การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ โรงแรมและเรียวกัง Hotel photograph Trips

Showa หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ที่นี่..อย่างญี่ปุ่น 
หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Shōwa ในจังหวัด Fukushima ประเทศญี่ปุ่น
ภาพที่เราเคยเห็นในการ์ตูนหรือซีรี่ย์ญี่ปุ่น เป็นอย่างไงที่นี่เป็นแบบนั้นเลยครับ
เราได้พักในบ้านของคนญี่ปุ่นจริงๆ นอน กินและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่…
ด้วยความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่นบ้านที่เราไปพัก เค้าพูดอังกฤษไม่ได้เลย
แต่เค้ารู้ว่าเรามาจากไทย เค้าก็ซื้อดิกญี่ปุ่นแปลไทย เพื่อที่จะมาคุยกับเราเลยนะ
เป็นอะไรที่เราเจอครั้งแรกแล้วรู้สึกแบบว่า โอ้โห้วว เค้าใส่ใจเราขนาดนี้เลยเหรอ
และบ้านพักที่เราพักมีชื่อว่า Tomarigi ที่เราจองผ่าน E-mail ที่หาเจอจาก Google Map
แต่เค้าก็ส่ง E-mail ตอบกลับเร็วมากๆ  ที่จริงเราไม่ได้จองที่นี่ตั้งแต่แรก
เราจองไปอีกที่ แต่เค้าบอกว่าจะปิด เพราะบ้านมีเด็กเล็ก
แต่เค้าก็เป็นธุระ ติดต่อจองห้องพักให้  เราจึงได้มาสัมผัสกับที่นี่หล่ะ
แน่นอนครับในการมาญี่ปุ่น ช่วงนี้อากาศจะหนาวบางที่ถึงขั้นหิมะตก
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ( Autumn ) อากาศนี้อยู่ประมาณ 0-10 องศา

 

วิธีการเดินทาง มายังไง Showa

เราบินมายัง สนามนาริตะ ญี่ปุ่น
 จากนั้นนั่งรถไฟ เข้าโตเกียวแล้วเปลี่ยนเป็นชินคันเซน เพื่อมายังเมืองโคริยามะ(Koriyama) ของจังหวัด Fukushima

สถานีรถไฟ โตเกียว คนเยอะมาก ลงรถไฟปุ๊บ ลมหนาวนี้ตีเข้าหน้าเต็มๆเลยครับ

จริงๆเราต้องมาเปลี่ยน รถไฟ ที่เมือง Koriyama เพื่อที่จะไป Showa  นี้ แหละครับ
แต่ที่เราศึกษา ข้อมูลมา รถประจำทางที่นั้น มีแค่ 3 รอบ ต่อวันเองครับ
เรากลัวว่าจะไป ไม่ทัน เพราะมา ถึง Koriyama นี้ก็เย็นแล้ว เอาเป็นว่าเราพักกันที่นี้ สักคืนดีกว่า
เมือง Koriyama เป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ครับ เพราะเป็นเมือง ที่เปลี่ยนรถไฟหลัก หลายสาย

 

สวัสดี ญี่ปุ่น !!!!!

เราเริ่มการเดินทางกันเลยดีกว่าครับ 
จากสถานี Koriyama ไปยังสถานี AIZU-WAKAMATSU  สาย JR Ban-etsu-West  
ราคาอยู่ที่ 1140 เยน แต่สามารถใช้ JR Pass ได้นะครับ แต่ด้วยความรีบของเรา ลืมไปครับ ว่าซื้อ JR Pass มา 55
ก็ตื่นสายไม่รู้ทำไม มึนๆ สงสัย จะเมารถไฟ แน่ๆ เลย
เพื่อเปลี่ยนสายรถไฟ เป็น JR Tadami Line ไปยัง สถานี AIZU-KAWAGUCHI  
**อยากจะบอกว่า รถไฟที่นี่ มาตรงเวลามากๆ ครับ 13.07 คือ 07 ไม่มี 13.08 13.09 เลยนะ
13.07 นี้ คือเวลารถไฟออกนะ ไม่ใช่รถไฟถึง มาช้า 4-5 วินาทีมีตกรถไฟอะ
เราใช้ เว็บนี้ เพื่อ ดูเวลาและวางแผนการเดินทางครับ http://www.hyperdia.com


ตามสถานีรถไฟบางสถานีไม่มีป้ายภาษาอังกฤษบอก หรือบอกสถานที่ มันก็จะงงๆ
ว่าขึ้นชานชาลาไหน แนะนำให้ดูที่เวลาตามเว็บเลยครับ
สมมุติว่ารถไฟไป AIZU-KAWAGUCHI ออก 13.07 ดูว่าชานชาลาไหนออก 13.07 ไปยืนรอที่นั่นหละครับ
หรือถ้ายังรู้สึกงงอีก ก็ถามเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ
ยื่นตั๋วให้เค้าดู ถึงแม้เค้าจะพูดหรือฟังอังกฤษไม่ได้ แต่เค้าก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดีครับ

ตอนนี้เราอยู่กันที่เมือง AIZU-WAKAMATSU ดูเวลาแล้วยังเหลืออีกเกือบๆ ชั่วโมง
กว่ารถไฟจะมา เราไปหาอะไรกินกันก่อนไหมครับ ก็บอกว่ามาญี่ปุ่นไม่ต้องเผื่อเวลา
มาก่อนสัก 5-6 นาทีก็ยังขึ้นรถไฟทัน ขอให้ตั้งเวลาตรงตามของญี่ปุ่นก็แล้วกัน

ข้างๆ สถานีรถไฟเลยครับ น่าจะเป็นร้านอาหาร เดินไปแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่
สั่งได้ไม่ได้ไม่รู้เข้าละโมโหหิว 555

ก็อย่างที่บอกครับ ที่นี่เค้าแทบไม่ใช้ภาษาอังกฤษกัน แต่ก็รอดตายไปครับ เมนูเค้ามีรูป 555
ชี้อันนี้แล้วยกนิ้วสัญลักษสากลว่าเอาแบบนี้ 1 อัน ก็ได้ราเมงหน้าตาแจ่มๆ มากิน 1 จาน
โดน 1080 เยน เออที่นี่เค้าจะเสริฟไข่ไก่ต้มฟรีด้วยนะ เราเห็นหลายร้านแล้วตอนแรกก็ว่า เออ…เค้าคิดเงินปะวะ
วันนี้หิวจัดแกะกินเลยก็แล้วกัน ฮ่าๆ สรุปว่าฟรีครับ  แต่มันเป็นไข่ไก่แบบเย็นเจี๊ยบเลยนะ แปลกดีครับ
เสียบดังส๊วบบบ จากพี่ชายโต๊ะข้างๆ นี้เค้ากินเสียงดังแบบนี้ แสดงว่าอร่อยใช่ไหม จัดมั่ง ส๊วบบบบบบบ

รถไฟออก 13.07 เป๊ะเลยครับ รถไฟสายนี้ผ่านวิวสวยมากๆ ครับ ผ่านแม่น้ำ ภูเขา มากมาย
ตอนนี้เราอยู่บนรถไฟสาย Tadami Line ไปยังสถานี AIZU- KAWAGUCHI  ¥1,140 
**สามารถใช้ JR Pass ได้ ใช้เวลาประมาณ 109 นาที  นั่งไปเรื่อยๆ ชักเวียนหัวไม่รู้ทำไม 5555

มีลุงกับป้า เค้ากุ๊กกิ๊กๆ น่ารักมากๆ ครับ

ผ่านหมู่บ้านนั้น หมู่บ้านนี้ สวยมากๆ ครับ

วิวข้างทางบนรถไฟสาย Tadami Line ใบไม้เปลี่ยนสีแล้วด้วย !!

รถไฟสาย Tadami Line

ถ้ารถไฟเริ่มวิ่งข้างแม่น้ำ แสดงว่าใกล้จะถึงปลายทางของเราแล้วครับ สถานี AIZU-KAWAGUCHI

ตอนนี้เรามาถึงกันที่สถานีปลายทาง ก็คือ AIZU – KAWAGUCHI ตอนนี้เป็นเวลา 14.55
รออะไรหละ รถประจำทางไง ที่เราบอกว่ามีแค่ 3 รอบต่อวันเท่านั้น ถ้าตกรอบนี้รอยาวแน่ๆ
อย่ามัวแต่ถ่ายรูป เราออกไปรอรถประจำทางกันดีกว่าครับ

ก็ถามลุงเจ้าหน้าที่ ว่า ไอ นีด โก ทู โชวะ  ลุงเค้าก็ทำหน้างงๆ เรานี่เปิดรูปพร้อมภาษาญี่ปุ่นให้ดู
ลุงก็ โอ๊ะๆๆ โชวะ แล้วก็ชี้ไปที่หน้าสถานีรถไฟ  พร้อมเขียนในกระดาษว่า 15.33 เราก็เดาว่ารถน่าจะมาตอนนั้น
อย่างที่บอกครับ ว่ารถที่ไปที่โชวะ ที่เราได้ข้อมูลจากการคุยผ่านอีเมล์เค้าบอกว่า
รถมีแค่ 3 เที่ยวนะ คือ รอบ  8.23 , 15.33 , 19.03 บางวันถ้าหิมะตกรถอาจจะไม่วิ่ง หรือวิ่งแค่รอบเดียว
เพราะทางอันตรายและขึ้นเขา
โอเคครับ เรารอรถกันแปป

รถมา 15.33 เป๊ะ เลยครับ ตรงเวลาเหมือนรถไฟเลยครับ
การขึ้นรถประจำทาง ที่ด้านหน้าคนขับจะมีตั๋วให้ดึงเป็นตัวเลขครับ
แล้วก็จะขึ้นราคาตามระยะทางที่ขึ้นบอกด้านหน้าครับ สมมุติเลข 1 ขึ้นตรงนี้
ราคา 230 เยน พอขับไปสักระยะ ราคามันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับ

ผ่านวิวทิวเขาไปเรื่อย ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ อยากบอกว่าสองข้างทางนิสวยมากๆ ครับ แถมทั้งรถมีกันแค่ 3 คน 5555 VIP ไปอี๊กกกก

 

คนก็เริ่มลงกันไปเรื่อยๆ จนลุงคนขับถามว่า @$$!%*&^#&$@*&$)%^+^)#^_#+
ชิบหายละ !!!  คำถามในใจ คือ ลุงแกว่าอะไรวะ 555
เราก็เดินไป เปิดรูปให้ลุงดู ว่าจะลงที่นี่นะ (เปิดบ้านที่พักให้ดูอะครับ)
ลุงแกก็ !#@&#$*@($_%)_^_&+&= เอาหละ งานเข้าแล้ว อะไรวะ
โชคดีครับ บนรถยังมีน้องเด็กนักเรียนอยู่ น้องเค้ายังพอฟังอังกฤษรู้เรื่องบ้าง
เราก็บอกว่าจะไปลงตรงนี้ เค้าก็ไปคุยกับลุงคนขับอะไรสักอย่าง เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง

ก็ได้ความว่า ลุงเค้าถามว่าจะไปลงไหน มีที่พักหรือยัง
แล้วที่พักตรงนั้น รถมันไปไม่ถึงนะ จะไปยังไง ให้ลุงไปส่งไหม ?
ประมาณนั้นครับ คุยผ่าน google translate กับน้อง ต้องขอบคุณน้องที่ช่วยเหลือเราครับ
แต่บอกก่อน พอเข้าไปลึกๆ สัญญาณเริ่มไม่ดีและไม่มี ถ้าจะมารีบคุยก่อนเลย 555

 

ความโชคดียังไม่หมดครับ พอดีพี่อูซูที่จะไปพักกับเรา ขึ้นรถรอบเดียวกับเราพอดี คนที่เราคุยผ่าน E-mail นี้หละครับ
โอ้ยยยย รอดตายแล้ว พี่เค้าพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างครับ เค้าบอกว่าเค้าจะพาไปคาเฟ่ก่อน เดี่ยวค่อยไปห้องพัก
ค่ารถจากสถานีรถไฟ Aizu-Kawaguchi มาถึงที่นี่ อยู่ที่ 1290 เยนครับ ลงหน้าคาเฟ่เลย

ตอนนี้เรามาอยู่กันที่คาเฟ่ของหมู่บ้าน Showa แล้วครับ
แล้วนี่ก็คือ พี่สาวที่เราคุยที่เค้าบอกว่าบ้านเค้ามีเด็กเล็ก เค้าต้องปิด ที่เป็นธุระจองห้องพักอีกที่ให้เราใครกับมาที่นี่ บอก “โคนคุง” คิดถึงนะ 5555
มาถึงตรงนี้อยากจะบอกว่า สัญญาณโทรศัทพ์ไม่มีแล้วครับ

นี่คือบ้านพักของเราครับ Tomarigi คืนละ 6400 เยน พร้อมอาหารเย็นและอาหารเช้า
ที่นี่แบบว่าเป็นบ้านของคนญี่ปุ่นจริงๆ เลยครับ อารมณ์เหมือนโฮมสเตย์บ้านเราครับ
แต่เสียดายครับ ที่นี่มืดเร็วมากๆ  5 โมงกว่านี่มืดเหมือน 4 ทุ่มเลยครับ เลยไม่ได้ไปสำรวจอะไรกันเลย
แถมอากาศแบบว่าหนาวมากๆ ครับ

นี่คือที่นอนของเราครับ ในห้องนี้ไม่มีฮีสเตอร์ด้วยนะครับ แต่ก็มีฮีสเตอร์ภูมิปัญญาชาวบ้าน แบบเค้าจะใส่ถุงน้ำร้อนมา แล้วเอามาใส่ใต้ผ้าห่มอีกทีครับ หนาวไม่หนาวดูจำนวนผ้าห่มแล้วกัน ฮ่าๆ
เรานอนกับพี่อูซู 2 คนครับ

ป้าเค้าก็เรียก มากินข้าวครับ มาถึงเรานี้อึงเลยย  อยากจะถามเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า
ป้าฮะ ทำไมมีแต่ผัก ผมจะกินยังไง ฮือออออออ
เราก็หันไปถามพี่อูซูว่า What is this?  พี่อูซูก็เปิดดิก ชี้ให้ดูนี้คือ เครื่องเคียง

รอดตายครับ 55555  คือผักที่เตรียมมาเค้าเอาไว้กินกับเส้นราเมงนี่หละครับ
ถึงมันจะธรรมดา แต่มันอร่อยอย่างบอกไม่ถูกครับ  ที่ยากก็คือตะเกียบนี้หละ ฮ่าๆๆ มันจะลื่นไปไหน

นี่คือพี่ชาย อูซู เพราะเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย พี่แกซื้อดิก ญี่ปุ่น – ไทย เพื่อที่จะมาคุยกับเราเลยครับ
และนี่ก็คือบ้านพัก ที่เราพักกันครับ คืนละ 6400 เยน ซึ่งเราจองผ่าน E-mail นี้ เพื่อที่จะจองที่พัก
otayori@toaruyado.com หรือ เว็บนี้ก็ได้  http://www.toaruyado.com  เค้าตอบกลับเร็วมากๆ

พี่อูซูบอกว่า นี่ผักกะกาด  ถั้ว ฟากทั่ง  ในดิกเราเดาว่าน่าจะมีคำอ่านภาษาญี่ปุ่น เป็นไทยครับ
ถึงแม้ว่าจะคุยกันลำบาก ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่เราก็คุยกันได้สบายบรื๋อครับ สนุกดีครับ ฮ่าๆๆ

ดิกอีกเล่มของพี่อูซู อันนี้มีรูปภาพ ง่ายกว่าเยอะ  เค้าให้เราเป็นของฝากด้วยนะ 555 เล่มนี้อะ
ยังไงค่ำคืนนี้ก็ลากันไปด้วยการไม่อาบน้ำละกัน หนาวววโว้ย
พี่อูซูบอกว่า พรุ่งนี้เราต้องตื่น 6 โมง กินข้าวนะ เพราะรถออก 7 โมง

หนาวแค่ไหน ดูจากรูปครับ

บรรยากาศยามเช้าครับ

ปกติถ้าจะสัมผัส วิวหมอกหนาๆ แบบนี้ คงจะต้องขึ้นเขาขึ้นดอยกัน แต่ที่นี่เปิดประตูบ้านมา เจอเลยเต็มหน้าแล้วครับ
แถมอากาศประมาณ 4-5 องศา เย็นสะใจเลยหละครับ

พี่อูซู เรียกเราไปกินข้าวเช้าครับ ป้าเห็นเราไม่ชอบกินผักมั้ง
เลยไม่ทำเมนูผักให้ จัดให้แต่ราเมงจานใหญ่ พร้อมไข่ตุ๋น อย่างนี้สิแจ่ม
ป้าให้ของฝากเราเป็น เส้นราเมง ให้มา 3 ห่อ แจ่มเลย

โยเกิร์ตท้องถิ่นอร่อยมากๆๆๆ

 

อีกหนึ่งความรู้สึก ที่เราได้รับเลยครับ คือ ป้าเค้าเดินมาส่งเราขึ้นรถ เหมือนส่งลูกขึ้นรถโรงเรียน
เหมือนที่เราเคยเห็นภาพในหนังหรือการ์ตูนเลยครับ ป้าเค้ายืนโบกมือให้เราจนสุดสายตาเลยครับ
มันทำให้ ไม่อยากจะจากไปยังไงก็ไม่รู้ครับ บอกกับตัวเองว่า จะกลับมาที่นี่อีกแน่นอน

พี่อูซูบอกเราว่า หมู่บ้านนี้มีคนประมาณ 500 มั้ง ซึ่งน้อยมากๆ ครับ ถึงว่าทำไมบ้านนี้ถึงเงี๊ยบเงียบ

 

ไว้กลับมาใหม่น๊า ก็นี่หละครับ คือสิ่งที่เราได้ สัมผัสจาก Showa
บ้านพักที่เราจองผ่านทางอีเมล์ แม้ว่าจะคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่มันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกครับ

ราคา 6800 เยน 1 คืน  พร้อม อาหาร จัดเต็ม 2 มื้อ ครับ
**เออ ลืมบอกไป ที่นี่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ หรือ Wifi ได้เลยครับ สัญญาณไม่ถึง

ร้านคาเฟ่ที่เราไปนั่งเมื่อวานเค้ารอส่งเราด้วย  พี่เค้าพูดเป็นภาษาไทยว่า โชคดี โชคดี

 

รถประจำทางคันเดิม กับลุงคนเดิม หรือว่ารถที่หมู่บ้านมีคันเดียวแล้ววิ่งวน  ขากลับก็มี 3 รอบ เหมือนกันครับ
7.00  11.00 17.30  ขึ้นต้นทาง คือ เลยร้านคาเฟ่มาหน่อยนึงครับ

ติดตามการ เดินทาง เพิ่มเติ่มได้ ที่ เพจ : ไม่กี่บาท
https://facebook.com/maikeebaht/
IG : https://instagram.com/mr.konr/

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

7/11 : เที่ยวตามเส้นทาง Tono Hetsuri – Ouchi Juku นอน Niko Ryokan

Fukushima Vibes Part.1 : ลัดฟ้าสู่เมืองซามูไร ตามล่ารถไฟสายทาดามิ

8/11 : เที่ยววนไปใน.. Aizu Wakamatsu ด้วย Loop Bus 1 วัน

Inawashiro สถานที่ความทรงจำที่ทำให้ตกหลุมรัก “ประเทศญี่ปุ่น”

Ryokan Uchidaya เรียวกังอยู่ติดวัด Enzoji วัดเก่าแก่ประจำเมือง AizuYanaizu

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima