บทความจาก Blogger photograph Tips Trips

ชวนปั่นจักรยาน ชมศาลเจ้า Nakano Fudoson กับบรรยากาศลึกลับในหุบเขา

Rating Chart

5 average based on 2 ratings

  • Excellent
    2
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

พบกันอีกแล้วนะครับ หลังจากบทความที่แล้วผมพาไปทิ้งตัวกันที่ TSUCHIYU ONSEN กันมาแล้ว วันนี้จะพาไปชมศาลเจ้าแห่งนึงซึ่งน่าสนใจมากๆ และที่พิเศษกว่านั้นเราจะเดินทางกันด้วยจักรยาน รับรองว่า สนุก ตื่นเต้น ผ่อนคลาย ครบทุกรสแน่นอน

สำหรับการเดินทางไป Nakano Fudoson โดยปกติจะนั่งรถแท็กซี่ แต่ผมเดินทางคนเดียวค่าโดยสารดูจะโหดร้ายไปสักหน่อยสำหรับการโดยสารไป กลับ จากสถานี Iizaka onsen และมีอีกทางเลือกคือ รถประจำทางจาก Fukushima station ในวันที่ผมจะเดินทาง รถประจำทางกลับไม่มีให้บริการซะงั้น ตอนแรกว่าจะยกเลิก แต่เมื่อดูจากแผนที่แล้ว ศาลเจ้าห่างจาก Iizaka onsen ไม่มาก และจังหวัด Fukushima จะมีบริการจักรยานให้ยืมตามเมืองท่องเที่ยว เลยลองหาข้อมูลดูปรากฏว่า มีจักรยานให้บริการ ตัดสินใจลุยสักตั้ง

 

มาตั้งต้นกันที่ Fukushima Station เช่นเคย โดยเราจะเดินทางด้วยรถไฟสาย Iizaka onsen (ทางเข้าสถานีรถไฟจะเข้าคนละที่กับสาย JR) เดินเข้าห้าง S-PAL แล้วเลี้ยวขวา เดินตรงจนสุดทาง จะมีประตูออกจากห้าง ก็จะเจอกับทางเข้าสถานี

 

ซื้อตั๋วรถไฟ ปลายทาง Iizaka onsen ราคา 370 เยน จากเครื่องขายอัตโนมัติ ยื่นตั๋วนี้ให้พนักงานประทับตรา แล้วเดินเข้าสถานีได้เลย ถ้าไม่รู้ว่าจะซื้อยังไงเพราะเครื่องเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็สามารถบอกพนักงานให้ช่วยซื้อให้ได้ครับเพียงบอกชื่อสถานีปลายทาง

 

ชานชาลาจะมี 2 ฝั่ง ให้นั่งรอรถไฟชานชาลาฝั่งขวามือตามป้าย รถไฟมีบริการทั้งวัน ตั้งแต่หกโมงเช้า ถึงสามทุ่ม ห่างกันประมาณ 30 นาทีในแต่ละเที่ยว สบายๆครับ ไม่ต้องกลัวตกรถ

 

รอไม่นาน รถไฟลายซากุระก็มาถึง  นั่งยาวจนสุดสายได้เลยทั้งหมด 11 สถานี ใช้เวลา 23 นาที เมื่อถึงปลายทางแล้ว ยังไม่ต้องออกจากสถานี เพราะจักรยานจอดอยู่ภายในสถานี

 

ลงจากรถไฟก็จะเห็นจักรยานจอดรออยู่หลายคันเลยครับ ไปบอกกับนายสถานีว่าขอเช่าจักรยาน บอกเลยผมใช้ภาษามือล้วนๆ คุยกันเมื่อยทีเดียว

 

สังเกตว่าข้อมูลบนป้ายเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน สุดท้ายผมก็ยืมจักรยานได้สำเร็จ จากการเดาล้วนๆ ค่าเช่า 300 เยน สำหรับจักรยานที่มีมอเตอร์ช่วยลดแรงปั่น แต่ถ้าจักยานธรรมดา สามารถขี่ได้ฟรี!!! ย้ำอีกครั้งว่าฟรี โดยช่วงเวลาการยืม-คืนจะเป็น  9.00 – 19.00 น.

วิธีการเช่า จะยุ่งยากนิดนึงถ้าไม่ได้เตรียมตัวมา (แต่ถ้าเตรียมมาแล้วแป๊บเดียวเสร็จ) สิ่งที่ต้องเตรียมคือ

  1. Passport
  2. นามบัตรของโรงแรมที่เราพัก (version ญี่ปุ่น)
  3. เบอร์โทร
  4. เตรียมชื่อเราที่เป็นตัวอักษรญี่ปุ่น อันนี้จะยากหน่อยเพราะพนักงานจะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ถ้ามีเพื่อนหรือคนรู้จักที่เขียนภาษาญี่ปุ่นได้ให้เขียนชื่อเราเป็นภาษาญี่ปุ่นเตรียมไปจากเมืองไทยเลย
  5. เงิน 300 เยน หากต้องการเช่าจักรยานมอเตอร์

 

เอกสารครบจะได้น้องจักรยานสีแดงแบบนี้มา แนะนำให้เช่าแบบมีมอเตอร์นะครับ เพราะทางที่จะไปวัดค่อนข้างชัน ทางขึ้นเขาลงห้วยมีครบ แต่ถ้ามั่นใจในพลังน่องของตัวเอง ก็ลุยแบบธรรมดาได้เลย จะได้ประหยัดไป 300 เยน

ข้อห้ามที่ควรระวังเป็นอย่างยิ่งคือห้ามขี่จักรยานในสถานีรถไฟ และเนื่องจากรถจักรยานจอดอยู่ในสถานี การจะเอารถออกจากสถานีจะต้องออกทางประตูหลัง โดยการเข็นจักรยานไปเรื่อยๆจนกว่าจะออกนอกสถานี จึงค่อยขี่ได้ตามปกติ

 

ออกจากสถานีทางประตูหลัง ก็จะได้เห็นสะพาน Totsuna Bridge สีเขียว ซึ่งหลายคนคงไม่รู้ว่า สะพานนี้เป็นสะพานที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กสะพานแรกของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี 1915 เพิ่งครบ 100 ปีไปหมาดๆ

 

ประตูน้ำสีเขียว สำหรับบริหารจัดการแม่น้ำ Surikami River บรรยากาศดีมาก ถ้ามีให้เช่าเก้าอี้ชายหาดคงขายดีแน่นอน

 

ถนนดีมากมีเลยสำหรับจักรยานทั้งสองข้าง ขี่ได้สบายปลอดภัย.. เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ถนนเลยไม่กว้างมากและถนนส่วนใหญ่เป็น one way ทำให้เวลาขี่จักรยานไม่ต้องระวังมาก

 

ทางจะไปศาลเจ้า Nakano Fudoson ต้องออกนอกเมืองกันเล็กน้อย เราสามารถขี่จักรยานบนฟุตบาทได้ แม้ต้องขี่ออกมาถนนใหญ่ แต่ถือว่าสะดวกมาก ทางสวย ขี่สนุก รับรองไม่ผิดหวัง.. ใช้เวลาขี่จักรยานประมาณ  20 นาทีก็ถึงที่จอดรถของวัด บังเอิญมีพระญี่ปุ่นมาให้พร รถยนต์ ด้วยแอบคล้ายๆ เมืองไทยเหมือนกันแฮะ

 

ขอพูดเรื่องจักยานสักเล็กน้อย เผื่อคนที่ไม่เคยขี่จักรยานแบบมีมอเตอร์ช่วย บางคนอาจคิดว่าใช้แบบ มอเตอร์ไซค์ได้เลยหรือเปล่า ขึ้นไปแล้วกะบิดอย่างเดียวไม่ต้องถีบ แต่ความจริงแล้วมอเตอร์จะช่วยผ่อนแรงให้เฉพาะตอนขึ้นเนินเท่านั้น ยังไงต้องใช้แรงจากขาเป็นหลัก มีข้อควรระวังคือ อย่าขี่เพลิน ให้เปิดมอเตอร์ใช้ยามจำเป็นเท่านั้น ถ้ายังมีแรงถีบไหวควรถีบไปก่อน สุดๆ จริงๆ ค่อยเปิด เพราะเราไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และต้องเหลือแบตเตอรี่เอาไว้ใช้ตอนขากลับด้วย ถนนบางช่วงนั้นถ้าไม่มีมอเตอร์ช่วย ต้องลงมาเข็นแน่นอน จักรยานมี 3 เกียร์ ถ้าใช้เกียร์ 1 แล้วยังขึ้นเนินไม่ไหว ให้เปิดมอเตอร์มันช่วยเราผ่อนแรง เหมือนเราขึ้นเนินเล็กๆ ถีบสบายมาก

 

ทางขึ้นศาลเจ้า Nakano Fudouson 中野不動尊 ถือว่าร่มรืนมาก ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ จนมิด มองไม่เป็นอาคารด้านในกันเลย ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1179 แต่ตัวอาคารสีแดงเพิ่งสร้างเมื่อไม่นานมานี้

 

ทางเดินขึ้นศาลเจ้าจะมี บ่อน้ำเล็กๆอยู่ทางขวามือ ว่ากันว่าศักสิทธิ์มาก มีกระบวยให้ตักน้ำเพื่อความเป็นศิริมงคล เหมือนศาลเจ้าอื่นๆ ในญี่ปุ่น

 

ทางเข้าศาลเจ้าจะเจออาคารไม้สีน้ำตาลแบบนี้ แวะขอพรสักหน่อย

 

เดินไปอีกหน่อยจะเห็นทางลงไปชั้น 1 แต่เรายังไม่ลง เดินตรงไปดูชั้นสองของศาลก่อน บรรยากาศร่มรื่นมาก อากาศเย็นกว่าข้างนอกจนรู้สึกได้

 

เป็นศาลเจ้าที่สวยจริงๆ ครับ ภาพถ่ายไม่สามารถถ่ายทอดความสวยทั้งหมดของศาลเจ้าแห่งนี้ได้ ต้องมาดูด้วยตาตัวเองจริงๆ สีแดงสด ตัดกับสีเขียวของต้นไม้โดยรอบ

 

บรรยากาศภายในศาลเจ้าชั้นสอง ถูกตกแต่งด้วยภาพวาดสีสันสดใส ดูสวยงามอลังการ

 

บรรยากาศภายในศาลเจ้าชั้นสอง จะเห็นว่ามีตะเกียงอยู่ ว่ากันว่าไม่เคยดับมากว่า 800 ปีแล้ว เหมือนข้างในจะเข้าไปได้ แต่ไปมองๆเหมือนไม่มีอะไร แต่….. อ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะมีเฉลย

 

มีน้ำตกสูงมากๆ อยู่ในศาลเจ้า ทุกปีจะมีการลงไปทำพิธีด้านล่างของน้ำตก

 

เนื่องจากศาลเจ้าสร้างอยู่ในเหว จากชั้น 2 มองลงมาด้านล่าง จะเห็นศาลเจ้าอีกที่หนึ่ง สร้างออกมาจากภูเขา

 

วิวสวยมากกก โอบล้อมด้วยภูเขาทุกด้าน บรรยากาศสงบนิ่ง ต้องมาดูด้วยตาตัวเองขอย้ำอีกครั้ง มันสวยจริงๆ อากาศเย็นสบายถ้าเทียบกับข้างนอก ต่างกันหลายองศา

 

จริงๆแล้ววัดมีอะไรมากกว่าที่เห็น จะเริ่มรู้สึกได้เมื่อเดินไปถึง ศาลเจ้าที่อยู่ด้านล่าง มาถึงทางเข้าศาลเจ้าด้านล่าง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผ่านมาหลายอุโมงค์แล้วไม่เข้าสักที เลยขอเดินเข้าไปดูว่ามีอะไรข้างใน

เมื่อเดินเข้ามาได้สักนิด รู้สึกเย็นวาบ ขาก็ก้าวไม่ออก ฉากในหนังหลายๆเรื่องพรั่งพรูออกมา ตัดสินใจอยู่พักนึงว่าเอาไงดี สรุปได้ว่าถอยดีกว่า.. มาคนเดียวด้วย ใจไม่กล้าพอ ข้างในมันมืดจริงๆ เงียบสงัด ไว้เจอกันโอกาสหน้า คงจะดีกว่า

 

เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ความจริงคือศาลเจ้านี้มีการเจาะอุโมงค์หลายอุโมงค์ ด้านในมีรูปปั้นต่างๆ แต่สารภาพเลยว่าไม่กล้าเข้าไปจริงๆ ครับ รอรอบหน้าพาเพื่อนมาด้วยจะเข้าไปถ่ายรูปมาให้ชมกันนะครับ

 

เดินมาอีกนิดก็จะเจอหม้อต้มน้ำศักสิทธิ์ ว่ากันว่าในสมัยก่อนมีโรคระบาด ได้ใช้หม้อต้มยารักษาจนหายดี แต่กาอันนี้เป็นอันที่สร้างไว้เป็นสัญลักษณ์ขึ้นมาในยุค เมจิ ของเดิมคงเสียหายไปตามกาลเวลา

 

สุดทางก็จะเป็นรูปปั้น หินแกะสลักรูปเทพต่างๆ วางเป็นขั้นบันได และลานกว้างๆ ผมสังเกตว่าคนญี่ปุ่นสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ทั้งที่อยู่ในหุบเขา กลางป่า เต็มไปด้วยต้นไม้ แต่ไม่รู้สึกเลย ว่าสกปรก หรือ รกทึบดูอันตราย แต่ก็ไม่ได้ถางป่าจนโล่งเตียน รู้สึกได้เลยว่าต้องใช้ความเอาใจใส่ดูแล

 

เนื่องจากเราเดินลงมาตลอด ทางเดินกลับไปที่จอดรถก็ต้องเดินขึ้นบันไดกัน ได้แรงพอสมควร

 

ส่วนนี้เป็นส่วนที่นักบวชใช้ทำพิธีต่างๆ ครับ ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้มีพิธีเพื่อการบำบัดรักษาโรคด้วยครับ

 

ได้เวลาปั่นกลับไปเที่ยวในเมือง Iizaka onsen กันละ

 

เนื่องจากเมื่อยขามาก เลยตรงดิ่งมาที่นี่เลย Kyu Horikiri Tei บ้านของคหบดีในสมัยเอโดะ ที่ได้รับการดูแลและบูรณะได้อย่างสมบูรณ์

 

เหตุผลหลักที่มาคือ มีบ่อน้ำร้อนบริการให้แช่เท้าฟรี ปั่นจักรยานมาครึ่งวันแล้ว ขอใช้บริการสักหน่อย

 

นั่งแช่เท้าพร้อมชมสวนสีเขียว มีคนมาใช้บริการเยอะพอสมควร สามารถขอผ้าเช็ดเท้า ได้จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ด้านหน้า

 

จริงๆ ในตัวเมืองก็บ่อน้ำร้อนแช่เท้าสาธารณะ แต่วันนี้ปิด ซี่งไม่แน่ใจว่าปิดถาวรเลยหรือเปล่า เพราะเอาแผ่นหินขนาดใหญ่มาปิดบ่อใช้เป็นโต๊ะหินไปซะแล้ว

 

Sabakoyu Onsen คือโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น  มีประวัติยาวนาน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1890 และปรับปรุงใหม่ในปี ค.ศ.1993 และเช่นเดิม ประตูสีน้ำเงินเป็นส่วนของผู้ชาย และสีแดงเป็นของผู้หญิง

 

ถ้าจะมาใช้โรงอาบน้ำสาธารณะ ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรมา ทุกอย่างมีขายโดยคิดค่าบริการ 200 เยน และสำหรับเด็ก 100 เยน ผ้าเช็ดตัว 250 เยน สบู่ก้อน 50 เยน แชมพู 100 เยน ทุกอย่างซื้อได้จากตู้อัตโนมัติ ภายในโรงอาบน้ำ สะดวกสบายราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับการได้ แช่น้ำพุร้อนจากธรรมชาติ

 

ทาวเวอร์สูงๆ คือ อ่างเก็บน้ำสัญลักษณ์ของเมือง Iizaka onsen

 

เที่ยวกันมานาน ยังไม่มีของกินเลยเป็นไปได้ยังไง

ลากันด้วยภาพหน้าร้าน เกี๊ยวซ่าชื่อดังแห่งเมือง Iizaka onsen มีรายการทีวีมาถ่ายทำพอดี ไว้จะมารีวิวเกี๊ยวซ่ากันในรีวิวถัดไปครับ

Credit อุปกรณ์ : Panasonic LUMIX GX85

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Trips

photograph

บทความที่เพิ่งดู

ฤดูของแอปเปิ้ลและลูกพลับ เที่ยวสวนผลไม้ใน AIZU WAKAMATSU

Urabandai Royal Hotel ที่พักใกล้บึง 5 สี แบบเดินไปได้

5 จุดแลนมาร์ค Fukushima ที่พาแฟนไปแล้วจะดีต่อใจ

Gran deco ski resort นั่งกระเช้าชมใบไม้เปลี่ยนสีในวันที่หิมะตก

ouchijuku-tonohetsuri

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku, หน้าผาหินล้านปี Tonohetsuri

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima