Japan Lifetstyle การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว โรงแรมและเรียวกัง Food Hotel Restaurant Tips

ตะลุยฟุคุชิมะ : DAY 5 ชมความงามของ TONOHETSURI ย้อนยุคสู่สมัยเอโดะที่ OUCHIJUKU และแวะสถานีแมว ASHINOMAKI ONSEN

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

สวัสดีค๊าาา ตอนนี้ก็มาถึง Day 5 ในฟุคุชิมะของอิ้มกันแล้วนะคะ

Day 5 อิ้มจะเริ่มต้นที่ Aizu-wakamatsu

นั่งรถไฟสาย Aizu Railway ไปชมความสวยงามของ Tonohetsuri

ไปเที่ยวย้อนยุคสู่สมัยเอโดะที่หมู่บ้านโบราณ ouchijuku

แวะสถานีแมว ashinomaki onsen

และสุดท้ายเข้าพักที่ Eiko-kan เมือง Mishima ค่ะ

เอาหล่ะเหมือนจะงงใช่มะ ว่าทำไมอิ้มถึงต้องไปนอนที่ Mishima

เดี๋ยวชมรีวิวนี้รับรองหายงงแน่นอนจ้าาา

พร้อมแล้วไปชมรีวิวนี้กันเล้ยยย

ตะลุยฟุคุชิมะ : DAY 5 ชมความงามของ TONOHETSURI

ย้อนยุคสู่สมัยเอโดะที่ OUCHIJUKU และแวะสถานีแมว ASHINOMAKI ONSEN

ชอบกดไลก์ ใช่กดแชร์ ยาวๆ ไปนะจ้ะ

0

สามารถรับชมเป็นแบบคลิปวีดีโอได้ที่นี่ อย่าลืมกด HD เพื่อความชัดในการรับชม

แล้วอย่าลืมกดติดตาม กด subscribe กดไลก์ กดแชร์ได้เลยนะค๊าาา

เช้าวันนี้อิ้มตื่นประมาณตีห้าเพื่อเก็บสัมภาระออกจากที่พัก

AIZU-WAKAMATSU WASHINGTON HOTEL

พอเช็กเอาท์เสร็จอิ้มก็ไปฝากกระเป๋าไว้ที่สถานี

จากนั้นก็รีบมารอรถไฟไปสถานีแรกของวันนี้ค่ะ

การเดินทางของอิ้มวันนี้ อิ้มยังคงใช้ บัตรนี้ที่มีชื่อว่า Aizu Gurutto Card เช่นเคย

สามารถใช้ได้ไม่จำกัดภายใน 2 วันติดต่อกัน

ซึ่งอิ้มใช้ไปหนึ่งวันเมื่อวานรวมวันนี้ก็เป็นสองวันพอดีค๊าา

ย้ำราคากันอีกนิด ราคาผู้ใหญ่ 2670 เยน เด็ก 1340 เยน

เริ่มต้นการเดินทาง

อิ้มออกจากสถานี AIzu-wakamatsu  โดยรถไฟเที่ยวแรก 06:58

มุ่งหน้าไปยังสถานี Tonohetsuri

เป็นรถไฟสาย AIZU MOUNT EXPRESS 2 for KINUGAWA-ONSEN

จะเห็นได้ว่ารถไฟจะมาเที่ยวละ ชม เพราะฉะนั้นเช็คเวลารถไฟทุกครั้งนะคะ

อย่างอิ้มนี่คอยดูตารางรถตลอดเพราะถ้าพลาดคือจบทันที

Untitled

ขึ้นรถไฟมาแล้วนะค๊าาา เราจะใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 43 นาที

สามารถคำนวณเวลาได้เลยว่าจะถึงตอนไหน

อย่างเที่ยวที่อิ้มนั่งมาจะไปถึงเวลา 07.39 นาที

ระหว่างทางมีวิวสวยๆ ให้ชมตลอดเส้นเพลินตาเพลินใจดีจริงๆ

1 (1)1 (2)

TONOHETSURI

แล้วเราก็มาถึง Tonohetsuri ตามเวลาเป๊ะๆ ค่ะ

ที่ป้าย Tonohetsuri จะเป็นโล่งๆ แบบนี้ไม่ต้องตกใจนะคะ คุณมาถูกแล้ว

1 (3)

ดูป้ายให้ชัดๆ Tonohetsuri Station

2

อิ้มมัวแต่ตื่นเต้นกับใบไม้เปลี่ยนสีสองข้างทางบริเวณนี้สวยมากจริงๆ

3 (1)

วันนี้อิ้มกับบรีสเลือกใส่เสื้อผ้าจาก Uniqlo

ของอิ้มจะเป็นชุดกระโปรง แขนยาว คอเต่า เพราะวันนี้อากาศดีไม่หนาวมาก

3 (2)

จากสถานี Tonohetsuri เราจะต้องเดินต่อไปประมาณ 500 เมตร

พอถึงสถานที่จริง อิ้มนี่ว้าววมาก

เพราะเวลาเห็นจากภาพถ่ายก็รู้สึกปกติไม่ได้หวือหวา

แต่ของจริงกลับอลังการมาก เวอร์วังสุดๆ

3 (6)

Tonohetsuri หรือ หน้าผาล้านปี

เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

โดยหน้าผาริมแม่น้ำโอคาวะนี้ ถูกกัดเซาะโดยน้ำที่ไหลผ่าน

กว่าจะสึกกร่อนเป็นเวลานานเป็นล้านปี จนกลายมาเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

ชื่อ โทโนะเฮทสึริ เป็นภาษาถิ่นของไอสึ แปลว่า หน้าผา

และด้วยรูปร่างหน้าตาของหน้าผาชันๆ ที่ดูคล้ายกับเจดีย์

(ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โท”)

จึงเป็นที่มาของชื่อ「โทโนะเฮทสึริ」หรือ (หน้าผารูปเจดีย์) นั่นเองค่ะ

3 (3)3 (4)

สะพานแขวนนี้เรียกว่า สะพานฟูจิมิบาชิ สามารถเดินไปยังฝั่งตรงข้ามได้นะคะ

แต่เนื่องจากเป็นสะพานไม้เก่าแก่จึงขึ้นได้เพียงครั้งละ 30 คนเท่านั้น

เวลาเดินก็จะโยกเยกนิดๆ ไม่ต้องตกใจนะคะ

3 (5)

พอเราเดินมาถึงกลางสะพานเราจะเห็นวิวแบบนี้ไม่รู้จะพูดยังไง

ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองเพราะมันสวยมากจริงๆ

3 (7)3 (8)3 (9)

หลบโหน่ยยยหมูมาแว้ววว

3 (10)3 (11)3 (12)

แถวนี้มีร้านค้าขายอาหารและของที่ระลึกด้วย

แวะชมแวะชิมได้ตามสะดวกนะคะ

3 (13)3 (14)

เราใช้เวลาอยู่ที่ Tonohetsuri ไม่นานนัก

เพราะเราต้องรีบทำเวลาเพราะเย็นนี้ต้องไป เมือง Mishima ต่อ

ถ้านั่งรถช้าไปสักขบวนอดไป Mishima แน่ๆ

แต่ขนาดรีบนะคะ แต่ความสวยงามระหว่างทางก็พาให้เราหยุดบันทึกภาพไว้

เราสองคนถ่ายภาพกับใบไม้เปลี่ยนสีสองข้างทางกันอย่างเพลิดเพลิน

3 (15)

มุมนี้สวยมากๆ ใบไม้แดงเกือบจะเต็มที่

3 (16)3 (17)3 (18)

มารอรถไฟก่อนเวลาเหมือนเดิมค่ะ อิอิ

3 (19)3 (20)3 (21)3 (22)

จากที่นี่เราจะเดินทางต่อไปหมู่บ้าน  Ouchijuku

การเดินทางไปที่ Ouchijuku จาก Tonohetsuri

นั่งรถไฟไปลงที่ YunokamiOnsen Station ใช้เวลา 5 นาทีเท่านั้น

และจะบอกว่ารถไฟของเราขบวนนี้น่ารักมากกก

3 (23)3 (24)

ขึ้นมาแล้วค่ะ ภายในรถไฟดีงามม

3 (25)3 (26)3 (27)3 (28)

ผ่านไป 5 นาทีไวเหมือนโกหก เราก็มาถึง YunokamiOnsen Station

3 (29)

นี่คือ หน้าตาของสถานี Yunokami Onsen น่ารักใช่ไหมคะ

4 (1)

วิวบริเวณสถานีค่ะ สวยจุงอีกแว้ววว

4 (2)

ตอนนี้รอช้าไม่ได้ ต้องวิ่งแล้วค่ะ

เดี๋ยวจะไม่ทันต่อบัสไป Ouchi juku

พอเราออกจากสถานี Yunokami Onsen ให้หันไปทางซ้ายมือ

จะมีรสบัสคันสีเขียวจอดอยู่ ให้ขึ้นไปได้เลยนะคะ รถหน้าตาเป็นแบบนี้

ค่ารถคนละ 1,000 เยน ราคาไป-กลับ นั่งรถเข้าไปประมาณ 5 กิโล

ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

รถจะมาจอดตรงนี้แล้วให้เราเดินเข้าไปยังหมู่บ้านอีกประมาณ 50 เมตร

4 (3)

หมู่บ้านโบราณ OUCHIJUKU

วันนี้โชคดีอากาศสดใส ฟ้าเป็นฟ้าจัดกับสีใบไม้แดงสวยงามมาก

มาถึงแล้วก็หิวก่อนเลยค่ะ เป็นอย่างนี้ทู้กที อิอิ

ที่หมู่บ้านโบราณ OUCHIJUKU

มีของของเด็ดที่ต้องมาลองนั่นก็คือ Negi soba หรือโซบะต้นหอม

ในหมู่บ้านก็จะมีหลายร้านค่ะ

แต่ร้านที่โด่งดังและมีชื่อเสียงที่สุดนั่นก็คือร้าน Misawaya

ตอนอิ้มมาถึงร้านเค้ายังไม่เปิด

อิ้มก็เลยจองคิวต่อเอาไว้ ขนาดยังไม่เปิดนะคะ คนต่อคิวรอเยอะมาก และอิ้มเป็นคิวที่ 10 นู่น

ร้าน Misawaya เปิดเวลา 10.30 น. แต่ถ้ามาถึงก่อนก็มาจองคิวไว้ได้เลย

หน้าร้านเป็นแบบนี้ค่ะ

เดี๋ยวระหว่างรอเราไปเดินเล่นในหมู่บ้านกันก่อนดีกว่า

6 (1)

5 (1)5 (2)

หมู่บ้าน Ouchi-juku

เรื่องเล่าของที่นี่เรียกว่าต้องย้อนไปหลายร้อยปีก่อนในสมัยเอโดะ

มีการสร้างหมู่บ้านที่สวยงามแห่งนี้ขึ้นท่ามกลางขุนเขา

ขนาบกับถนนสายหลักในการคมนาคมและการค้า

เพื่อให้เป็นหมู่บ้านที่มีที่พัก ร้านอาหาร

โดยที่สมัยก่อนนั้นการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ค่อนข้างลำบาก ใช้เวลานาน

เมื่อพ่อค้า โชกุน หรือ ขุนนาง ที่เดินทางมายาวไกล

ผ่านมาที่ Ouchi-juku ก็จะทำการแวะพัก นอนค้างอ้างแรม

ก่อนที่จะเดินทางต่อ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีเส้นทางใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

ผู้คนก็เดินทางผ่านที่นี่น้อยลงไปเรื่อยๆ ช่วงหลังทุกสิ่งทุกอย่างก็เก่าไปตามเวลา

จึงมีการเปลี่ยนแหลงและปรับปรุงให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

5 (3)

ภายในหมู่บ้านก็จะมีร้านค้าเรียงรายยาวตามเส้นทาง 400 เมตรก่อนจะถึงชุดชมวิวด้านบน

แต่ความเก๋ไก๋มันอยู่ตรงนี้ค่ะ

อิ้มเห็นลำธารเล็กๆ น้ำใสมากกกก ในนั้นมีเครื่องดื่มแช่อยู่เต็มไปหมด

ได้ความว่าน้ำในลำธารสามารถทำให้เครื่องดื่มเย็นเหมือนแช่ตู้เย็นได้ด้วย

โอ้โห เฟี้ยวจริงอะไรจริง ประหยัดค่าไฟไปได้มากโขเลยค่ะ

5 (4)5 (5)

5 (6)

ที่เราเห็นหลังคาแบบนี้ เค้าจะใช้หญ้าฟางคายาบูกิคล้ายๆ กับชิราคาวาโกะ

เค้าจะต้องดูแลและตัดแต่งให้เท่ากันตลอดเวลาเพื่อความสวยงาม

และรองรับหิมะหน้าหนาวในฤดูกาลที่จะมาถึงด้วยค่ะ

5 (7)5 (8)5 (9)5 (10)

สองฝั่งข้างทางเรียกได้ว่าเกือบทุกร้านจะมีของขาย และขายคล้ายๆ กันด้วยนะ

5 (11)5 (12)5 (13)

ร้านนี้พ่อค้าหล่อ อุ้ยไม่ใช่ !! ร้านนี้ดูน่ากินเดี๋ยวขากลับมาลอง อิอิ

5 (14)

มองดูนาฬิกาก็ได้เวลาที่ ร้าน Misawaya เปิดแล้ว ไปทานกันดีกว่าค๊าา

6 (2)

ร้าน MISAWAYA

เราได้เป็นคิวที่สิบก็รอแพร้บบบบ ภายในร้านมีความเก่าแก่และดั้งเดิม

ตรงกลางจะมีคุณลุงย่างปลาอยู่กลางร้าน หอมทั้งกลิ่นปลา หอมทั้งกลิ่นถ่าน

ได้กลิ่นอายความโบราณแบบสุดๆ

6 (3)

ได้โต๊ะแล้วค่ะ หลังจากนั่งเรียบร้อยแล้วก็สั่งอาหารมาทานกัน

อย่างแรกเป็นอาหารง่ายๆ ข้าวหน้าไข่ดิบค่ะ

7 (1)

อย่างที่สองเป็นโซบะร้อน ถ้วยใหญ่มากกกก ราคา 1080 เยน

ด้านบนจะเป็นไก่สับโรยด้วยต้นหอม

แบบร้อนอร่อยมากนะคะ เส้นเค้าเหนียวนุ่มมาก น้ำซุปก็กลมกล่อมเข้มข้น

7 (2)

มาถึงไฮไลท์กันแล้วค่ะ ของดีประจำหมู่บ้าน

 Negi soba (Negi แปลว่าต้นหอม) เป็นเมนูโซบะเย็นที่ใช้ต้นหอมแทนตะเกียบ !!

ห๊าาา ได้เหรอ … ได้สิเพราะต้นหอมเค้าใหญ่มากกก

เอาจริงๆ เวลาทานก็ไม่ค่อยถนัดหรอกนะ

แต่พอฝึกไปสักแป๊ปก็เริ่มคล่อง

7 (3)

ที่เค้าใช้ใช้ต้นหอมมาแทนตะเกียบนั้น

เวลาทานก็จะได้กลิ่นของต้นหอมไปด้วยทุกคำ

นอกจากทีเด็ดจะอยู่ที่ต้นหอมแล้ว

ตัวเส้นโซบะก็งานดีมากกกก เหนียวนุ่ม อิ้มชอบเส้นเค้ามากเลยค่ะ

 Negi soba จะเป็นโซบะเย็นนะคะ ใครชอบโซบะเย็นต้องลอง

เค้าจะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำที่ลวกโซบะ

น้ำลวกโซบะจะอารมณ์เหมือนน้ำซาวข้าวอ่ะค่ะ

หลังจากทานโซบะเย็นๆ สามารถซดน้ำลวกโซบะร้อนๆ

จะรู้สึกโล่งมาก แถมคุณประโยชน์อัดแน่น

Negi Soba สำหรับอิ้ม อิ้มก็ว่าอร่อยดีนะคะ

แต่กลิ่นต้นหอมค่อนข้างแรงไปนิด

ส่วนตัวเลยชอบแบบร้อนมากกว่าค่ะ

7 (4)

แต่ที่รู้ๆ ชามใหญ่มากค่าาา อิ่มจุกท้องมาก

7 (5)

เติมพลังให้ท้องกันแล้วไปชมความสวยงามของหมู่บ้านโบราณ ouchijuku กันต่อนะคะ

8 (1)

ถ่ายภาพเพลิดเพลินมากๆ

8 (2)8 (3)8 (4)

เดินมาเรื่อยๆ ก็จะถึงจุดชมวิวที่จะขึ้นไปด้านบนแล้วค่ะ

มีให้เลือกสองทาง ทางแรกจะชันหน่อยแต่ใกล้

9 (1)

อีกทางจะค่อนไกลแต่เดินง่ายสบายเป็นทางลาดค่ะ

9 (2)

แต่ทางนี้วิวสวยนะคะ ใบแปะก๊วยกำลังเหลืองได้ที่เชียว

1112

ใกล้เข้ามาแล้วค่ะ จุดชมวิวที่สวยงาม

13 (1)

แต่น แต่น แต๊นนนนนนน !!!! ว้าววววสวยงามมาก

มุมนี้ที่ตามหา

13 (2)13 (3)

มองไปด้านล่างดูผู้คนเยอะมาก

อิ้มก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเยอะขนาดนี้

ถามไปถามมาจึงได้ใจความว่าวันนี้เป็นวันหยุดของคนญี่ปุ่นเค้า

ถึงว่าคนเต็มเลย พออิ้มรู้แค่นั้นแหละรีบเดินทางกลับดีกว่า

เพราะมั่นใจว่าวันนี้รถต้องติดแน่นอน

13 (4)13 (5)13 (6)13 (7)

ก่อนกลับขอลองดังโงะย่างร้อนๆ สักหน่อย

14 (1)

อากาศเย็นๆ ได้ดังโงะย่างร้อนๆ มันดีสุดๆ

14 (2)

หลังจากทานดังโงะเสร็จอิ้มก็ออกมารอรถที่จุดเดิมแต่ฝั่งตรงข้ามนะคะ

แต่ภาพที่เห็นคือระหว่างทางรถติดยาวเหยียด

อิ้มนี่โล่งอกมากโชคดีนะที่เรามาแต่เช้า ไม่งั้นทริปล่มแน่ๆ

รถบัสก็มาส่งที่สถานีเดิมค่ะ yunokami onsen

15 (4)

YUNOKAMI ONSEN

เป็นสถานีรถไฟเล็กๆ คิ้วท์ๆ บรรยากาศอบอุ่น

ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมด้วยอาคารเก่าโบราณสไตล์ญี่ปุ่น

ตัวหลังคายังใช้หญ้าฟางหญ้าฟางคายะบูกิ

ยิ่งดูคลาสสิกสุดๆ เลยค่ะ

และด้วยความที่ได้ชื่อว่า yunokami onsen

เค้าก็มี ออนเซ็นแช่เท้าสาธารณะให้แช่ฟรีๆ อีกด้วยนะคะ

น่ารักมากๆ เลย แต่วันนี้อิ้มคงไม่ได้แช่ เพราะคนเยอะมากทีเดียว

15 (1)15 (2)15 (3)

เข้ามารอรถไฟกันค่ะ ด้านในสถานี yunokami onsen น่ารักมากๆ

15 (5)

ด้านในเป็นเหมือนบ้านเลยค่ะ

มีมุมให้อ่านหนังสือ จิบชา ผิงไฟอุ่นๆ และก็มีของที่ระลึกขาย

15 (6)15 (7)15 (8)15 (9)

ได้เวลาที่เราจะเดินทางต่อไปอีกสถานีแล้วค่ะ

จาก Yunokamionsen เราจะเดินทางต่อไปยัง Ashinomakionsen

ใช้เวลาเดินทาง 14 นาที รถมีรอบละชั่วโมงเช่นเคยค่ะ

Untitledw

17 (1)

ขึ้นรถไฟปุ๊ปก็ชมวิวสองข้างทางอย่างเพลิดเพลิน

17 (2)

ASHINOMAKI ONSEN

Ashinomaki Onsen เป็นเมืองที่มีแมวเป็นนายสถานี

18

ขอเล่าประวัติสักนิดก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่คนเก่านำแมวจรจัดที่ชื่อรถบัสมาเลี้ยงในบริเวณนี้เท่านั้น

รถบัสก็มานั่งเล่นนอนเล่นหน้าสถานีและห้องทำงาน

รถบัสรู้เวลาของตัวเองเค้าจะมานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าสถานี

เหมือนมารอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา

ด้วยความน่ารัก ใครผ่านไป ผ่านมาจึงสนใจและไถ่ถามตลอด

จนได้รับเกียรติเป็นนายสถานีกิตติมศักดิ์เมื่อปี 2008 ค่ะ

19

ด้วยความที่เริ่มแก่ชรา รถบัสเริ่มทำงานไม่ไหวจึงเกษียนในช่วงอายุ 17 ปี

ถือว่าอายุมากทีเดียวนะคะ แต่ปัจจุบันรถบัสเค้าได้จากโลกไปแล้ว T.T

แต่ก่อนที่บัสเกษียนอายุลงเค้าก็ได้แต่งตั้ง Love

มาเป็นนายสถานีคนใหม่แทนบัสไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

ตามภาพด้านล่างด้านซ้ายจะเป็นบัส

ตรงกลางเป็นเลิฟ และด้านขวาคือพีทเป็นอนาคตนายสถานีค่ะ

20 (2)

พอเรามาถึงก็มีความผิดหวังเล็กน้อยเพราะเค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเจ้าบัสกีบพีท

เนื่องจากพอเค้าโดนไฟโดนแฟลชสายตาเค้ามีอาการพร่ามัว

และพอคนขออุ้มมากๆ ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเลิฟ

ทางสถานีจึงงดให้ถ่ายภาพทุกชนิด ให้เห็นด้วยตาเปล่าแทน

เจ้าเลิฟนอนใส่หมวกน่ารักอยู่ในสถานี เสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ถ่ายภาพมาฝากค่ะ

และด้วยวันนี้เป็นวันหยุดคนมาเที่ยวที่นี่เยอะมากกกก

เค้าก็เลยให้เจ้าเลิฟอยู่แต่ด้านใน ไม่ให้ออกมาเดินด้านนอก

แต่เค้าก็มีตุ๊กตาเจ้าเลิฟวางไว้ให้เราถ่ายภาพค่ะ

แอบผิดหวังเล็กน้อย TT

20 (1)20 (3)

จนเมื่ออิ้มยืนมองเจ้าเลิฟอยู่นาน เจ้าหน้าที่ก็มาสอบถามว่ามาจากที่ไหน

มาเที่ยวเหรอ มายังไง มากี่วัน บลาๆๆๆ

อิ้มก็แอบบ่นว่ามาไกล อยากถ่ายภาพเจ้าเลิฟเสียดายมากๆ

คุยกันได้สักพักเค้าคงสงสารอิ้มเค้าก็เลยไปอุ้มเจ้าโนโซมิจังมาให้แทน

อิ้มนี่ดีใจสุดๆ 55555

21 (1)21 (2)

เจ้าโนโซมิก็น่ารักมากกกกกเช่นกัน ขนฟู น่ากอด

21 (3)21 (4)

เสร็จแล้วก็อิ่มอกอิ่มใจกับเจ้าโนโซมิก็เดินออกมาด้านนอกสถานี

พอเดินออกมาเลี้ยงขวาก็มาถึงสุสานของบัสค่ะ

บัส เป็นแมวที่น่ารักและทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ

ทาสแมวน่าจะเข้าใจความรู้สึกอิ้มในตอนนี้นะคะ TT

22 (1)

ระหว่างที่รอรถเที่ยวถัดไปอิ้มก็เดินเล่นรอบๆ สถานี Ashinomaki onsen

นอกจากที่นี่จะเป็นสถานีแมวแล้ว Ashinomaki onsen

ยังเป็นเมืองออนเซ็นทีมีเรียวกังและโรงแรมมากมายซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขา

แต่ละทีสวยงามและมีออนเซ็นสวยๆ ทั้งนั้น

ถือเป็นอีกเมือง เมืองนึงที่น่าพักผ่อนทีเดียวค่ะ

232425 (1)

และระหว่างที่เรากำลังเดินเล่นอยู่น๊านนนนน

เจ้าหน้าที่เค้าก็พาเจ้าเลิฟมาเดินเล่น

อู้ยยยยเวลาเดินนี่น่ารักมากกกก

ฟินมากกกกกกกกกกกกกก

ยากให้ทุกคนได้เห็นภาพนั้นนนนน

และมากไปกว่านั้นเจ้าเลิฟเดินมาหาเราด้วยค๊าาาาา เอาตัวมาถูไถ

คอลเคลียอยู่พักใหญ่ทำเอาคนแถวนั้นอิจฉาเราเป็นแถวๆ อิอิ

สงสัยได้กลิ่นเศรษฐีกับมีลาภแมวน้อยของอิ้มที่บ้านแน่ๆ

แต่เค้าห้ามถ่ายภาพยังไงก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด

เราก็ต้องรักษากฎระเบียบเค้านะคะ

ถ้าอยากมาเที่ยวหาเลิฟและโนโซมิก็มาที่สถานี Ashinomaki onsen ได้เลยค่ะ

เค้าจะทำงาน 08.00-16.00 นะคะ

25 (2)

ได้เวลาเดินทางกลับค่ะ วิวจากสถานี Ashinomaki onsen

สวยงามไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย

26 (1)26 (3)

รถไฟก็มาแว้ววววค่า จาก Ashinomaki onsen

อิ้มจะไปเอากระเป๋าที่ Aizu wakamatsu แล้วเดินทางต่อ

เส้นทางของเราในวันนี้ยังไม่จบง่ายๆ อิอิ

26 (4)

จาก Ashinomaki onsen ไป Aizu wakamatsu ใช้เวลา 34 นาที

Untitledwวว

เอาหล่ะ ภาพมันจะตัดๆ หน่อยนะคะ พออิ้มมาถึงสถานี Aizu wakamatsu

ก็เอากระเป๋าที่ฝากไว้และมารอรถไฟต่อไปยัง สถานี AizuMiyashita

ซึ่งรถไฟขบวนนี้ถือเป็นรถไฟสายโรแมนติก  TADAMI LINE

สองข้างทางมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก

ซึ่งในส่วนใหญ่คนจะไปที่นี่เพราะไปดูความสวยงาม

และไปถ่ายภาพรถไฟ TADAMI LINE

ซึ่งการไปถ่ายภาพรถไฟก็ต้องศึกษาเวลาให้ดี

รถไฟเที่ยวนี้ไม่ได้วิ่งบ่อยๆ จะห่างกันสองสามชั่วโมงกว่าจะมาขบวนนึง

เพราะฉะนั้นอิ้มจึงไปพักใน Miyashita Onsen อยู่ในเมือง Mishima

เพื่อไปถ่ายรถไฟตั้งแต่เช้า เพราะได้ยินมาว่าจุดที่เราจะขึ้นไปถ่ายรถไฟ

จะไม่มีรถบัสหรือแท็กซี่ให้บริการหรือมีก็หาได้น้อยมาก

ต้องเดินจากที่พักไปใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

ก็เลยตัดสินใจไปพักที่เมืองนี้

ซึ่งเราจะต้องนั่งรถไฟสาย TADAMI LINE ไปลงที่สถานี AizuMiyashita

ใช้เวลาในการเดินทาง 84 นาทีค่ะ

Untitledwววuu

สำหรับเรียวกังที่เข้าพักคืนนี้มีชื่อว่า EIKO-KAN

อยู่ใน Miyashita Onsen เมือง Mishima

EIko_kan

ที่่อยู่ 4113 Shiomizu ,Miyashita,Mishima-Machi,Onuma-gun,Fukushima-ken

 EIKO-KAN เป็นเรียวกังขนาดเล็กรายล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม

ให้บรรยากาศเหมือนเรามาพักผ่อนบ้านญาติที่ต่างจังหวัด

รอบๆ เงียบสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

และ Onsen ที่นี่มีความสวยงามมาก

เพราะจะมองเห็นวิวแม่น้ำ Tadamigawa และแม่น้ำ Otanigawa

แช่ออนเซ็นไปชมวิวแม่น้ำไปผ่อนคลายทั้งร่ายกายและผ่อนคลายทั้างสายตา

การมาพักที่ EIKO-KAN ต้องโทรจองที่พักเท่านั้นนะคะ

เค้าจะมีคนที่พูดภาษาอังกฤษที่คอยรับเรื่อง

จากนั้นเค้าจะขออีเมล์และรายละเอียดผู้เข้าพัก

แล้วเราก็คุยกับเค้าผ่านอีเมล์ได้เลย

เค้าจะส่งราคาและรายละเอียดต่างๆ ให้

แต่วันที่อิ้มจองมาอิ้มไม่รู้ว่าเป็นวันหยุด

เปิดหาข้อมูลที่พักในวันนี้แต่ละที่สูงมากกกกกก

ย้ำว่าสูงจริงๆ อย่างตอนแรกอิ้มจะพักที่ Aizu ที่พักเต็มหมด

ที่เหลือว่างๆ ก็คืนละหมื่นกว่าเกือบสองหมื่นบาท

แล้วนอนใน Aizu คงไม่ไหว ที่พักแพง แถมเดินทางไกล ตายแน่ๆ

แต่ที่นี่อิ้มจองมาราคา 30540 เยนสำหรับสองคน

ก็ไม่ถึงหมื่นบาทไทยในช่วงนั้น

ราคารวมอาหารเย็นและเช้า ก็ถือว่าโอเคพอรับได้แต่ก็กัดฟันเหมือนกัน

แต่ที่สำคัญที่นี่ยังใกล้จุดมุ่งหมายของเรา

ก็เลยตัดสินใจได้ง่ายหน่อยเลือกที่นี่ไม่ต้องคิดมากแล้ว

(บางช่วงที่นี่ราคาคนละ 10000 เยนต่อคนเท่านั้น

สามารถสอบถามกับทางเรียวกังโดยตรงนะคะ)

ค่าที่พักมาจ่ายเงินที่เรียวกังได้เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรจองที่พัก

Miyashita Onsen Eikokan / http://www.mishima-kankou.net/spas/

TEL : (81)-241-52-2636

FAX : (81)-241-52-2642

และอีเมล์ที่อิ้มใช้คุยจองที่พัก mishima@oboe.ne.jp

ตอนที่อิ้มนั่งรถไฟน่าเสียดายที่ช่วงนั้น 5 โมงเย็นมืดหมดแล้ว

จึงไม่ได้ชมความสวยงามของสองฝั่งข้างทาง

กว่าจะมาถึง สถานี Aizu Miyashita ก็หกโมงเย็น

มืดมากกกก แถม wifi ก็แบตหมดดี

โชคดีอิ้มแจ้งกับทางที่พักไว้ว่าให้มารับที่สถานีไม่งั้นแย่แน่ๆ

เพราะ Mishima เป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ มีที่พักไม่กี่แห่ง

แถวนี้ไม่มีเซเว่น สักสามสี่โมงร้านค้าแถวนี้จะปิดเกือบหมด

แต่ถ้ามาถึงเร็วและยังไม่มืดมากก็สามารถเดินจากสถานีเข้ามาในที่พักได้เลย

ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ค่ะ

เล่ามานานก็ถึงที่พักซะทีเย้ๆๆๆๆ

ขอเล่าตอนมาถึงอีกนิดได้ไหม 55555

คือพอเรามาถึงจะมีคุณป้ามารอรับ ที่นี่จะเป็นเรียวกังที่ดูแลกันเอง

เหมือนเรามาค้างบ้านญาติ คุณป้าชวนคุยตลอดทาง

ที่พักก็น่ารักมาก

ทำให้รู้สึกประทับใจไม่เสียดายเงินที่มาพักเลยค่ะ

พอมาถึงคุณป้าก็ให้เราเปลี่ยนรองเท้า

และแจ้งเวลาทานอาหารเช้าและเย็น

แล้วเราก็ขึ้นมาห้องพักค่ะ ว้าวววว ห้องพักกว้างมาก

27 (1)

มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแต่ภายในจะไม่มีห้องน้ำนะคะ

27 (2)

มีเพียงอ่างล้างหน้าให้ ห้องน้ำจะอยู่ชั้นสองแยกฝั่งชายหญิง

ส่วนห้องอาบน้ำจะอยู่ที่ Onsen ชั้น 1 ค่ะ

เดี๋ยวรีวิวหน้าอิ้มจะพาชมบรรยากาศเรียวกังอีกครั้ง

ตอนนี้ขอลงมาทานอาหารเย็นค่ะ

27 (3)

ว้าวววอาหารเย็นของเราดีงามอีกแล้วว

ในส่วนของซุปกับข้าวขอเพิ่มได้นะคะ ไม่มีค่าใช้จ่าย

จะบอกว่าอาหารอร่อยมากกก ชอบในความใส่ใจรายละเอียดจริงๆ

27 (8)

27 (4)27 (5)27 (6)27 (7)27 (9)

เป็นไงบ้างคะกับทริปตะลุยฟุคุชิมะ Day 5 ของอิ้มในวันนี้

ตะลุยตั้งแต่เช้าถึงเย็น

โดยรวมอิ้มประทับใจทุกสถานที่เพราะมีแต่ที่สวยๆ ทั้งนั้น

ฟุคุชิมะ มีอะไรให้เที่ยวเยอะมากจริงๆ

ส่วนพรุ่งนี้ DAY 6 อิ้มจะพาไปชมความสวยงามของรถไฟสายโรแมนติก

Tadami Line เที่ยวเมือง Aizu Yanizu ชมใบไม้แดงที่ Enzoji Temple

บ้านเกิดของเจ้าวัวแดง Akabeko ค่ะ

แล้วติดตาม ตะลุยฟุคุชิมะ : DAY 6 ของอิ้มได้ในรีวิวหน้านะคะ

26 (2)

ก่อนรีวิวนี้จะจบลง

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนมาถึงบรรทัดนี้

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกไลค์ ขอบคุณทุกแชร์

เป็นกำลังใจที่ดีในการทำรีวิวมากๆ

ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ

อัพเดทเรื่องกิน เช็กอินเรื่องเที่ยว ได้ที่นี่ psstory เรื่องราวดีๆ ในการเดินทาง

แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้านะคะ สวัสดีค่ะ

https://www.facebook.com/psstorytrip

https://psstorytrip.com/

http://www.instagram.com/psstorytrip

https://www.youtube.com/psstory trip

 

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

เดินลอยละลิ่วในสวนดอกโบตั๋น Sukagawa Peony Garden (Botan-en)

ย้อนวันวานในยุคศตวรรษที่ 19 กับการแช่ออนเซ็นแบบ One day ที่ “Nakamuraya Ryokan”

ล่องเรือท่ามกลางสายน้ำที่ Mugenkyo no Watashi

มาพักร่าง แช่ออนเซ็นธรรมชาติกับ “Matsushimaya Ryokan”

โบยบินพลิ้วไสวไปทั่วเมืองกับเทศกาล “ธงปลาคาร์ฟ” (Koinobori) ที่แหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima