การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว แผนเที่ยว Hotel Trips

เมื่อ “Fukushima” ได้เปลี่ยนฉันไปตลอดกาล -Look What Fukushima Made Me Do-

Rating Chart

4.7 average based on 13 ratings

  • Excellent
    12
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    1

ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ คนสไตล์อย่างเรายังนึกภาพตัวเองตอนเที่ยวญี่ปุ่นไม่ออกเลย

เพราะ Destination  ของเราไม่เคยมีญี่ปุ่นอยู่ในหัวเลยเว่ย

เพื่อนเคยบอกเราว่า ลองไปญี่ปุ่นดูซักครั้ง แล้วแกจะรู้ว่าทำไมใครๆถึงรักญี่ปุ่น และแกจะต้องอยากมาอีกแน่นอน

แล้ววันหนึ่ง คนที่ไม่เคยมีความคิดอยากไปญี่ปุ่นแบบเราจะได้ไปญี่ปุ่นจริงๆ

เราได้ไปเมืองที่แสนจะน่ารักของญี่ปุ่นนั่นก็คือ ฟุคุชิมะซะด้วยสิ บอกได้เลยว่า จากที่ไม่เคยสนใจญี่ปุ่นเลย

เรากลับตั้งใจหา ref. จาก Welovefukushima.com จนเราเริ่มคล้อยตาม ตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้แล้วสิ

 

สำหรับโปรแกรมการตะลุยฟุคุชิมะ  4 วัน แบบคร่าวๆ ของเรามีดังนี้

Day 1

– ลงเครื่องที่โตเกียว แล้วนั่งชิงกันเซ็นมาที่ฟุคุชิมะ เรามี JR pass สบายเลย

–อาหารมื้อแรกคือข้าวหน้าหมูทงคัตสึที่ร้าน ฮานะเมจิ

–มุ่งหน้าไปลุยบุฟเฟ่ต์สตรอว์เบอรี่ที่ Anbyo Ichigo Park

–เช็คอินที่โรงแรม Urabandai Grandeco Tokyu Hotel

– ดินเนอร์ด้วยอาหารมื้อพิเศษจากทางโรงแรม แบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น

Day 2

–ตื่นเช้ามารับแสงอุ่นๆ และทานอาหาร

– ไปเล่นหิมะแบบทิ้งตัวที่ลานหิมะหลังโรงแรม

– มื้อเที่ยงสุดฟินส์ Gold House Meguro ชมวิวทะเลสาบ Lake Hibara (ฮิบาระ)

– นั่ง Snowmobile   ตะลอนรอบๆทะเลสาบ และชมการตกปลา Wakasagi fishing ในทะเลสาบหิมะ

– เดินทางไปเช็คอินที่โรงแรม  Urabandai Lake Resort  ที่พักของเราคืนที่ 2 กันจ้า

– ออกเดินทางลุยหิมะด้วยการเดินป่าหิมะ เพื่อตามหา บึง 5 สี หรือ Goshikinuma  นั่นเอง

–กลับมาที่โรงแรมแล้วพบกับมื้อเย็นแบบบุฟเฟ่ต์

-ขึ้นไปนั่งเล่นที่บาร์ ดวลดาร์กบอร์ดและกลับไปนอนหลับฝันดี

Day 3

–ตื่นเช้ามาพบกับหิมะโปรยปราย

– เดินทางไปโรงงานผลิตสาเก ชิมสาเกจนหนำใจ และชมสวนแบบญี่ปุ่น ที่ Homare Breway ,Unreian

– ไปชมและศึกษาเรื่องรางเกี่ยวกับราเมนพร้อมทั้งไหว้เทพเจ้าราเมนที่ Kitakata Ramen Jinja

– มื้อเที่ยงที่ร้านราเมนเจ้าเด็ด และเป็นสาขาแรก สาขาต้นตำรับ บันไน โชคุโด (坂内食堂 – Bannai Shokudo) แห่งเมืองคิตะกะตะ (喜多方市 – Kitakata)

– ชมคฤหาสน์กลางป่าหิมะ Tenkyōkaku เท็นเคียวคะขุ วิลล่า

– วิวทะเลสาบ  Inawashiro

– เข้าพักที่ Hotel Listel Inawashiro ชั้นสูงสุดมองวิวทะเลสาบ

– มื้อค่ำแบบบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรม

Day 4

– ตื่นเช้าชมวิวหิมะจากชั้น 17

– ออกเดินทางไป Aizubange-machi Kawanuma-gun ซึ่งอยู่บริเวณ Lake Inawashiro

– ไปขึ้นรถไฟชินคันเซ็นกลับที่สถานี Koriyama เพื่อกลับโตเกียว

– เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

ก่อนเดินทาง เราก็เตรียมตัวหาอุปกรณ์กันหนาว เพราะเรารู้มาว่าช่วงที่เราเดินทางอากาศจะหนาวมากและเป็นช่วงหิมะตกด้วย

การเป็นคนไม่เคยเที่ยวตอนหิมะตกทำให้เราไม่มีชุดกันหนาวเริ่ดๆเลย แต่ไม่เป็นไร เรามีตัวช่วย นั่นก็คือ การเช่าชุดนั่นเอง

อยากได้ชุดกันหนาวสวยๆ งามๆเริ่ดๆ แนะนำที่นี่เลย www.24decrent.com

ร้านเช่าชุดกันหนาวที่เราเลือกใช้บริการ ติดใจมากแบกกลับบ้านมา 5 ชุด

แล้วในที่สุด วันเดินทางก็มาถึง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

เราเดินทางด้วย เที่ยวบิน TG640 เวลาบินดีมีบริการชั้นเลิศ  จากกรุงเทพ สุวรรณภูมิ 4 ทุ่มครึ่ง และถึงสนามบินนาริตะ 6 โมงนิดๆ

ความพร้อมและหน้าบานของผู้เดินทาง

และหลังจากนี้ ชีวิตจริงของทริปนี้ก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

 

วันแรกกับฟุคุชิมะและหิมะที่ไม่เคยได้เจอ

หลังจากเดินทางมานานกว่า 5 ชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบินนาริตะซักที  สวัสดีญี่ปุ่น

แสงเช้าที่นาริตะ

หลังจากผ่าน ตม. เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินมุ่งหน้าไปที่ Office JR East Travel Service Center

แลกเอาตั๋ว JR Pass ที่เราได้จองไว้ล่วงหน้า  เพื่อมุ่งหน้าไปที่ฟุคุชิมะกันเล๊ยยยยยยย

เราออกจากนาริตะด้วย N’EX ไปสถานีโตเกียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

และมาเปลี่ยนขบวนที่ชานชลา 20 ขึ้น Shinkansen Yamabiko (JR Tohoku Shinkansen, E5 Series, E514-7)

ขบวนสีเขียวคาดชมพูกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงสถานีฟุคุุชิมะแล้วจ้า

แม้แต่สถานีรถไฟ เราก็จะไม่พลาดการเก็บบรรยากาศ

เรานัดกับคุณ Akari ไกด์ของเราไว้ทางออก West เมื่อเจอกันแล้ว เราก็เดินออกจากสถานี

ไปจัดอาหารมื้อแรกกันที่ ร้าน ฮานะเมจิ ร้านข้าวหน้าหมูทงคัตสึที่แสนจะว้าวววววววว

แต่ความว๊าวกว่าอาหารที่เรากำลังจะไปทานนั้นก็คือ คือ คือออออออออออ หิมะ ขาวโพลนทั้งเมืองที่อยู่ตรงหน้าตรงนี้นี่เอง เอง เอง เองงงงงงงง

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด นี่คือครั้งแรกที่เราได้เจอหิมะเลยให้ตายสิ

 

อาการิพาเรามาที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
บริเวณสถานีรถไฟฟุคุชิมะ หิมะขาวโพลนมาก กรี๊ดรัวๆ
ในฐานะที่เราเคยเจอหิมะครั้งแรกก็ต้องถ่ายรูปสวยๆ คู่หิมะหน่อยนึง

ที่ ร้าน ฮานะเมจิ ร้านข้าวหน้าหมูทงคัตสึ จะอยู่ชั้นใต้ดิน เดินออกมาจากสถานีไม่ไกล ที่นี่ลูกค้าเยอะอยู่นะ

อาการิไกด์ของพวกเราพูดภาษาไทยได้ เลยแนะนำเมนูที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เราพอเข้าใจได้

เราสั่งข้าวหน้าหมูทอดที่มาเป็นเซ็ต เราชอบผักดองของที่นี่นะ (ปกติชอบกิมจิหรือพวกผักดองอยู่แล้ว)

หลังจากนั้นนนนน เราก็มีกิจกรรมบุฟเฟ่ต์สตรอว์เบอร์รี่สดๆ ที่ Anbyo Ichigo Park

จะบอกว่า โคตรคุ้มเลยอ่ะ 30 นาทีกับสตรอเบอรี่ลูกใหญ่เท่าบ้าน (เวอร์ตลอดดดด)  คือมันใหญ่จริง และที่สำคัญ มันกรอบ หวานและฉ่ำมากกกกกกกกกกกกกกกก

ฟินส์สุดๆ ฟินส์แบบหาที่ไหนไม่ได้ เพราะว่าที่นี่อากาศหนาว สตรอเบอรรี่ก็จะมีความเย็น มีความกรอบ และหวาน ชื่นใจมาก

ส่วนราคาการมาบุฟเฟ่ต์ครั้งนี้ก็แค่คนละ 1500 เยนเองแกร๊

มีเวลาในการเดินชม ถ่ายรูป อัดคลิป เก็บสตรอเบอรรี่มากิน 30 นาทีเอาให้พุงแตกตายกันไปเลย

ที่เก็บ Strawberry Anbyo- Ichigo  โทรศัพท์ +81245532945

หลังจากฟินส์กับสวนสตรอเบอรรี่แล้ว เราก็ต้องเดินทางไปยังที่พัก  Urabandai Grandeco Tokyu Hotel อยู่ในเขต Urabandai

ซึ่งที่นี่เป็นลานสกีที่ได้รับความนิยมมากของฟุคุชิมะ โรงแรมอยู่บนภูเขา เราต้องใช้เวลาเดินทาง แล้วคือระหว่างทางมองวิวไปทางไหนก็สวยสุดดดดดดด

แค่นี้ก็พอก็เต็มอิ่มแล้วสำหรับการมาครั้งนี้ แค่เห็นข้างทางก็ตื่นตาตื่นใจจนน้ำตาไหลไม่รู้ตัวแล้ววววววว

วิวระหว่างทางจ้า

ถึงโรงแรม Urabandai Grandeco Tokyu Hotel ก็มืดค่ำพอดี มืดค่ำของที่นี่ก็จะประมาณ 5 โมงเย็น หรือซัก บ่าย 3 โมงของไทย

แต่ที่นี่เป็นฤดูหนาวไง เลยค่ำไวหน่อย เราขึ้นห้องเอาของไปเก็บ

หน้าฟร้อนของโรงแรม
ห้องน้ำใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ห้องนอนของเราคืนนี้

 หลังจากนั้นก็ลงมาห้องอาหาร มื้อนี้ได้ลองชิมอาหารแบบ Japanese Dinnet Set เซ็ตอาหารญี่ปุ่น ที่ไม่เคยเจอในเมืองไทย 555+

ตัวนี้จะเป็นผักดอง เต้าหู้ และเนื้อปลาอะไรซักอย่าง

เจแปนนิสฟู๊ดเลิฟเว่ออย่างเรานั้น ลองชิมทุกสิ่งอันแล้วยกนิ้วโป้งพร้อมกับพูดว่า สุโค่ยยยยยยย

เซ็ตนี้พอรู้จักและทานได้ ขนมหวานก็อร่อยมาก

หลังจากอิ่มท้องแล้วนั้น พวกเราก็มารวมตัวกันที่ห้องน้องอีกคน เพื่อมาลองชิมเบียร์ต่างๆนานาที่พวกเราแบกมาจากร้านสะดวกซื้อตอนที่อาการิแวะให้ก่อนมาถึงโรงแรม

ที่โรงแรมน่ารักมาก มีห้องไว้สำหรับกดน้ำแข็งกินฟรีด้วย ส่วนตู้กดน้ำ และเครื่องดื่มต่างๆ จะมีอยู่ทั่วทุกที่ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว สะดวกสุดๆ

เบียร์ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและครีเอทอยู่แล้ว หลายๆ กระป๋องนี่รสชาติดีมาก และอีกหลายกระป๋องรสชาติจะงงๆ หน่อย แต่ส่วนใหญ่อร่อยมากกก

วันที่สองกับความพีค บานาน่าโบ๊ทหิมะ เดินป่าหิมะ ทิ้งตัวเล่นหิมะจนคิดว่าตัวเองคือเอลซ่า

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยมื้อเช้าแบบบุฟเฟต์ที่โรงแรม Urabandai Grandeco Tokyu Hotel อิ่มอร่อยมีอาหารมากมาย

มื้อเช้าของเรา

นั่งกินไปมองหิมะปรอยๆ ไป โอ้ยยยยยยยย สุขใจเหลือเกิน หลังจากนั้นเราก็ไม่รีรอที่จะเดินไปเก็บภาพสวยๆที่หน้าโรงแรมกันสักนิด

บรรยากาศ -6 องศา ที่หน้าโรงแรม
อวดวิวหน้าโรงแรมนิดนึง

 

หลังจากลัลล้าหน้าโรงแรมเสร็จแล้ว อาการิก็เรียกเราไปเตรียมตัวพบกับกิจกรรมสุดหรรษา เล่นหิมะให้ตัวเป็นน้ำแข็ง 555+

Snow Playing and Snow Rafting ก็คือเช่าชุดลงไปเล่นหิมะสวยๆฟูๆที่ลานหลังโรงแรมกันไง

 ค่าเช่าชุดคนละ 3,200 เยน อุปกรณ์ครบเซ็ค ต่อด้วย Snow Rafting หรือบานาน่าโบ๊ทหิมะ คนละ 1,000 เยน

สนุกสุดๆ นอนกลิ้งท่ามกลางป่าหิมะ ทุกอย่างขาวโพลน

ค่าเช่าชุดคนละ 3,200 เยน อุปกรณ์ครบเซ็ค เลือกชุดได้เต็มที่
ฟินส์สุดๆ

อีกฝั่งหนึ่งของลานหิมะที่เราเล่น ที่นี่คือลานสกีที่ดีงามมากๆ ของฟุกุชิมะ

เล่นสนุกกันแล้ว เราก็ออกจากโรงแรมแล้วก็ไปจัดมื้อกลางวันกันที่ Gold House Meguro อยู่ที่ Lake Hibara วิวสวย อาหารรสดี มีร้านขายของฝาก

มื้อเที่ยงของเราคือข้าวอบหม้อดินและเครื่องเคียงต่างๆ
หนาวๆ แบบนี้ กินไอติมสิถึงจะฟินส์

ท่ามกลางอากาศ -5 องศา และลมพัดแรงมาก

พวกเราเดินหนาวตัวสั่นลงทะเลสาบฮิบาระ ที่ตอนนี้กลายเป็นลานน้ำแข็งทั้งทะเลไปแล้ว

แล้วความพีคคือการนั่ง Snowmobile แบบลากพ่วงรับลมที่โคตรจะหนาว ชมวิว ชมทะเลสาบ  แ

ละได้แวะชม Wakasagi fishing เป็นของแถมด้วย โคตรจะเป็นประสบการใหม่ของชีวิตเลยอ่ะ  สนใจก็เข้าไปชมที่ http://www.g-megu.com/ ได้

รถลากน้อยๆ ของพวกเรา
ถ่ายรูปกับพี่คนขับซะหน่อย เท่ซะไม่มี
นี่คือหน้าบ่อตกปลา เราได้ไปชมการตกปลากลางทะเลสาบน้ำแข็ง ข้างในก็จะอุ่นๆหน่อย

 

เสร็จจากท้าลมหนาวเคล้าหิมะสนจะทรมานเราก็มาต่อกันที่ โรงแรม Urabandai Lake Resort ที่จะพักคืนนี้กันเลย

นอกจากจะเป็นที่พักแล้ว โรงแรมนี้อยู่ใกล้บึง 5 สีที่ใครๆ ก็หลงรัก แต่ๆๆๆๆๆ กิจกรรมที่เราจะทำกันที่นี่ คือการเดินไปหาบึงห้าสีแบบที่มีหิมะปกคลุม

แอร้ยยยยยยยยยยยย เดินป่าหิมะอ่ะนะแกร ไม่ได้เดินธรรมดาด้วย เราต้องใส่รองเท้าเดินหิมะด้วยเว้ยยย

เดิน route รอบ ๆ Goshiki-numa Pond ราคากิจกรรมเพียง 4,500 เยน เท่านั้น แถมฟรี น้ำผึ้งราดหิมะสดๆ ให้ตกกินกันตรงนั้นเลย

ก่อนเราจะไปเดินป่าหิมะ เราก็ต้องมาเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ คุณครูน่ารักมากๆ เรานี่ตั้งใจเรียนสุดๆ
การเดินป่าหิมะเริ่มขึ้นแล้ว
เราเดินผ่านบึงแรกแล้ว
นี่คือเป้าหมายของเรา วิวตรงนี้สวยงามมากจนอยากจะร้องไห้
ก่อนกลับ คุณครูให้พวกเราชิมหิมะกันทุกคน น้ำผึ้งราดหิมะนี่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกก ทั้งหวานทั้งชื่นใจ
ขากลับ เราวิ่งกลับ ล้มลุกคลุกคลานจนแทบจะจมกองหิมะ 555+ ฟินส์สุดๆ

หลังจากเดินลุยๆหิมะเสร็จแล้ว เราก็มาช็อปปิ้งต่อที่โรงแรม ที่นี่มีร้านขายขนมมากมายยยยยย ฟินส์มากกกก

มีออนเซ็นธรรมชาติด้วย แต่เราไม่ได้ไปแช่นะ เราเขิน 555+

ที่โรงแรมมีล็อบบี้ที่สวยงาม มีร้านขายของฝาก ขนมน่ากินเพียบ มีคาเฟ่เล็กๆ ให้นั่งจิบกาแฟเบาๆ และออนเซ็นธรรมชาติให้เราได้แช่น้ำชิวๆด้วย
ในห้องก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องกว้างขวาง เราชอบห้องน้ำมาก เพราะแยกเป็นสัดส่วน
ความโอ่อ่าของที่นี่

หลังจากนั้นเราก็ไปลุยบุฟเฟต์อาหารเย็น แอร้ยยยยยย นี่แหละที่รอมานาน

หลังจากนั้น เราก็มาตะลุยบุฟเฟ่ต์กันต่อ

 

หลังจากนั้น เราก็ไปแฮงค์เอ้าท์ที่ชั้น 3 ของโรงแรม มีบาร์ ของเล่น  ห้องคาราโอเกะ กระดานดาร์กบอร์ด ให้ได้ดวลกันอย่างสนุกสนาน

นอกจากพื้นที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เราบอกไปข้างบนแล้ว ยังมี play room บาร์ ห้องคาราโอเกะ ห้องอาหาร และอื่นๆ อีกมาก ให้เราได้ผ่อนคลายกัน

วันที่สาม วัง ราเมน สาเก และ ทะเลสาบ ความหลากหลายที่แสนจะฟินส์

เช้าแล้วววว วันนี้หิมะตกค่อนข้างหนักมาก เรากระโดดโลดแล่นวิ่งฝ่าหิมะยามเช้า ก่อนไปจัดมื้อเช้าจนหนำใจ

วิวเช้านี้
วันนี้หิมะตกหนักมากกกก ต้องทำมิวสิคกันซะหน่อย
ออกเดินทางต่อเลย เลท โกกกกก

 

และการเดินทางที่ต่อไปเป็นอะไรที่เราเลิฟมาก

เพราะเราจะได้ไปชิมสาเกกันที่ Homare Breway ,Unreian เป็นโรงงานสาเกเก่าแก่ตั้งเมื่อปี 1918

วันนี้หิมะตกค่อนข้างแรงอยู่นะ เลยทำให้เราไปชมรอบๆโรงงานไม่ได้

แต่ แต่ แต่ ไม่ต้องเป็นห่วงไปเพราะนอกจากโรงงานแล้ว ที่นี่ยังมีร้านขายสาเกและมีสาเกดีๆให้เราชิมเยอะมากกกกกก

นอกจากนั้น ยังมีสวนญี่ปุ่นไว้ให้เราได้ชมวิวกัน จะบอกว่า ท่ามกลางหิมะโปรยปราย นั่งชมสวนญี่ปุ่น จบสาเกเย็นๆ มันดีมากอ่ะ

ชมสวนหย่อมกันหน่อย
พระเอกกะนางเอกต้องมา

ดีจนลืมไปเลยว่าชิมไปกี่แบบ กี่แก้ว

แต่มันจะมีขวดนึงได้รางวัล IWC (International Wine Challenge) “Banshu Produced Yamada Nishiki Junmai Daiginjo Sake”

ในปี 2015 เป็นรางวัลอันดับหนึ่งของโลกด้วย อร่อยสุดยอด

บรรดาสาเกที่เราได้ลองชิม สาเกเวลาเย็นๆ นี่อร่อยจริงๆ นะ อร่อยทุกขวดเลย

และแล้วก็ใกล้ถึงเวลามื้อเที่ยงอีกแล้ว วันนี้เราจะไปตะลุยย่านราเมนกัน

นั่นก็คือย่าน  Kitakata ที่นี่มีร้านราเมนเยอะมากกกก ประมาณ 120 ร้านเลยล่ะ

   ก่อนจะไปโดนมื้อเที่ยงนั้น เราแวะไปไหว้เทพเจ้าราเมนที่ Kitakata Ramen Jinja กันก่อน

เนี่ย ความน่ารักของญี่ปุ่น อะไรๆ ก็เล็กน้อย น่ารัก สร้างสรรค์ไปหมด  ข้างในมีจุดถ่ายภาพ เกร็ดความรู้ ศาลเจ้าราเมน และของกระจุ๊กกระจิ๊กให้เราได้ช็อปแบบเบาๆกัน และที่พลาดไม่ได้คือ ไอศกรีมราเมน ต้องลอง คือรสชาติราเมนจริงๆอ่ะ  จะมีกลิ่นน้ำซุปและผักชีอยู่ในไอติมแบบซอฟครีม แปลกๆอยู่นะ 5555

 

ทุกอย่างที่นี่แวะถ่ายรูปได้หมดเลย รถส่งกาแฟยังถ่ายได้เลย

ข้างๆ บ้านคนแถวนั้น ก็เป็นฉากถ่ายรูปได้

และที่เรารอคอยมาตลอดช่วงเช้า คือมื้อเที่ยง

ณ ร้านราเมนซุปเกลือสุดพิเศษ  บันไน โชคุโด (坂内食堂 – Bannai Shokudo) แห่งเมืองคิตะกะตะ (喜多方市 – Kitakata) จังหวัดฟุคุชิมะ

คือปกติที่นี่คนจะแน่นมาก ช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลนี่ต่อคิวกันเข้าร้านยาวเหยียดเลยนะ

หน้าร้านช่วงหิมะก็เป็นแบบนี้แหละ
เมนูมี 4 เมนู ตามนี้เลยจ้า

เรามากัน 4 คน สั่งหมดทุกเมนูเลย 555 เอามาผลัดกันชิม

คือร้านนี้อ่ะ มีหลายสาขามาก เป็นร้านที่ขึ้นชื่อโด่งดัง และมีสาขาที่ลอส แองเจอลิสด้วยนะ

ความพิเศษของร้านนี้คือ น้ำซุปเกลือที่หมักกระดูกหมู เคี่ยวอย่างดี จนเข้มข้น

ตัวหมูชาชูนี่ก็เด็ดไม่แพ้ มีความนุ่มละลายในปากแบบหมูติดมันที่ไม่เยิ้ม ไม่แหยะ

ส่วนเว้นนี่คือเส้นที่ทำเอง ลุงเจ้าของร้านบอกเราว่า  เส้นราเมนของแถบนี้จะเป็นเส้นแบบไม่เรียบ เพื่อให้น้ำซุปเนี่ย ติดเส้นขึ้นมาด้วยเวลาที่เราสูดเส้นเข้าแก

โอ้วววววววววว มีความใส่ใจรายละเอียด

หลังจากจัดหนักกับราเมนทั้ง 4 ชามแล้ว เราก็เดินทางขึ้นดอยกันต่อ

เพื่อไปพบกับคฤหาสน์ Tenkyōkaku เท็นเคียวคะขุ วิลล่า ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศฤดูร้อนของราชนิกูล

ราชตระกูล อาริสึกาวะโนะมิยะ ซึ่งเป็น Royal Family ของอดีตจักรพรรดิ ถูกสร้างขึ้นในปี 1908

คือที่นี่ ถูกสร้างไว้เพื่อมาพักผ่อนชมวิวทะเลสาบเพราะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับ Lake Inawashiro

แต่ช่วงฤดูหนาว ปกติจะไม่มีใครมา แต่พวกเราก็มา 5555 แล้วคือ อู้หูววววว หิมะหนามาก ฟินส์มาก

เหมือนในซีรีส์ที่เราเคยดูเลย มันปังมากๆ จริงๆ ที่นี่มีค่าเข้าคนละ 360 เยนต่อคน

เหมือนฉากหนึ่งในซีรีส์รักที่เราเคยดูเลย
โพสต์ท่าได้ตามใจเลย เพราะที่นี่คนน้อยมาก

ออกจาก Tenkyōkaku ระหว่างลงจากเนิน ก็มองเห็น Lake Inawashiro สวยงามมาก

ไม่แปลกใจเลยทำไมต้องมาสร้าง Tenkyōkaku ไว้ที่นี่

ทะเลสาบกว้างใหญ่ท่ามกลางหิมะ ตกแต่งด้วยฝูงหงส์มากมาย น่ารักน่าชัง

หงส์และเป็ดต่างๆ ว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน

เริ่มค่ำแล้วได้เวลาเข้าที่พักค่ะ

ก่อนถึงที่พักเราได้แวะเซเว่นด้วย แอร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ดีใจเหมือนเจอโอเอซิส ได้เข้าเซเว่นญี่ปุ่นด้วยแหละ

สำหรับคนไทยแบบเรา เซเว่นนี่คือโอเอซิสเลยนะ 555 ดีใจมาก

คือสุดท้ายที่ฟุกุชิมะ เราเลือกพักที่โรงแรมใกล้ๆ ทะเลสาบ Inawashiro ที่นี่หากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเป็นสวนดอกไม้กว้างใหญ่ มองไปเห็นวิวทะเลสาบ

หากเป็นช่วงหน้าหนาวก็จะเป็นลานสกีที่อลังการมากอีกที่หนึ่ง นั่นก็คือ Hotel Listel Inawashiro

 อร๊ายยยยยย !!! มีเซอร์ไพร์สจากโรงแรม Hotel Listel Inawashiro ด้วย

มีให้พนักงานมาตั้งแถว ชูป้ายต้อนรับ เขินสุด ๆ ทำไมน่ารักกับคนไทยอย่างพวกเราแบบนี้ ประทับใจมากรู้มั๊ย เดินตัวลอยเลยน๊า

ต้อนรับดีมากกกกกกกกกกกกกกกก เสน่ห์อีกอย่าง ที่สุดแห่งความประทับใจของทริปนี้

ดูกาตต้อนรับของที่นี่สิ ประทับใจมากๆ
สระว่ายน้ำของที่นี่ นอกจากนั้นยังมีออนเซ็น ลานสกี ที่นี่มีครบทุกสิ่งจริงๆ
บรรยากาศหน้าโรงแรม
ห้องนอนของเรา
บุฟเฟ่ต์ที่นี่มีทีเด็ดคือขาปูหิมะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

ความน่ารักและพิเศษของโรงแรมนี้คือ ความเอาใจใส่ ต้อนรับและเฟรนลี่ คืออันที่จริง นิสัยเหล่านี้จะมีอยู่ในตัวชาวญี่ปุ่นอยู่แล้ว

ทุกๆ ที่ที่เราไปเยือนก็จะมีอะไรเล็กๆ น้อยๆให้เราจดจำเสมอ

ที่นี่มีออนเซ็น มีลานสกี มีร้านอาหาร ร้านขายของฝาก เกมส์โซน บาร์ และอื่นๆมากมาย มันน่ารักจนไม่รู้จะบรรยายยังไง อยากมาอีกหลายๆรอบเลยทีเดียว

 


วันสุดท้าย บ๊าย บาย ฟุกุชิมะ ที่เราตกหลุมรัก

ความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ วันสุดท้ายแล้วสิ

วิวทะเลสาบเช้านี้ /อาจจะขาวจนไม่เห็นทะเลสาบนะ
เรานอนชั้น 17 วิวสูงสุดเห็นตึกทุกตึกและทั่วบริเวณโรงแรม

เราติ่นมาทักทายวิวที่นอกหน้าต่างด้วยความใจหายพิลึก เพราะวันนี้คือวันสุดท้ายที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้ว

นี่คือวิวของเช้าสุดท้ายของทริปนี้ ยังสวยและประทับใจไม่เปลี่ยนเลย

ตื่นเช้าไปวิ่งเล่นในหิมะกันหน่อย
โอ๊ยยยย น่ารักกกกก ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

ถึงเวลาต้องออกจากโรงแรม ยังมีการส่งที่ทำให้น้ำตาไหลอีกรอบ ทำไมผู้จัดการและสต๊าฟทุกคนถึงน่ารักขนาดนี้นะ

การลาของที่นี่ก็สุดแสนจะประทับใจ

วันสุดท้ายก่อนกลับ เราไปเที่ยวที่ Aizubange-machi Kawanuma-gun

ซึ่งอยู่บริเวณ Lake Inawashiro เราจะไปชมหงส์ขาวและนกเป็ดน้ำอีกแล้ววววว

นกเป็ดน้ำที่นี่คุ้นเคยกับคนมากๆ สามารถให้อาหารได้แบบใกล้ชิด น่ารักมากกกกกก

ตอนที่เราไปถึงหิมะตกหนักมากกกกกกก ไม่มีทางเดินลงไปริมหาดได้

เจ้าของและทุกๆคนเลยมาเลยเคลียร์หิมะเพื่อให้เราไปเดินเล่นที่ชายหาดได้ด้วย น่ารักมากกกกก

 

นกเป็ดน้ำโผบินมาเล่นหิมะอวดสายตาพวกเรา
ขอบคุณพี่แหม่ม อุ๊ น้องมิก และอาการิ และทีมงานทุกๆคนมากๆ สำหรับทริปนี้

 

สุดท้าย เราอยากบอกว่า ตลอดเวลาที่เราอยู่ในฟุกุชิมะ เราโคตรมีความสุข ทุกอย่างที่นี่คือประสบการณ์และความประทับใจ

เมืองนี้ไม่ได้มีแค่ที่เที่ยวดีๆ แต่มีของให้เราตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจและรู้สึกรักมากๆ คือ ความน่ารักและต้อนรับที่ดีของชาวฟุกุชิมะทุกคน

และหลังจากที่เรากลับมาจากฟุกุชิมะ มันทำให้เราอดไม่ได้เลยที่จะหาตั๋วไปเยือนญี่ปุ่น ประเทศที่เราไม่เคยมีเป้าหมายในหัวเลยสักนิด

ฟุกุชิมะ ได้เปลี่ยนเราไปแล้วตลอดกาล เราเปลี่ยนความคิดนั้นไปแล้ว เพราะเราบอกกับตัวเองไว้แล้วว่า เราจะต้องมาญี่ปุ่นและฟุกุชิมะอีกหลายๆครั้งแน่นอน

 

…………………

ข้อมูลเพิ่มเติม

JR East Pass (Tohoku Area)-
สำหรับเดินทางในภาคโทโฮะคุ คันโด ได้ไม่จำกัด แบบ 5 วัน
อายุการใช้งาน ใช้ได้แบบอิสระ 5 วัน ภายในระยะเวลา 14 วันนับจากวันที่เริ่มใช้
สถานที่ซื้อ ตัวแทนจำหน่ายในไทย (ซื้อจาก H.I.S.) หรือ ซื้อที่ญี่ปุ่น
ซื้อในไทย ราคา 19,000 เยน ซื้อที่ญี่ปุ่น ราคา 20,000 เยน (แพงกว่าไทย 1,000 เยน)
คลอบคลุมการเดินทาง เข้าไปอ่านที่นี่ได้ค่ะ JR East Pass Tohoku Area

https://th.his-bkk.com/japan-rail-pass/jr-east-pass/jr-east-pass-tohoku-area

เช็ครอบรถไฟที่ http://www.hyperdia.com

ข้อมูลบัตรTohokuพาส https://www.talonjapan.com/jr-east-pass-tohoku-ar

.

-ร้านเช่าชุด 24 DEC-

พิกัด https://goo.gl/maps/Ygom4E4Trdo

เบอร์โทร 063 441 9210

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/24decrent/

https://www.24decrent.com/

.

Urabandai Grandeco Tokyu Hotel-

ลงที่สถานี JR Inawashiro Station จากนั้นนั่ง FREE shuttle bus ของโรงแรม ใช้เวลา 35 นาที (*กรุณาจองล่วงหน้า)

ลงที่สถานี JR Koriyama Station ขึ้น Local Bus (ไม่ฟรี) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที

พิกัด : https://goo.gl/maps/SdqN9sBRQ272

โทรศัพท์ : 0241-32-2530

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.grandeco.com/english/

.

-ร้าน Gold House Meguro  และ ทะเลสาบ Hibarachinai, Kitashiobara-Village-

พิกัด https://goo.gl/maps/y5ssnWabCHH2

รีวิว  http://www.welovefukushima.com/unseen-in-fukushima-fishing/

.

-โรงแรม  Urabandai Lake Resort –

พิกัด https://goo.gl/maps/65CzKkxPU8y

โทร 0241-37-1111

ข้อมูลเพิ่มเติมที่  http://www.lakeresort.jp/

https://www.facebook.com/urabandailakeresort/

.

-โรงงานสาเก Homare Breway ,Unreian-

พิกัด https://goo.gl/maps/Gk5GVwymvFN2

โทร 0241-22-5155

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.aizuhomare.jp/

.

Kitakata Ramen Jinja

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.welovefukushima.com/bannai-shokudo-ramen-kitakata-fukushima/

.

-ร้านราเมน บันไน โชคุโด (坂内食堂 – Bannai Shokudō)

พิกัด https://goo.gl/maps/JzUCSXntGtq

โทร +81 241-22-0351

ข้อมูลเพิ่มเติม http://ban-nai.com/kitakata.htm

http://shop.bannaisyokudou.jp/

https://translate.google.co.th/translate?hl=en&sl=ja&tl=th&u=http%3A%2F%2Fshop.bannaisyokudou.jp%2F

.

Tenkyōkaku เท็นเคียวคะขุ วิลล่า-

พิกัด https://goo.gl/maps/ANoTajCHju62

โทร +81 242-65-2811

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.tif.ne.jp/tenkyokaku/

https://www.facebook.com/tenkyokaku

.

Hotel Listel Inawashiro

พิกัด https://goo.gl/maps/KaNncju6UrQ2

โทร +81 242-66-2233

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.listel-inawashiro.jp/english/

 .

ข้อมูล เซเว่นในฟุกุชิมะ

https://pkg.navitime.co.jp/sevenbank/spot/list/map?address=07421&search=address&lang=en&bc=eNqLVnq2ZM7zLYseN3c8bm5%2B3DxdSUfJPicxLz2m1MDAOCU1D8h%2Fvqz%2F6eZtz%2Bf0ANmJRamJ%2BjmZxSX2xamJRckZEGWJKSlFqcXFII6RGRLHOMXAHCKIYmQsABQYLuQ%3D


 

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

7/11 : เที่ยวตามเส้นทาง Tono Hetsuri – Ouchi Juku นอน Niko Ryokan

ชวนออเจ้ามาปักพิกัดชมซากุระท่ามกลางธรรมชาติแห่งขุนเขาที่โชวะโนะโมริ (Showanomori)

พาตะลึงภูเขาสีชมพู! เทศกาล Moss pink festival เริงร่ากับดอกพิงค์มอสนับแสนที่ JupiaLand Hirata

Fukushima Vibes Part.1 : ลัดฟ้าสู่เมืองซามูไร ตามล่ารถไฟสายทาดามิ

[[คาดการณ์]]!! พาส่องแหล่งชมซากุระโค้งสุดท้ายหลังสงกรานต์ที่ฟุคุชิมะ

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima