โดยเป้าหมายของเราในวันนี้จะพาไปสัมผัสกับความวินเทจของเมืองอนเซ็นเก่าแก่ที่ Iizaka Onsen Town จากสถานีรถไฟ Fukushima เราจะทำการเปลี่ยนเป็นสายท้องถิ่นเพื่อเดินทางไปยังสถานี Iizaka Onsen

รถไฟมาแล้วสีชมพูหวานแหวว

 

นัั่งรถไฟชมวิวข้างทางมาเรื่อยๆไม่นานจะมาถึงสถานีปลายทาง

หมู่บ้าน Iizaka Onsen Town ตามประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่าที่นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่ท่านมัตสึโอะ บะโช ผู้เป็นเจ้าของบทกวีชื่อดัง “The Narrow Road” เคยมาเยือน

สถานที่แรกของวันนี้เราจะไปกันที่ Kyu Horikiri Tei บ้านของคหบดีเก่าที่จะพาย้อนอดีตไปในสมัยเอโดะ สภาพอาคารเก่าแต่ยังคงถูกรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม บูรณะตกแต่งไว้อย่างเรียบร้อยสวยงาม

เดินเข้ามาภายในจะพบกับส่วนต้อนรับด้านในมีการฉายวิดิทัศน์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองฟุคุชิมะและสถานที่แห่งนี้

ไม่ไกลกันเป็นที่ตั้งของโกดังเก่าใช้สำหรับเก็บข้าวและในบางช่วงก็จะใช้เป็นโรงบ่มสาเก

ภายในบ้านมีหลายอาคาร แบ่งเป็นห้องต่างๆมากมายเก็บรักษาข้าวของเครื่องใช้เมื่อครั้งในอดีตอีกทั้งบริเวณสวนภายนอกที่ตกแต่งได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม

ยังมีอนเซ็นสำหรับแช่มือและเท้าให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งผ่อนคลายได้แบบสบายๆไม่เสียเงินพร้อมมีผ้าขนหนูเช็ดเท้าไว้คอยให้บริการอีกด้วย

บ้านคหบดีเก่า Kyu Horikiri Tei

เวลาเปิดทำการ : 09.00-21.00 .

วันหยุดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เดินออกมาด้านนอก ไม่ไกลกันมากเป็นที่ตั้งของโรงอาบน้ำสาธารณะ Saba no Yu ที่ใช้กันมาตั้งแต่ในสมัยอดีต โรงอาบน้ำสาธารณะเก่าแก่แห่งนี้สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง รูปทรงสีเหลี่ยมผืนผ้า มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนสมัยเอโดะและมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าน้ำแร่ของที่นี่มีคุณสมบัติช่วยให้หายจากโรคภัยต่างๆ ปัจจุบันยังคงเปิดให้เข้าใช้บริการได้อยู่ ติดกันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้า Sabako ที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของอนเซ็นที่เมืองนี้

โรงอาบน้ำสาธารณะ Saba no Yu

เวลาเปิดทำการ : 06.00-22.00 .

วันหยุดทำการ : วันจันทร์

ค่าใช้จ่าย : ผู้ใหญ่ 200 เยน / เด็ก 100 เยน

จากนั้นเราเดินกลับไปที่บริเวณสถานี Iizaka Onsen บริเวณทางขวามือจะเป็นวิวของแม่น้ำ Surigamigawa

ไม่ไกลกันเป็นที่ตั้งของโรงอาบน้ำสาธารณะอีกแห่งหนึ่งของเมืองชื่อว่า Hako-Yu โรงอาบน้ำเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมือง มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากว่า 1,200 ปี แต่เน่ืองมาจากหลังเก่านั้นทรุดโทรมมากจึงได้มีการรีโนเวทขึ้นใหม่ตกแต่งอย่่างสวยงาม ถูกเปิดใช้อีกครั้งเมื่อปี 2011

โรงอาบน้ำสาธารณะ Hako-Yu

เวลาเปิดทำการ : 06.00-22.00 .

วันหยุดทำการ : วันอังคาร

ค่าใช้จ่าย : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 150 เยน

จากโรงอาบน้ำสาธารณะ Hako-Yu เราเดินลงไปด้านล่างเนินเขาจะเป็นสวนสาธารณะพร้อมบ่ออนเซนสำหรับแช่เท้าสาธารณะแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ชื่อว่า Hako-Yo Koen 

นักท่องเที่ยวที่เดินมาทั้งวันสามารถมาทดลองแช่อนเซนเท้าเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าพร้อมชมวิวสวยๆของริมแม่น้ำได้อีกด้วย

บ่ออนเซนแช่เท้า Hako-Yu

เวลาเปิดทำการ : 08.00-20.00 .

วันหยุดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันที่สองของการเดินทาง วันนี้เราจะเดินทางไปยังเมือง Shirakawa ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดฟุคุชิมะ เพื่อชมความสวยงามของปราสาท Komine อีกแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งใน Shirakawa ที่ชาวญี่ปุ่นยกให้เป็นอีกเป็นหนึ่งในร้อยสถานที่ที่เหมาะกับการมาชมซากุระ นอกจากตัวปราสาทแห่งนี้ที่มีความเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.. 1340 เพื่อเป็นที่อยู่ไดเมียวในสมัยก่อนมาเป็นเวลากว่า 7 ตระกูล ภายหลังตกอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาลโชกุนก่อนเกิดสงครามโบชิน ทำให้ปราสาทแห่งนี้ถูกทำลายลงในปีค.. 1868 จากนั้นได้มีการบูรณะหอคอยสามชั้นและประตูมาเอโกะขึ้นมาใหม่โดยใช้ภาพวาดสมัยเอโดะเป็นต้นแบบในการสร้าง จนกระทั่งในปีค.. 2010 สิ่งก่อสร้างนี้ได้รับการประกาศให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ โดยช่วงเวลาที่เหมาะในการมาชมซากุระ จะอยู่ในช่วงประมาณต้นกลางเดือนเมษายน

บริเวณซุ้มประตูทางเข้าสู่ตัวสวนของปราสาท

ภายในตัวอาคารของปราสาท แสดงให้เห็นถึงช่องที่ใช้สำหรับยิงธนูและโรยหินเพื่อทำลายข้าศึกที่บุกรุกเข้ามา

ปราสาท Komine

เวลาเปิดทำการ : 10.00-17.00 . (ช่วงเดือนเมษายนตุลาคม)

10.00-16.00 . (ช่วงเดือนพฤศจิกายนมีนาคม)

วันหยุดทำการ : ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ 29 ธันวาคม-3มกราคม

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : ลงที่สถานี Shirakawa จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที

จากนั้นเราเดินทางไปชมฟาร์มเลี้ยงปลาเทร้าต์หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อของปลาแซลมอนที่ Hayashi Trout Farm

ฟาร์มเลี้ยงปลาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง Nishishirakawa มีอายุมากกว่า 80 ปี โดยที่นี่ทำการเลี้ยงด้วยน้ำสะอาดที่มาจากเทือกเขา ด้านในแบ่งเป็นบ่อเลี้ยงปลามากมายแบ่งตามอายุของปลา

ผู้เข้าชมสามารถทดลองตกปลาด้วยตัวเองพร้อมนำไปให้ทางร้านปรุงเป็นอาหารเสริฟให้ได้

หรือจะสั่งอาหารเป็นเซทปลาแซลมอนซาชิมิ สดๆ รสชาติหวานอร่อยนั่งทานชมบรรยากาศของสวนญี่ปุ่นสวยๆภายในฟาร์มก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ

บรรยากาศของสวนญี่ปุ่นสวยๆภายในฟาร์ม

ฟาร์มปลาเทร้าต์ Hayashi Trout Farm

เวลาเปิดทำการ : 09.00-17.00 .

วันหยุดทำการ : ปิดทำการทุกวันพุธ

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นค่าทำกิจกรรมตกปลา

เว็บไซต์ : http://www.hayashitrout.com/en/

สัมผัสกับเกษตรกรตัวจริง พร้อมเข้าชมฟาร์มปลูกหน่อไม้ฝรั่งที่กลุ่มเกษตรกร JA (Japan Argricultural Cooperative) Aizu-minami ที่รวมตัวกันปลูกแล้วส่งขายไปทั่วทั้งประเทศ

โดยที่นี่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งสามสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีสีที่แตกต่างกันไปเช่น เขียว ขาวและม่วง

เดินทางไปไม่ไกลกันมาก เรามาชมการเพาะเลี้ยงมะเขือเทศของฟาร์มอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มของเกษตรกร JA (Japan Argricultural Cooperative) Aizu-minami เช่นกัน ฟาร์มแห่งนี้ปลูกมะเขือเทศที่มีคุณภาพ ได้ผลผลิตมากมายอีกทั้งยังมีแบรนด์เป็นของตัวเองชื่อว่า Nanko Tomato Farm

แต่ที่สร้างความแปลกใจให้กับเราอย่างมากคือ กรรมวิธีการเก็บรักษามะเขือเทศของที่นี่จะตัดผลผลิตในช่วงที่ยังไม่สุกมาก ยังคงมีสีเขียวอยู่ แล้วนำมาเก็บรักษาไว้ในห้องสโตร์ที่ควบคุมอุณหภูมิจากหิมะที่เก็บไว้จากในช่วงหน้าหนาวที่อยู่ด้านหลังส่งความเย็นมาที่ห้องด้านทำให้มะเขือเทศของที่นี่ยังคงความสดใหม่และไม่เน่าเสียง่าย

วันที่ 3 ของการเดินทางมาเยือนจังหวัดฟุคุชิมะ เราไปชมอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดฟุคุชิมะ โดยเริ่มต้นเดินทางจากตัวเมือง ขึ้นรถไฟจากสถานี Koriyama มาที่สถานี Yunokami Onsen

ความพิเศษของสถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสถานีรถไฟเก่าแก่แห่งเดียวของญี่ปุ่นที่มีหลังคามุงด้วยหญ้าฟางคายะบูกิให้ความรู้สึกคลาสสิคและยังคงเปิดใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน ด้านในสถานีตกแต่งด้วยบรรยากาศย้อนยุค มีเตาอิโรลิสำหรับนั่งผิงไฟในช่วงฤดูหนาว หนังสือการ์ตูนให้นั่งรออ่านรอรถไฟพร้อมชาเขียวร้อนให้ชงดื่ม ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ บริเวณด้านข้างของสถานีมีอนเซ็นแช่เท้าสาธารณะให้บริการฟรี 
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิสถานีรถไฟฟ้าแห่งนี้จะสวยงามมากเนื่องจากบริเวณสถานีรถไฟจะเต็มไปด้วยต้นซากุระผลิบานเป็นแนวยาวขนานไปตามรางรถไฟ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงามของดอกซากุระ

จากนั้นเราจะเดินทางย้อนเวลากลับไปยังอดีต เพื่อไปชมความสวยงามของหมู่บ้านโบราณ Ouchijuku หมู่บ้านโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและที่มีอายุกว่าหลายร้อยปีตั้งแต่สมัยเอโดะ หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นที่พักและเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมและการค้า ที่เชื่อมต่อระหว่างอาณาจักรไอสึและเมืองอิไมจิในอดีต จากสถานี Yunokami Onsen เราโดยสารรถบัสนำเที่ยวย้อนยุคโบราณซึ่งวิ่งรับส่งระหว่างสถานี Yunokami Onsen และ หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku ราคาไปกลับเพียง 1,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เมื่อมาถึงหมู่บ้านโบราณ Ouchijuku จะได้พบกับบ้านชาวนาญี่ปุ่นโบราณที่มุงหลังคาทรงหญ้าคาหนาๆเรียงรายกันสองฝั่งระยะทางประมาณ 500 เมตร ตลอดทางจะพบกับบ้านโบราณประมาณ 40 – 50 หลัง โดยเมื่อปี พ..2524 หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าของชาติ

ซึ่งในปัจจุบันบ้านโบราณหลายหลังในหมู่บ้านได้รับการบูรณะใหม่ ให้กลายเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าขายสินค้าพื้นเมือง ร้านอาหารและที่พักแบบญี่ปุ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อย่างเช่นในช่วงที่เราเดินทางไปก็จะเห็นบ้านหลังหนึ่งที่คนงานกำลังขะมักเขม้นมุงหลังคากันใหม่เพื่อให้ทันกับช่วงฤดูหนาวเพื่อป้องกันหิมะถล่มนั่นเอง

อีกจุดเด่นหนึ่งของหมู่บ้านโบราณ Ouchijuku แห่งนี้โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน บริเวณร่องทางน้ำไหลสองฝั่งถนนที่คั่นระหว่างบ้านและถนน น้ำจะใสมากและเย็นสดชื่นมาก นักท่องเที่ยวจึงมักจะได้เห็นภาพที่ชาวบ้านกำลังนำลังเครื่องดื่มมาแช่ไว้ในทางน้ำไหลนี้ เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาพบเห็นได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่เป็นกันเองสบายๆตามแบบวิถีของชาวบ้าน

และเมื่อมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่อยากให้พลาดลองชิม Negi-Soba (โซบะต้นหอมยักษ์) คือเมนูเส้นโซะโรยหน้าด้วยหัวไชเท้าขูดและปลาโอแห้งขูดฝอย แต่ความแปลกที่ไม่เหมือนที่ไหนคือเวลารับประทาน จะใช้ต้นหอมยักษ์ (Negi) แทนตะเกียบ ทำหน้าที่เกี่ยวเส้นโซบะขึ้นมาทาน ในขณะที่ทานก็จะกัดต้นหอมไปในเวลาเดียวกันทำให้ได้รสชาติที่อร่อยไม่เหมือนที่ไหนเลย

อิ่มท้องกันแล้วแนะนำให้เดินไปจนสุดทางของหมู่บ้านจะมีทางแยกเป็นบันไดขึ้นบนภูเขา

จุดนี้จะเป็นบันไดที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมทัศนียภาพแบบ Bird eye’s view ของหมู่บ้านโบราณแห่งนี้ได้อย่างทั่วถึง

หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku

เวลาเปิดทำการ : 09.00-16.00 .

วันหยุดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : จากสถานี Koriyama โดยสารรถไฟสาย JR Ban-etsu- West มาลงที่สถานี Aizu-Wakamatsu จากนั้นเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย Aizu-Railway for Aizu-Tajima เพื่อไปลงที่สถานี Yunokami Onsen ใช้เวลาประมาณ 36 นาที ราคา 1,030 เยน จากนั้นโดยสารรถบัสนำเที่ยวย้อนยุคโบราณไปกลับ ราคา 1,000 เยน หรือสามารถนั่งแท็กซี่ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

หลังจากชมวิวสวยๆพร้อมทานโซบะอร่อยๆกันแล้วเราเดินทางกลับไปยังสถานี Yunokami Onsen ด้วยรถบัสนำเที่ยวย้อนยุคโบราณคันเดิมกลับไปยังสถานีเพื่อเดินทางไปชมประติมากรรมศิลปะที่สรรสร้างโดยธรรมชาติ อนุสาวรีย์หน้าผาหิน To no Hetsuri โดยสารรถไฟไปลงที่สถานี Tonohetsuri จากนั้นเดินประมาณ 5 นาทีก็จะพบกับจุดชมวิว

To no Hetsuri เป็นหุบเขาที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ Ogawa หน้าผาหินสูงชันที่ถูกกัดเซาะจากธรรมชาติเป็นเวลากว่าล้านปี เกิดเป็นรูปทรงแปลกประหลาด สามารถมองได้จากหลายมุมไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวด้านบนหรือบนสะพานแขวน ได้รับการจัดให้เป็นอนุสาวรีย์หน้าผาหินทางธรรมชาติที่มีความสำคัญ ในภาษาพูดท้องถิ่นคำว่า Hetsuri หมายถึง “หน้าผา” เนื่องจากผาหินนี้ก่อตัวโดยการกัดเซาะและกลายเป็นหอคอย จึงเป็นที่มาของชื่อว่า To no Hetsuri หรือแปลว่าหอคอยบนหน้าผาที่อยู่ติดกับแม่น้ำ

ภายในบริเวณจุดชมวิวยังมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารประมาณ 3-4 ร้านสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปและชิมของอร่อยๆกันอีกด้วย

อนุสาวรีย์หน้าผาหิน To no Hetsuri

เวลาเปิดทำการ : –

วันหยุดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : จากสถานี Yunokami Onsen โดยสารรถไฟ Aizu-Railway for Aizu-Tajima ไปลงที่สถานี Tonohetsuri ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ราคา 270 เยน

ก่อนกลับเข้าเมืองแวะทักทายนายสถานีสุดหล่อ ที่สถานี Ashinomaki Onsen พบแมวนายสถานีสุดน่ารักชื่อ “Love” ที่เพิ่งจะเข้าประจำการเมื่อปี 2016 ต่อจากนายสถานี “Bus” ที่เพิ่งจะจากไป ที่จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังชมวิวสวยๆของสถานีได้อีกด้วย

การเดินทาง : จากสถานี Tonohetsuri โดยสารรถไฟ Aizu-Railway for Aizu-wakamatsu ไปลงที่สถานี Ashinomakionsen ใช้เวลาประมาณ 19 นาที ราคา 620 เยน

เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของทริป อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะมีดอกไม้สวยๆให้ชมแล้ว ช่วงนี้ก็ยังเป็นฤดูกาลของผลไม้ที่กำลังทยอยออกให้รับประทานกันอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่เรามาถึงนั้นเป็นต้นฤดูกาลของลูกพีชหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่าโมโมะ และแน่นอนว่ามาเยือนถึงถิ่นจังหวัดฟุคุชิมะต้องไม่พลาดชิมของดีของที่นี่ จังหวัดนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ในการเพาะปลูกลูกพีชได้ผลผลิตเยอะที่สุดของประเทศอีกด้วย

ขอแนะนำสวนที่ไม่ไกลจากสถานีหลักแถมเดินทางได้อย่างสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย เราเริ่มตั้งต้นที่สถานี Fukushima จากนั้นเดินออกทางประตูฝั่งทิศตะวันตก เพื่อไปขึ้นรถบัสประจำทางสาย 1 นั่งไปลงที่ป้ายรสบัสสถานี Kitabayashi ใช้เวลาประมาณ 18 นาที ราคา 520 เยน โดยรถจะออกเป็นรอบๆตามตารางการเดินรถ สำหรับใครที่มากันหลายคนแนะนำว่าให้หารค่าแท็กซี่กันได้เลยจะสะดวกกว่า

ลงที่ป้ายรถบัส Kitabayashi แล้วเดินตรงไปประมาณ 1 นาที จะเห็นสวน Michinoku Tourist Fruit Land อยู่ฝั่งตรงกันข้าม สามารถเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะเข้าเก็บลูกพีชได้เลย สนนราคาคนละ 860 เยน

สวนผลไม้ Michinoku Tourist Fruit Land

สามารถเก็บจากต้นสดๆทานได้ประมาณ 20-30 นาที ทางสวนจะเริ่มเปิดให้เข้าเก็บตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 . โดยลูกพีชที่ออกผลในช่วงนี้จะเป็นสายพันธุ์ Hikawa Hakuho และ Gyosei (Venus) สำหรับสายพันธุ์นี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมไปจนถึงปลายเดือน ส่วนรสชาติของลูกพีชที่สวนนี้นั้นหอม หวาน กรอบ อร่อยสุดๆ ให้ความรู้สึกเด็ดจากต้นแล้วทานสดๆ ฟินสุดๆไปเลย

สำหรับใครที่อยากจะซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน ที่สวนก็มีบริการแพ็คใส่กล่องให้อย่างสวยงาม พร้อมบริการส่งพัสดุแมวดำไปยังที่พักแบบไม่ต้องถือให้เมื่อยอีกต่างหาก

สวนผลไม้ Michinoku Tourist Fruit Land

ช่วงเวลาในการเก็บลูกพีช ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนตุลาคม

เวลาเปิดทำการ : 08.30-16.00 .

วันหยุดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าใช้จ่าย : ผู้ใหญ่ 860 เยน / เด็ก 640 เยน

การเดินทาง : โดยสารรถประจำทางหมายเลข 1 จากหน้าสถานีรถไฟ Fukushima ไปลงที่สถานี Kitabayashi ใช้เวลาประมาณ 18 นาที ราคา 520 เยน

เว็บไซต์ : http://www.fruit-land.com/

จากนั้นเราเดินทางกลับยังสถานี Koriyama เพื่อเดินทางไปสักการะศาลเจ้าชื่อดังของเมือง ศาลเจ้า Kaiseizan Daijingu เดินทางไม่ไกลจากตัวสถานี Koriyama โดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 10 นาที ค่าโดยสารประมาณ 1500-1600 เยน หรือสามารถนั่งรถบัสประจำทางหมายเลข 8, 9 และ 10 ลงที่สถานีรถบัส สวน Kaiseizan Park 

ศาลเจ้า Kaiseizan Daijingu เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ในศาสนาชินโต สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.. 1876 ตัวศาลเจ้าหลักสร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างงขึ้นเพื่อเป็นที่สถิตย์ของจิตวิญญาณแห่งศาลเจ้า Ise ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Oisesama แห่งภูมิภาคโทโฮคุในช่วงปีใหม่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีผู้คนจำนวนมากเดินทางเพื่อมาขอพรให้ราชวงศ์และประเทศญี่ปุ่นมีความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังสามารถขอพรให้ตัวเองให้โชคดีในเรื่องต่างๆตามความปรารถนา ภายในบริเวณศาลเจ้ายังมีศาลเจ้าเล็กๆอีกมากมาย โดยช่วงที่เราเดินทางไปนั้น จะเห็นผู้ปกครองต่างอุ้มทารกแรกเกิดเข้ามาให้พระสงฆ์ทำพิธีให้หลายครอบครัว

ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้า Kaiseizan Daijingu

ศาลเจ้าหลักที่สร้างด้วยไม้จริงทั้งหลัง สวยงามมากๆ

ศาลเจ้า Kaiseizan Daijingu

เวลาเปิดทำการ : –

วันหยุดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเดินทาง : โดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 10 นาที ค่าโดยสารประมาณ 1500-1600 เยน หรือสามารถนั่งรถบัสประจำทางหมายเลข 8,9 และ 10 ลงที่สถานีรสบัสสวน Kaiseizan Park แล้วเดินข้ามฝั่งถนนมา

แล้วติดตามกันต่อว่าในทริปต่อไปเราจะพาเพื่อนๆไปท่องเที่ยวที่ไหนกันอีกครับ…

Food

Trips

photograph

บทความที่เพิ่งดู

1

Why Everybody Is Dead Mistaken Regarding Writing Experts and Why You Need to Read This Article Right Now

Ideas, Formulas and Shortcuts for The Best Essay Writing Service

The One Thing to Do for Custom Essay Writing Service

The Idiot’s Manual to Write My Essay for Cheap Revealed

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima

https://www.caviarbase.com http://www.simondeli.com http://www.weeklyleak.com replica handbags replica handbags hermes replica replica bags replica handbags replica hermes https://www.9replicabag.com replica bags replica handbags http://nwaedd.org replica hermes hermes replica iphone cases cheap jewelry wholesale jewelry sex toys cheap sex toys human hair wigs cheap nfl jerseys cheap jerseys http://www.kahnawake.com canada goose outlet