Japan การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว แผนเที่ยว photograph Trips

1 วันที่ดีต่อใจ เที่ยวไปบนเส้นทาง Tadami Line

Rating Chart

5 average based on 8 ratings

  • Excellent
    8
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
กลับมาพาไปเที่ยวกันที่แถบ Aizu , Fukushima กันอีกครั้งนะครับ

พักจากเช่ารถขับมาแล้ว วันนี้เราจะไปเดินทางกันแบบสบายๆ slow life โดยนั่งรถไฟเที่ยวไปบนเส้นทาง Tadami Line ซึ่งเจ้ารถไฟขบวนนี้จะวิ่งไปบนเส้นทางที่มีวิวสวยๆให้พวกเราได้ฟินไปตลอดทาง จะฟิน จะดีต่อใจแค่ไหน…ออกเดินทางกันเลยครับ!

 

แผนที่เส้นทางเที่ยว Tadami Line 1 วัน

แผนที่เที่ยวของเราในวันนี้ตามนี้เลยครับโดยจะแบ่งเส้นทางออกเป็น 3 ช่วง ตามสี แดง-เขียว-น้ำเงิน รอบรถไฟของ Tadami Line ที่วิ่งในแต่ละวันนั้นค่อนข้างมีจำกัด การเดินทางควรวางแผนเวลารอบรถไฟให้ดีนะครับไม่งั้นต้องรอแกร่วเลย

  1. จาก Aizu-Wakamatsu > Aizu-Kawaguchi โดยนั่งรถไฟ JR Tadami Line ไปประมาณ 2 ชม. แนะนำว่าให้ออกแต่เช้า ตามรอบที่ลงไว้ในรูปเลยครับ เพื่อที่จะได้มีเวลาเที่ยวต่อ
  2. จาก Aizu-Kawaguchi > Aizu-Miyashita นั่งรถไฟ JR Tadami Line วิ่งกลับมาเส้นทางเดิมประมาณ 26 นาที มาถึงรอบประมาณบ่ายโมงเพื่อที่จะได้ไปถึงจุดชมวิวรถไฟที่จะวิ่งผ่านช่วงบ่ายสองโมงกว่าได้ทัน
  3. ขากลับ Aizu-Miyashita > Aizu-Wakamatsu นั่ง JR Tadami Line กลับเช่นเคยครับ

สำหรับใครที่มาจากโตเกียวก็สามารถตั้งต้นจากสถานี Tokyo Station ได้เลย มารอรถไฟ Shinkansen เพื่อเดินทางไปยังจังหวัด Fukushima กันตรงนี้นี่เองครับ เพื่อเที่ยวได้อย่างสะดวกแนะนำให้ใช้ JR East Pass ครับ

เตรียมตัวขึ้นรถไฟกันครับ จากสถานี Tokyo ไปลงที่สถานี Koriyama ใช้เวลาประมาณ 80 นาที นั่งนานนั่งสบายๆแบบนี้ไม่พลาดที่จะซื้อข้าวกล่องรถไฟ (Eki-Ben) ขึ้นมาทานกันให้ได้อรรถรสในการเดินทาง

จากสถานี Koriyama ให้นั่งรถไฟสาย JR Ban-etsu-West Line มาสุดสายลงที่สถานี Aizu-Wakamatsu เพื่อมาขึ้น JR Tadami Line เดินทางต่อครับ ใช้เวลาประมาณ 80 นาที ดูจากเวลาที่ใช้เดินทางแล้วแนะนำว่าเส้นทางนี้ควรมาค้างที่เมือง Aizu-Wakamatsu อย่างน้อย 1 คืนจะมีเวลาเที่ยวได้ครบมากขึ้นครับ

วันนี้เราเดินทางมาแต่เช้า รถไฟยังแทบไม่มีคนเลยเงียบสงบมาก นั่งชิลล์ๆสัมผัสอากาศหนาวๆและลมเย็นๆสลับกับเสียงรถไฟฉึกฉัก เป็นบรรยากาศสงบดีต่อใจ เที่ยวในเมืองใหญ่ๆหาประสบการณ์แบบนี้ได้ยากครับ

ระหว่างทางมีคุณป้าท่านนี้ชื่อว่า คาซึเอะ ได้เข้ามาทักทายพวกเราสองคนด้วย ซึ่งคุณป้าพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีมาก! จากการสนทนากันระหว่างทาง ได้ความว่าคุณป้าเคยไปอยู่ที่แคนาดามาหลายปีทำให้สื่อสารได้ดี คุณป้าน่ารักมากๆๆครับ ดูแกใช้ชีวิตตัวคนเดียวแล้วก็อดสงสาร-เป็นห่วงไม่ได้ เราได้แลกเบอร์โทรกันเผื่อว่าครั้งหน้ากลับมาเที่ยวจะได้มาพบกันอีกครับ ^_^

 

นั่งชมวิวสวยๆไปบนเส้นทางสายหมอก

นี่มัน… หมอกจางๆหรือควัน! … หมอกนั่นเองนะครับ เจ้ารถไฟ Tadami Line บนเส้นทางนี้นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามตลอดสองข้างทาง ที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และยังเป็นเส้นทางรถไฟที่สำคัญสำหรับผู้คนตามเมืองเล็กๆตลอดทางในช่วงหิมะตกหนักเดินทางได้ยากด้วยครับ

ระหว่างเส้นทางไปยัง Aizu-Kawaguchi นั้นรถไฟจะข้ามสะพานผ่านแม่น้ำ Tadami ถึง 4 ครั้ง และสะพานต่างๆนั้นเองที่เป็นจุดชมวิวรถไฟที่สวยงามขึ้นชื่อ ได้เห็นภาพของรถไฟที่แล่นไปบนเส้นทางเลียบแม่น้ำและห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มหมอกบางๆแบบนี้ คุ้มแล้วครับวันนี้ !

เนื่องจากวันที่เราเดินทางมาวันแรกนั้นมีพายุเข้าและฟ้าฝนไม่เป็นใจเท่าไรนัก เราเลยเลือกเดินทางมาซ้ำที่นี่อีกวัน ทำให้มีภาพบรรยากาศวิวสองแบบมาฝากเพื่อนๆกันนะครับ ทั้งแบบวันครึ้มๆหมอกหนา กับวันฟ้าใสอากาศดี สวยงามกันไปคนละแบบ เลือกไม่ถูกจริงๆ

เมื่อมาถึงสุดทางที่สถานี Aizu-Kawaguchi แล้ว เจ้ารถไฟสีขาวเขียวขบวนนี้จะจอดอวดโฉมให้เราได้ถ่ายรูปกันจนกว่าจะถึงรอบเวลากลับรอบถัดไป น่าเสียดายที่ปัจจุบันเส้นทางที่ไปยังสถานีปลายทาง Tadami นั้นได้ปิดใช้บริการเนื่องจากเส้นทางได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักทั้งจังหวัดเมื่อปี 2011 แต่ก็มีรถบัสให้บริการชั่วคราวแทนครับ ตอนนี้ก็เลยนั่งรถไฟมาได้สุดถึงแค่ Aizu-Kawaguchi ไปก่อน

 

Checkpoint 1 : Aizu-Kawaguchi

เส้นทางเดินกิน-เที่ยว-ชมวิวเส้นทางแรกของเราในวันนี้จะอยู่ในตัวเมือง Kaneyama เดินเล่นกินข้าวกันในบริเวณใกล้สถานี Aizu-Kawaguchi แล้วเดินต่อไปยังจุดพักชมวิวประมาณ 10-15 นาทีจากสถานี

ถึงสถานีแล้วก็ให้เข้าไปในตัวสถานีเพื่อออกไปยังตัวเมืองกันครับ บริเวณรถไฟนี้ห้ามเดินเล่นหรือยืนถ่ายรูปนานจนเกินไป

ตัวเมือง Kaneyama นั้นจริงๆแล้วกินพื้นที่กว้างเป็น 10 กิโลเมตรในบริเวณรอบๆนี้ ตรงนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นเพียงตำบลเล็กๆเท่านั้น ภายในเมืองเงียบสงบ มีร้านขายของอยู่เล็กน้อยทั้งของสด ของชำ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ผู้คนที่นี่เท่าที่เจอก็อัธยาศัยดี ทักทายพูดคุยกันได้ครับ

เดินทางกันมาไกล เราแวะทานข้าวเช้ากันก่อนที่ร้านนี้เลย Ofukuro เดินมาจากสถานีไม่ถึง 5 นาทีก็เจอครับ เรามาถึงช่วงเวลาเปิดร้านพอดี เจ้าของร้านต้องบอกว่าให้นั่งรอก่อนนะ ^^”

ร้านนี้ดูแล้วน่าจะเป็นร้านดังของเมืองเลยครับ มีกระดาษที่มีคำชื่นชมและลายเซ็นของแขกที่มาทานแปะตามผนัง ไม่แน่ใจว่าบางคนเป็นดาราหรือเป็นคนสำคัญอย่างไรบ้างเหมือนกัน บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบสไตล์ญี่ปุ่นโบราณพื้นบ้านๆดูอบอุ่นดี

นั่งรออยู่สักพักเพราะเจ้าของร้านทำเอง เตรียมอาหารให้ลูกค้ารายแรกอย่างเรากันแบบสดๆใหม่ๆร้อนๆ น่าทานมากกกก เมนูที่สั่งคือเมนูชื่อดังของร้านอย่าง Ramen Mix Katsu Curry (ラーメン ミックス カツカレー) 900 Yen ชามโตที่ราดแกงกะหรี่ลงไปบนราเม็งในน้ำซุปโปะด้วยหมูทอดกรอบๆ ทีเด็ดอยู่ที่พอกินเส้นลงไปหมดแล้วจะเจอข้าวสวยอยู่ก้นชามอีก แปลกใหม่แต่อร่อยลงตัว อิ่มมากครับ ส่วนอีกชามคือ Ramen (ラーメン) 600 Yen ซุปโชยุรสอ่อนๆทานง่าย ร้อนๆซดคล่องคอ เหมาะกับวันที่อากาศหนาวๆแบบนี้นักแล

ทานไปก็ได้ทักทายพูดคุยกันกับเจ้าของร้านไป คุณลุงก็แนะนำจุดชมวิวมีรูปมาอวดกันด้วย คนญี่ปุ่นเป็นชาติที่ภูมิใจกับความสวยงามของบ้านเมืองหรือบ้านเกิดตัวเองมากจริงๆครับ และพอได้ทราบว่าพวกเราเป็น Blogger มาเที่ยวจากเมืองไทย ก็นำแผ่นกระดาษมาให้เขียนด้วย ! … แหม บล็อกเราก็ได้มีลายเซ็นขึ้นโชว์บนร้านอาหารแล้วเหมือนกันนะนี่ ^_^

เก็บภาพร่วมกันกับคุณลุงคุณป้าเป็นที่ระลึกก่อนกลับกันครับ ทั้งสองคนน่ารักเป็นกันเอง หวังว่าจะได้กลับมาทานอีกครั้งนะครับ ใครที่แวะมาเที่ยวแนะนำเลยร้านนี้

อิ่มท้องกันแล้วเราออกไปเดินชมวิวต่อกันดีกว่า เดินย้อนมาตามเส้นทางในแผนที่ด้านบนได้เลยครับ ระหว่างทางจะเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ อาจต้องเดินริมถนนสักหน่อย เดินกันด้วยความระมัดระวังนะครับ

เก็บภาพตลอดสองข้างทางกันไปเรื่อยๆ ทั้งบรรยากาศหมอกที่ปกคลุมแม่น้ำกับผืนป่า และสะพานข้ามแม่น้ำ (คล้ายๆสะพานพุทธนะ!) วันนี้ค่อนข้างทุลักทุเลนิดนึงตรงที่ฝนตกลงมาตลอดนี่ละ

วิวตรงสะพานพุทธสีดำนี้ได้รูปสวยดีครับ เดินผ่านก็หยุดแวะถ่ายกันก่อนได้เลย

อย่างที่บอกไปว่าเราเดินทางมาที่นี่กัน 2 วัน หลังจากวันแรกเจอฝนตลอด อีกวันที่มาโชคดีอากาศดีฟ้าใส ทำให้มีภาพมาฝากกันสองแบบสองบรรยากาศต่างกันไปครับ ลองดูวิวสะพานจากมุมสูงกันบ้าง วันนี้น้ำในแม่น้ำไม่ใสออกขุ่นๆน่าจะเป็นเพราะเมื่อวานมีพายุทั้งลมทั้งฝนตลอดทั้งวัน

จากจุดแวะพักชมวิวมองตรงไปเราจะได้เห็นหมู่บ้านเล็กๆริมน้ำซึ่งตั้งอยู่บริเวณสถานีก่อนหน้านั่นก็คือ Aizu-Nakagawa ตรงจุดชมวิวนี้จะอยู่ประมาณเกือบครึ่งทางก่อนถึงสถานี แวะตรงนี้จะได้ชมวิวหมู่บ้านเล็กๆริมน้ำสวยงามครับ

ภาพหมู่บ้านที่ไม่มีตึกสูงๆมาบดบังทัศนียภาพและห้อมล้อมไปด้วยแม่น้ำและภูเขา ดูวิถีชีวิตผู้คนในหมู่บ้านนี้น่าจะ slow life กันน่าดู ถ้าได้พักที่หมู่บ้านนี้สักคืนก็คงไม่เลวนะครับ

เก็บภาพวิวสวยๆกันไปเรื่อยๆตามทาง มุมนี้แอบเห็นเจ้ารถไฟ Tadami Line ไกลๆด้วยทางขวา บรรยากาศของฝนปรอยๆและหมอกที่ปกคลุมไปทั่วสวยงามยังกับเมืองในนิยาย

เดินเล่นชมวิวกันเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับมาแถวสถานี Aizu-Kawaguchi เพื่อหาอะไรทานกันต่อก่อนขึ้นรถไฟกลับกัน เราแวะที่ร้าน Fujiya อยู่ตรงข้ามเยื้องๆกับสถานีเลย ร้านนี้เป็นคุณยายที่ทำราเม็งให้ทาน มีเมนูต่างๆให้เลือกราคาประมาณ 600-700 เยนครับ

เราสั่งเมนูง่ายๆอย่าง Chashu Ramen (800 Yen) และ Miso Ramen (700 Yen) หน้าตาทั้งสองเมนูนี่มีความคล้ายฮะจิบังบ้านเราอยู่นะครับ แต่ที่นี่คุณป้าก็จะเตรียมเครื่องและทำกันสดๆใหม่ๆให้เราทานกันร้อนๆเลย อร่อยทั้งสองชาม ติดตรงซุปมิโซะอาจจะใสไปนิดหน่อยไม่เข้มข้นมาก แต่ก็มีตัวเครื่องปรุงคล้ายๆน้ำพริกเผาแต่ไม่เผ็ดให้ได้เติมเพิ่มกันอยู่

แวะซื้อขนมปังทานกันที่ร้านนี้ก่อนเดินทางต่อ ร้านเบเกอรี่เล็กๆน่ารักๆนี้ชื่อว่า Parlor & Bakery นี้อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟเลยครับ เจอแน่นอน ด้านในสามารถนั่งพักทานกาแฟได้ด้วยนะ

เจอคุณยายใจดีเจ้าของร้าน ยิ้มแย้มแจ่มใสมากๆ คุยกับเราเป็นชุด (ฟังออกนิดเดียว 555) มาเที่ยวหรอ? มาจากไหน? ไปไหนกัน? บลาๆๆ แกรัวมากและดูตื่นเต้นดีใจที่มีนักท่องเที่ยวแวะมา ขนมปังในร้านมีหลากหลายราคาถูกเลยครับ และอร่อยด้วยนะ

ใกล้ถึงเวลารถไฟรอบกลับละครับ 12.32 น. คำนวณเผื่อเวลาดีๆจะได้มาขึ้นรถไฟทันเน้อ ไม่งั้นรอขบวนต่อไปอีกนานเลย

Checkpoint 2 : Aizu-Miyashita

จากสถานี Aizu-Kawaguchi นั่งมาเพียง 26 นาที ก็จะมาถึงสถานี Aizu-Miyashita จากสถานีไปยังจุดพักรถเพื่อขึ้นไปจุดชมวิวนั้นระยะทางประมาณ 2.5 กม. ถือว่าค่อนข้างไกลมากถ้าจะเดิน ภายในสถานีมีเบอร์เรียกแท็กซี่อยู่สามารถขอให้พนักงานช่วยโทรเรียกได้ครับ

… แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เราสองคนเลือกเดินไปยังจุดชมวิวกัน !! 

ที่สถานี Aizu-Miyashita เป็นจุดแวะพักสำคัญของคนที่จะมาชมวิวรถไฟ Tadami Line บนสะพาน Tadami ลำดับแรก (First Bridge) ชื่อว่า Daiichi Kyouryou กันเลยครับ รอบๆสถานีก็มีร้านกาแฟเล็กๆอยู่ร้านนึงแวะไปนั่งพักกันได้

ภายในสถานี Aizu-Miyashita มีทั้งคู่มือการเดินทาง (มีภาษาไทยด้วย!) และป้ายข้อมูลต่างๆ อย่างรูปขวาล่างนั้นเป็นกระดานให้นักท่องเที่ยวประเทศต่างๆที่แวะมาได้ติด sticker ลงไปว่ามาจากประเทศไหนกัน พวกเราก็ได้ติดเพิ่มของ Thailand กันไปครับ (คนไต้หวันมาเยอะนะนี่)

เริ่มเดินทางกันเลย ! ออกมาจากสถานีก็เดินมาตามทางเรื่อยๆจะได้เจอกับวิวสะพานคู่มุมนี้เลยครับ ยิ่งใหญ่สวยงามดีจริงๆ

เส้นทางนี้มีวิวให้ชมกันไม่มากเท่าไรนัก อีกอย่างคือเหนื่อยมากด้วย ทั้งชัน ทั้งไกล เดินประมาณ 35 นาที แนะนำใครที่พาผู้ใหญ่มาก็เรียกแท็กซี่กันเถอะนะครับ ขากลับพวกเราก็เรียกแท็กซี่กลับกัน ให้พนักงานที่จุดพักรถโทรเรียกให้ได้

มาถึงที่จุดพักรถชื่อว่า Michi no Eki (Ozekaido Mishimajuku) ซึ่งเป็นจุดแวะพักรถใหญ่ มีร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตให้เราได้แวะซื้อน้ำซื้อขนมทานกัน มีขนมอาหารและผักผลไม้ในท้องที่ขายด้วยครับ

จากจุดพักรถเดินออกมานิดเดียวจะเจอทางขึ้นไปยังจุดชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou ด้านซ้ายของอุโมงค์นี้เลยครับ ซึ่งจะมีจุดชมวิวให้เราได้เดินขึ้นไปกันถึง 4 จุด A/B/C/D ไล่ขึ้นไปตามความสูงของแต่ละจุด ยิ่งสูงยิ่งเหนื่อยนะงานนี้

ผมเลือกขึ้นมาที่จุด B ซึ่งก็เพราะกลัวจะไม่ทันเวลารถไฟมา แต่ละจุดก็จะมีป้ายบอกข้อมูลเป็นตารางเวลาว่ารถไฟจะผ่านจุดชมวิวกี่โมงกี่นาทีครับ(อาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย) ตรงนี้มาถึงก็มีลุงๆจับจองทำเลกันไปแล้วพอสมควร บางท่านนี่ถึงกับปีนป่ายต้นไม้ เสียวลุงตกมาจริงๆ แต่ก็ยังพอมีที่ให้ผมได้กางขาตั้งกล้องเตรียมตัวเก็บภาพเจ้ารถไฟ Tadami วิ่งผ่านสะพานกัน

ระหว่างที่รอรถไฟมาก็เก็บภาพบรรยากาศวิวสวยๆของแม่น้ำ Tadami และสะพานกันไปพลางๆ ป่ารอบๆบริเวณนี้เพิ่งเริ่มจะเปลี่ยนสีได้นิดเดียว ถ้าหากมาช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีจะได้ภาพที่สีสันสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกครับ แต่เพียงแค่เขียวๆแบบนี้ก็สวยแล้ว

มองจากมุมสูงลงไปก็เห็นจุดพักรถที่เราแวะกันตะกี้อยู่ไกลๆ ด้านนี้มีต้นไม้เปลี่ยนสีให้ดูมากขึ้นนิดหน่อยสวยงามครับ

รถไฟมาแล้วววว !! เตรียมกล้องและตั้งค่าตั้งองค์ประกอบกันไว้ให้เรียบร้อยนะครับ ลองถ่ายไว้ก่อนเลยเพราะช่วงเวลาที่เจ้ารถไฟ Tadami วิ่งผ่านสะพานนั้นสั้นมาก คือแบบรอตั้งนานวิ่งผ่านมาโชว์ตัวกันแค่ประมาณ 10 กว่าวิ แต่สิ่งนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้มันน่าตามล่าน่าค้นหามากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

จังหวะที่รถไฟวิ่งผ่านนี่ลุงๆรอบๆก็รัวชัตเตอร์กันเป็นปืนกลเลยทีเดียว! พอรถไฟผ่านไปแบบไวๆลุงๆก็หันมามองหน้าละหัวเราะกัน เป็นช่วงเวลาที่น่ารักดีครับ (แต่ในใจผมนี่แบบ..เฮ้ย! จบแล้วหรอ 555)

ช่วงเวลาที่รถไฟวิ่งผ่านสะพาน Daiichi Kyouryou

ใครที่จะมาเก็บภาพรถไฟกันที่จุดชมวิวนี้ แนะนำให้เช็คเวลาที่รถไฟผ่านกันก่อนไปให้ดี จะได้วางแผนการเดินทางได้ไม่พลาด

Aizu-nishikata > Aizu-hinohara (ขากลับ)
06.03 | 07.39 | 09.17 | 13.05 | 15.59 | 19.41

Aizu-hinohara > Aizu-nishikata (ขาไป)
07.23 | 09.05 | 14.22 | 18.14 | 20.59 | 22.57

ก่อนกลับก็เก็บภาพวิวและบรรยากาศสวยๆกันอีกครั้งก่อนเดินลงไปข้างล่างกัน วิวสวยดีต่อใจมากจริงๆครับ

ด้านหลังของจุดพักรถก็มีจุดชมวิวเช่นกัน ตรงนี้จะชมวิวแนวป่าและภูเขารอบๆได้แบบพาโนรามาเลยครับ เสร็จเรียบร้อยแล้วเราสองคนก็ให้พี่พนักงานในจุดพักรถช่วยโทรเรียกแท็กซี่กลับไปยังสถานี Aizu-Miyashita ค่ารถประมาณ 2,500 เยนครับ

ก็เป็นอันเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยกันไป กับทริปเที่ยว 1 วันไปบนเส้นทาง Tadami Line ในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่เราสามารถชมวิวธรรมชาติภูเขา-แม่น้ำสวยๆ วิวรถไฟวิ่งผ่านสะพานที่หาชมยาก และยังได้ชิมร้านอร่อยๆหลายร้าน ได้สัมผัสบรรยากาศบ้านเมืองแบบชนบทและผู้คนที่น่ารักเป็นกันเอง หากต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ มีโอกาสก็แวะมาเที่ยวกันนะครับ ^^

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ

แวะไปติดตามพวกเรากันได้ที่ Fanpage ได้เลยครับ
https://www.facebook.com/duetdiary/

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

หมู่บ้านโบราณโออูจิจูคุ Ouchijuku

[Fukushima Diary] Day 2 : Adatara ในวันที่พายุเข้า / เดินสำรวจ S-PAL ห้างใหญ่ติดสถานี JR Fukushima

ตะลุยลานสกีนุมะจิริ (Numajiri) สุดเจ๋งแห่งจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima)

หนาวนี้ไม่กลัว ไปนอนแช่ออนเซ็นอุ่นร่างกายที่โยชิคาวายะ (Yoshikawaya)

20 Pictures that I like when I visited Fukushima

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima