บทความจาก Blogger Restaurant

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : ปฏิบัติการตามล่าราเม็งในตำนาน ที่ KITAKATA

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

” เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ ราเม็งก็มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ๆ ได้เช่นกัน “

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเป็นนักท่องเที่ยวขาตะลุยกินบ้าง … แบบว่าใครเค้าบอกว่าร้านนี้เด็ด เมนูนี้เด็ดต้องขอแวะโฉบไปกินหน่อย
… แน่นอนว่าผมเป็นหนึ่งในนั้น เพราะเรื่องกินมันเป็นเรื่องสำคัญ เที่ยวให้สุด กินให้อิ่ม นอนให้สบาย ก็ทำให้เราฟินได้นะ

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองวันนี้จะพาไปปฏิบัติการพิเศษฮะ … พูดซะดูเวอร์วัง แต่ผมเนี่ยเป็นคนที่ไปเที่ยวแล้วต้องมี MISSION อะไรสักอย่างระหว่างการเดินทาง
เช่น ต้องไปแวะร้านนี้ให้ได้ วัดนี้ต้องมาขอพร ขอชิมร้านนี้หน่อย ของฝากอันนี้ห้ามพลาด ฯลฯ เติมเข้ามาในทริปบ้าง มันจะได้มีสีสัน แบบสนุกขึ้นว่าเดินถ่ายรูปเล่นทั่วไป
พอเวลามันพิชิตภารกิจนั้นได้ มันก็จะฟิน ^______^” ยิ้มกว้างๆ มีความสุข

 

รอบนี้จะพาไปเที่ยว + ทำภารกิจว่าด้วยการไปตามล่า ราเม็งในตำนาน ในเมืองที่ใครก็ตั้งฉายาเมืองนี้ว่า “เมืองราเม็ง” หรือ RAMEN CITY ที่เมือง คิตะกะตะ KITAKATA กันครับ … ว่าแล้วก็เคลียร์ท้องให้ว่าง แล้วไปลุยกันเลยฮะ

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : ปฏิบัติการตามล่าราเม็งในตำนานที่ KITAKATA

 

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองไปเมืองคิตะกะตะนี่ ผมเลือกเดินทางด้วยรถไฟฮะ เพราะว่าพักอยู่ที่เมือง AIZU-WAKAMATSU เมืองแห่งซามูไรและปราสาทนกกระเรียนนั่นเอง
จากสถานีรถไฟไอซึวากามัตสึ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง สำหรับตั๋วรถไฟนั้น ราคาไม่แพงเลยฮะแค่ 320 เยนต่อเที่ยว/คนเอง ( 100 บาท) ไปกลับ ราวๆ 200 บาท เฮ้ย เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในราคาหลักร้อยก็ทำได้นะ 555+

ซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติเลยนะครับ มีภาษาอังกฤษให้กดเลือก “ราคา” อยู่ หาชื่อเมืองไม่เจอ ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่การรถไฟบอกว่า “กดเลย ซื้อตั๋ว 320 YEN เลยครับ”

สำหรับตารางเที่ยวรถไฟนั้น แนะนำถามเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือ เจ้าหน้าที่การรถไฟล่วงหน้าก็ดีนะครับ จะได้วางแผนเที่ยว กะเวลาถูก
อย่าทำแบบผมเดินดุ่มๆ มาซื้อ แล้วพบว่า รถไฟเที่ยวถัดไปอีกตั้ง 1 ชั่วโมง 555+

งานนี้เลยได้ไปเดินซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆ สถานีรถไฟรอ … ถึงเวลาก็เดินกลับมาขึ้นรถไฟ ฮ่าาาาา ช่างเป็นการเดินทางที่มีแผนดีจริงๆ

 

วันที่เดินทางไป เป็นช่วงสายๆ ของวันอาทิตย์ ฤดูร้อน กลางเดือนกรกฎาคม 2560 … คนในรถไฟไม่เยอะเท่าไหร่ … รถไฟค่อนข้างโล่ง หาที่นั่งสบายๆ ตามชอบได้เลยฮะ

 

พอออกจากเมืองไอซึวากามัตสึ มองไปทางไหนก็เขียวววววว น้ำเยอะ ปลูกพืช ทำไร่กันเพียบเลย วิวสองข้างทางสบายตามาก

นั่งมายังไม่ทันไร อ่าว … ถึงแล้วเมือง คิตะกะตะ แว้บเดียวจริงๆ

เข้ามาสถานีรถไฟปุ๊บ โหว สะอาดมากกกกก แบบเรียบร้อยมาก
จากนั้นก็พุ่งตัวไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเลยฮะ

ญี่ปุ่นมันดีตรงนี้อ่ะ มีเจ้าหน้าที่ให้ถาม ให้เราไม่หลง ไม่เดินวนๆ งงๆ

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองคิตะกะตะ

เข้าไปที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองคิตะกะตะ ปุ๊บ ถามเรื่องแรกเลย ว่าเราจะไปร้านราเม็ง”ร้านแรก”ของเมืองได้อย่างไร
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมอยากไปกินร้านนี้ คุณพนักงานก็สงสัย เพราะว่ามีหลายร้านที่อร่อยไม่แพ้กัน แถมบางร้านนี่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่อง “คิวยาว” “รอนาน”

ฮ่าๆๆๆๆ นี่อยากไปร้านที่บอกว่าเป็นร้านแรกของเมืองเพราะว่า ร้านนี้เค้าทำให้เมืองคิตะกะตะกลายเป็น RAMEN CITY เลยนะครับ
ทำดี ทำอร่อย ทำให้เมืองโด่งดัง จนราเม็งเมืองนี้กลายเป็นราเม็งที่อร่อย 1 ใน 3 ตัวท๊อปของญี่ปุ่นเลยนะ

ดังนั้น ไม่รู้แหละขอไปพิสูจน์ที่ร้าน“ดั้งเดิม ออริจัล” ก่อนละกัน

คุณเจ้าหน้าที่ก็ อ๋อๆ เข้าใจละ คุณเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ง่ายๆ เลยนะ ให้เราเดินออกจาสถานีรถไฟ ข้ามถนนแล้วเดินตรงอย่างเดียว
พอเจอสี่แยกไฟแดงแรกให้เลี้ยวขวา เดินไปอีกสัก 5 นาที จะเจอร้านอยู่ขวามือ

อุ๊ยทำไมง่าย ทำไมฟังดูไม่ซับซ้อน


สำหรับร้านที่จะไปชื่อร้าน … Genraiken เปิดมานานแค่ไหน ก็เปิดสมัยรัชกาลที่ 7 ของไทยเลยฮะ

โอ้วววววว นานไหม เก่าพอไหมหละนั่น (จากรูปด้านล่าง ร้านเบอร์ 36 ) ครับ

คุณเจ้าหน้าที่บอกว่า นี่ๆฉันขอแนะนำอีกร้านนึงที่ฉันว่าอร่อยไม่แพ้กันนะ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่อง “คิวยาววววววว รอนานมากกกกกก ฮิตมากกกกกกก” ต้องร้านนี้เลย

** อ่านไม่ออกว่าชื่อร้านอะไร (ผมเรียกร้านเบอร์ 24) ตอนนั้นก็วงๆ กาดอกจันทน์ไว้ … กะว่าเดี๋ยวไปถามคนระหว่างทางเอา 555+

แต่ก่อนออกเดินทางก็ยืนคุยกับคุณเจ้าหน้าที่หลายเรื่องเลยฮะ … สรุปมาเท่าที่จำได้

Q : มื้อเย็นนี่หาอะไรกินได้บ้างฮะก่อนกลับที่พักที่เมือง AIZA-WAKAMATSU

A : โอ้ … แถวนี้เราปิดร้าน ปิดเมืองกันเร็วมากค่ะ 5 โมงเย็นก็ไม่มีร้านเปิดแล้ว แนะนำว่ากลับไปทานที่ AIZU-WAKAMATSU ที่คุณพักที่นั่นดีกว่าค่ะ

O_o”

 

Q : มีรถเมล์นำเที่ยวบริการไหม

A : มีนะคะ แต่ว่าเที่ยวรถมันมีน้อย เดินเที่ยวได้นะคะ … เอิ่ม แต่ดูว่าวันนี้น่าจะร้อนไปหน่อยเนอะ
>__<” ไม่หน่อยละครับพี่ ร้อนมากกกกกกกกกก

 

Q : ขอเช็ครอบรถไฟกลับหน่อยครับ … ผมกลับตอน สักทุ่มนึงได้ไหม

A : อุ๊ย กลับสัก 6 โมงดีไหมคะ … คือเมืองมันเงียบๆ กลัวไม่มีอะไรทำ

เอิ่ม … แนะนำได้จริงใจ ตรงมาตรงไปมาก ชอบๆ

 

Q : ตอนแรกว่าจะลองมานอนที่เมืองนี้สักคืนนึง พยายามหาที่พักหาไม่ได้เลยฮะ

A : ใช่ค่ะ เมืองเราไม่มีโรงแรมเลย มีเพิ่งเปิดไม่นานอยู่ที่นึง จำนวนห้องก็ไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะหาไม่เจอในเน็ต

โอ๊ะ โอ … เมืองเล็กจริงจัง เล็กกว่าที่คิดแฮะ



Q : งั้นขอเดินแล้วกันนะครับ … เดินไปเรื่อยๆ น่าจะได้อยู่

A : งั้นก่อนไป ขอมอบพัดไว้ให้ค่ะ … ข้างนอกมัน HOT HOT VERY HOT จริงๆ นะคะ

ได้พัดแจกมาคนละอัน … ดุจฟ้าประทานพร … ขอบคุณมากคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบ

 

พร้อมยังครับ … ตามแผนที่ไปเลยละกัน … คงไม่หลงหละมั้ง

** แนบแผนที่มาให้ครับ เผื่อใครอยากไปเดินเล่นบ้าง ออกจากสถานีรถไฟตรงไป เลี้ยวขวา แว้บเดียวถึงร้านราเม็งร้านแรกของเมืองแล้ว

จากนั้นตรงๆๆๆๆๆๆๆ ยาว ก็เข้าเขตเมืองเก่าแล้ว เห็นไหม ไม่ยากเลย อิอิอิ

ออกจากสถานีรถไฟคิตะกะตะปุ๊บ เดินหมุนไปหมุนมา มองไปด้านขวา อ้าว เจอรถเมล์นำเที่ยวพอดี ชื่อ Buralin-Go “รถสีเขียวเข้มแบบนี้”
ถ้าเจอก็โบกๆ ขึ้นเที่ยวได้นะครับ

สนนราคาของ  Buraringo Circuit Bus * ความถี่ ชั่วโมงละคัน 

ถ้าเป็นเที่ยว จะเที่ยวละ 200 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 100 เยนสำหรับเด็ก
ถ้าใครจะขึ้นจริงๆ แนะนำตั๋ววันครับ 500 เยน สำหรับผู้ใหญ่ 300 เยนสำหรับเด็กครับ

** ขึ้นระหว่างทางก็ได้นะครับ จ่ายเงินบนรถเมล์กับคุณพนักงานขับรถได้เลยครับ **

ข้างๆ กันเป็นท่าแท็กซี่ด้วยฮะ เผื่อใครไม่อยากเดิน ประหยัดแรง

แต่เราไม่ขึ้นรถบัสหรอก ผมนี่นักท่องเที่ยวขาเดิน ชอบเดินลัดเลาะไปตามซอกนั้น เดินตามซอยนี้ ไม่เร่งไม่รีบ แผนงี้เปลี่ยนตลอด … สมชื่อ มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน

ดังนั้น เดินจ้าเดิน  เราเริ่มจากสถานีรถไฟคิตะกะตะซึ่งตัวสนามรถไฟนั้นตั้งอยู่ตรงสามแยกพอดี ก็ให้เดินข้ามถนนไปเลย

จากนั้น ตรงยาวววววววว ไม่ต้องเลี้ยวไปไหนเลย … จุดหมายของเราคือ ราเม็งร้านแรกของเมืองคิตะกะตะ นั่นเอง

พอเริ่มออกเดินรู้สึกได้ว่า แปลกๆนะ ผู้คนหายไปไหน ทำไมเมืองเงียบบบบบบบบขนาดนี้
แดดร้อน ลมไม่พัดซักแอะ … แน่หละมาเที่ยว ญี่ปุ่นหน้าร้อนเดือน กรกฎาคมนี่เนอะ

เดินมาจนถึงสี่แยกไฟแดงแรก … ก็เลี้ยวขวา ตรงยาววววววววว … หูย มีรถวิ่งสวนมาแล้ว 1 คัน

กรี๊ดดดดด ดีใจ

เดินตรงมาอีกสัก 5 นาที ท่ามกลางแดดอันแผดเผา แล้วเราก็พบแล้ว ร้านนี้เลย Genraiken
ร้านจำง่ายมาก สีกรมท่าตัดแดง ชัดๆแจ่มๆ

โว๊ะ … หลายคนคงงว่า เอ๊ะ ทำไมหน้าร้านจี๊น จีน … สีแดงๆ มีมังกรด้วย … นั่นสิ ทำไมนะ

— ช่วงนี้มีสาระ —

เปิดตำนานราเม็งร้านแรกของ KITAKATA

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468 ปลายรัชกาลที่ 6 – ต้นรัชกาลที่7) เด็กหนุ่มที่ชื่อ Bankinsei จากเมืองเวินโจว (Wenzhou) มณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang province) ได้อพยพถิ่นฐานจากบ้านเกิดในประเทศจีนมายังเมือง KITAKATA เพื่อตามหาคุณปู่ของเขาที่มาทำงานเป็นคนงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ใกล้เมืองนี้
แต่ใช่เรื่องราวจะจบแบบในนิยายที่ปู่หลานได้พบกัน เพราะว่าเมื่อมาถึงเมืองนี้ เด็กหนุ่มคนนั้นกลับหาคุณปู่ของเขาไม่พบ (บางคนบอเขาว่าคุณปู่ของเขาอาจกลับไปยังจีนแล้วก็เป็นได้)

ในเมื่อไม่พบคุณปู่ของเขา Bankinsei จึงได้เปิดกิจการรถเข็นขายบะหมี่น้ำแบบจีน ตัวเส้นนี่ก็มีความพิเศษตรงเป็นเส้นสดทำเอง เส้นจะหยักๆหน่อยๆเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากนั้นเขาก็ได้เก็บหอมรอมริบเงินจนสามารถเปิดร้าน Genraiken ของตนเองได้สำเร็จ และด้วยรสชาติที่ดีเยี่ยม ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ของราเม็งจนเกิดร้านราเม็งขึ้นทั่วเมือง ถือได้ว่าเป็นอาหารยอดนิยมของชาวเมืองที่สามารถกินกันได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียว

ต่อมา จากปากต่อปากผู้คนได้ยินข่าวคราว จึงพากันหลั่งไหลมาชิมราเม็ง KITAKATAกันอย่างเนืองแน่น และผลักดันให้ Kitakata Ramen ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด เบียดแซงราเม็งจากเมืองอื่นขึ้นไปเป็นหนึ่งในสามราเม็งขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ซึ่งการจัดอันดับราเมงประจำถิ่นของญี่ปุ่น 3 อันดับแรกก็ต้องมี …

Sapporo Ramen ราเมงน้ำซุปมิโสะแห่งดินแดนทางเหนือ
Hakata Ramen ราเม็งน้ำซุปกระดูกหมูหรือทงคทสึราเม็ง จากแดนใต้
และ

Kitakata Ramen ราเม็งต้นตำรับแห่งอีสานตอนล่าง

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ เมื่อชื่อเสียงของ KITAKATA RAMEN โด่งดังขึ้น ผู้คนต่างแห่แหนมากินกัน ทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของเมืองเปลี่ยนไป
จากเมืองที่เงียบๆกลายเป็นเมืองที่ใครๆก็แวะมาเที่ยว มาชิม มาชอปปิ้งสินค้าโอทอปขึ้นชื่ออย่างเหล้าสาเก มิโซะ และซอสถั่วเหลืองขายดีตามไปด้วย
แถมเมืองก็คึกคักขึ้นตามไปด้วย
แถมใครจะเชื่อว่าราเม็งจากเมืองเล็กๆแห่งนี้ภายหลังจะมีการเปิดร้านราเม็งขยายสาขาไปกว่า 40 สาขาในญี่ปุ่น และ 2 สาขาในลอส แองเจลิส … ไม่ธรรมดาใช่ไหมหละ

คุณปู่ อย่างเท่ … คนดังประจำเมืองเชียวนะ

เข้าร้านปุ๊บ เลือกนั่งชิดในๆ ไกลผู้คน เพราะสองคนไทย กำลังจะถ่ายรูป กรี๊ดกร๊าดกันไม่หยุด … เกรงใจท่านอื่นๆ ฮ่าๆๆ

ในส่วนของเมนูนั้น >___<” ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ ฮ่าๆๆๆ
ดีนะ ถามเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมาว่าควรกินอะไร เค้าก็แนะนำมาสองสามอย่าง … ก็เลยจิ้มๆ โชยุราเม็ง … แล้วกันนะเห็นว่าดังสุดแล้ว
แล้วก็สั่งเกี๊ยวซ่ามาละกัน 1 จาน

** จากประสบการณ์การกินในญี่ปุ่น ราเม็งชามเดียวกินได้ 2 คน ดังนั้นขอชามมาแบ่งเอาฮะ คนญี่ปุ่นใจดี ไม่ว่าๆ ^^”

มาแล้ววววว เกี๊ยวซ่าของโปรดผมมาแล้ว

เอิ่มมมม ชิ้นใหญ่มากกกก ใหญ่กว่าที่ไทย 2.5 เท่าเลย กัดสามคำถึงหมด

แต่แอบดูโต๊ะข้างๆ ทำไมเค้ากัดหมดได้ในคำเดียว โหดมากกก ปากกว้างไปไหน >_<”


กัดเข้าไปปุ๊บ กินคำแรก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ร้อน 555+  ทอดมาใหม่มาก ร้อนระอุสุดๆ
ผึ่งๆให้หายร้อนหน่อย พอกัดเข้าไปเท่านั้น กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อร่อยมากกกก อร่อยน้ำตาไหล … แบบว่า เฮ้ย ทำอร่อยอ่ะ มันเป็นหมูสับผสมกับหอมยักษ์ซอยใส่ จัดจ้านพริกไทย อร่อยแบบประทับใจ

ไม่นึกว่าจะอร่อย ก็อร่อยแฮะ

มาต่อด้วย ราเม็งต้นตำรับ ออริจินัล … ที่ทำให้เมืองนี้โด่งดังงงงง กลายเป็นเมืองราเม็ง

SHOYU RAMEN

— ช่วงนี้มีสาระ —

ความลับในชาม … คิตะกะตะ ราเม็ง

พูดถึงราเม็ง หลายคนก็คงบอกมันก็คล้ายๆกันนั่นแหละ มันจะต่างกันตรงไหน(จ๊ะ) … ???
จะว่าคล้ายก็คล้าย แต่ในความคล้ายก็มีความต่างที่ไม่ธรรมดาอยู่เช่นกัน อย่างคิตะกะตะราเม็ง ของเมือง KITAKATA นี่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามราเม็งที่อร่อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยนะ ส่วนผสมหลัก คือ น้ำซุปนี่ทำมาจากซอสถั่วเหลือง ซึ่งหมัก ผลิต และขายกันในเมืองกันอย่างแพร่หลาย ในตัวเมืองคิตะกะตะ
ส่วนการเคี่ยวน้ำซุปนั้นใช้ปลาซาดีน กระดูกหมู บางครั้งก็ใส่ไก่ ใส่ผักลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติของน้ำซุปอีกด้วย

ส่วนของโปะหน้านั้นก็เป็นหมูชาชูแผ่นบาง นุ่มๆ อร่อยๆ โรยด้วยต้นหอมยักษ์ที่กินแกล้มแล้วให้รสชาติเผ็ดนิดๆ แถมไม่ค่อยเหม็นเวลากิน
ตามด้วยหน่อไม้ แถมด้วย นารุโตะ หรือลูกชิ้นปลาแผ่นชมพูขาว ที่เราคุ้นตากันนั่นเอง

เอ๊ะ มันก็ดูธรรมดา แต่ว่าทำไม มัน มัน มัน …………..

เส้นแบบพิเศษที่เป็นหยักๆ เพราะทำเองด้วยมือ

ได้เวลาชิม ขอชามแบ่งมาแล้ว …

พอกินปุ๊บ บอกได้เลยว่า เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มันใช่อ่ะ
รู้แล้วว่าทำไมมันถึงดัง เออ … มันไม่เหมือนคนอื่นซะทีเดียว คือมันมีรสที่แบบว่าเด่นกว่า แตกต่างกว่า น้ำซุปมันอร่อยมากนะ

การันตีความอร่อยด้วย … ภาพนี้

ซดจนหมดชาม เอียงถ้วยกินกันจนหยดสุดท้าย 555+

เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม ชนะเลิศจริงๆ

รสแบบจีน แต่สไตล์ญี่ปุ่น วัตถุดิบดีๆ จากคิตะกะตะ แห่งจังหวัดฟุคุชิมะ … มันต้องแบบนี้สิ

อร่อยแบบว่า เฮ้ย ไม่ไหวแล้ว ต้องซื้อกลับไทย 555+

ที่ร้านมีขายแบบกึ่งสำเร็จรูปด้วยนะครับ

กล่องละ 1,000 เยน หรือราว 300 บาท มีเส้นสดด้านใน พร้อมหัวน้ำซุปแพคมาอย่างดี จำนวน 4 ชุด

*** ขอรีวิวไว้ตรงนี้เลยว่า อร่อยโฮก … คุ้มค่ากับการแบก 1 กิโลกรัมนี้กลับไทยมาก 555+

เดี๋ยวจะหาว่าซื้อไม่จริง จะหาว่าโม้ป่าว … นี่ถ่ายรูปกับผ้าปูที่นอนที่เรียวกังให้ดูเลย

มันอร่อยจริงๆนะ อยากให้มาชิม ^_______^”

ช่วงส่งท้าย

เริ่มต้นกับเมืองคิตะกะตะ ก็เริ่มต้นด้วยดี ไม่มีหลง ได้กินราเม็งร้านแรกของเมืองที่ทำให้เมืองนี้เกิดร้านราเม็งตามมากว่า 120 ร้านในเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 5 หมื่นคน

เปลี่ยนรูปแบบชีวิตของเมืองให้ติดการกินราเม็งตั้งแต่เช้าจรดเย็นได้อย่างไม่มีเบื่อ หรือแม้แต่การกินราเม็งตอนเช้าของคน KITAKATA ที่เค้ากินราเม็งกันเป็นมื้อเช้าหรือที่เรียกว่า ASARA-O ประดุจคนไทยกินข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นกิจวัตร

ใครจะเชื่อว่าจากชายหนุ่มจากแดนมังกร จะสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างวัฒนธรรมการกินใหม่ๆ ที่ภายหลังกลายเป็นอาหารเด่นของประเทศไปได้

ไม่ธรรมดาจริงๆ …

เอาหละครับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง MISSION แรกผ่านไป ต่อไป จะพาไปเดินตะลุยเมืองคิตะกะตะว่า ย่านเมืองเก่ามีอะไรน่าสนใจ น่าเที่ยวบ้าง เมืองน่ารัก จนขอตั้งฉายาว่า เมืองโรงถ่ายหนัง เลยละกัน … เดี๋ยวพาไปชมเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองตอนถัดไปครับ

ขอบคุณครับ

โอ๊ต-ครับ-ผม
มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน

 

Hotel

Restaurant

Food

Trips

Lost is Fun

โอ๊ต-ครับ-ผม มนุษย์เงินเดือนที่กินเงินเดือนพนักงานประจำ ทำงานออแกไนซ์ ที่รักการเดินทาง เจ้าของรีวิวสุดฮา " มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน " แห่งห้อง Blue planet เว็บ pantip.com กับการสร้างสังคมชุมชนแห่งการหลง LOST IS FUN www.lostisfun.com เพื่อเป็นพื้นที่ระบายความมั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน ไว้ให้อ่านสร้างความบันเทิงเริงใจ

บทความที่เพิ่งดู

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : แช่ออนเซ็น (onsen) กันให้ฟิน ในเมืองที่เวลาเดินช้าลงที่ Tsuchiyu onsen

เที่ยว Fukushima ด้วย Aizu Gurutto Card

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : ตะลุยอวกาศ ทะลุจักรวาล ที่ Koriyama City Fureai Science Center

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเมือง Aizu-Wakamatsu ด้วยพาสรถบัสสุดประหยัด เพียงวันละ 500 เยน

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : Gyoza no Terui เกี๊ยวซ่าสุดอร่อยในฟุคุชิมะ ที่ต่อแถวนานกว่าชั่วโมง!

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima