บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ แผนเที่ยว Trips

ลุยเดี่ยวเที่ยวครบรส : ซัมเมอร์สุดฟินอินฟุคุชิมะ ซิตี้

Rating Chart

4 average based on 2 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    0
  • Average
    1
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

               ซัมเมอร์นี้ เราพุ่งเป้าการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองสู่จังหวัดฟุคุชิมะ ความงดงามที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นตา แต่ขอบอกเลยว่าพื้นที่เหล่านี้มีความเด็ดดีต่อใจที่รอให้คุณมาสัมผัส ซึ่งทริปนี้เราจะพาคุณมาดับร้อนที่นี่ให้ฉ่ำใจแบบเต็มอิ่ม

โดยเริ่มปักหมุดที่แรกคือ เมืองฟุคุชิมะ ชื่อเดียวกันกับจังหวัด

การเดินทาง

          สำหรับการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครั้งนี้ 90% ของการเดินทางขอยกหน้าที่ให้บัตรเบ่ง Jr East Pass (Tohoku Area) เป็นพระเอกไป ซึ่งเราสามารถซื้อกับตัวแทนจำหน่ายที่ประเทศไทย แล้วค่อยไปรับตั๋วที่ JR EAST Travel Service Center ของแต่ละสนามบินได้เลย ซึ่งเราสามารถสำรองที่นั่งรถไฟ JR หรือ Shinkansen ที่ต้องสำรองที่นั่งได้ที่นี่เช่นเดียวกัน ซึ่งหลังจากแลกพาส

          จุดหมายของเราคือสถานี ฟุคุชิมะ ซึ่งเริ่มเดินทางจากสนามบินฮาเนดะโดยเดินทางตามรูปภาพ ซึ่งสามารถใช้ โทโฮคุพาสที่มีได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพียงแสดงพาสกับนายสถานี มีเพียงชินกันเซ็นที่เราต้องสำรองที่นั่งก่อนเดินทาง ซึ่งเราได้ขบวน Yamabiko 45 พาเราสู่เป้าหมาย

         ถึงสถานีฟุคุชิมะในเวลาใกล้เที่ยง เราใช้ทางออก West Exit  นำไปสู่โรงแรมที่พักซึ่งอยู่ใกล้สถานีในระยะที่มองเห็นจากสถานีชินกันเซ็น โดยบริเวณหน้าทางออกกำลังมีตลาดนัดวันอาทิตย์กำลังครึกครื้นเลยทีเดียว

        จากทางออกเมื่อเราหันหลังให้สถานีก็จะเจอที่พักของเรา นั่นก็คือ The Celecton Fukushima  ซึ่งโรงแรมนี้ให้เช็คอินได้หลังจากบ่ายสอง ซึ่งเราสามารถนำกระเป๋าไปฝากไว้เพื่อที่ฟรอนท์ก่อนเวลาเช็คอิน จะได้ไปเที่ยวแบบสบายตัว หรือถ้าจะจ่ายเงินเช็คอินแบบล่วงหน้า พนักงานก็จะนำกระเป๋าไปเก็บให้เราบนห้อง เราเพียงรับกุญแกก็เป็นอันเสร็จ

        ฝากกระเป๋าเรียบร้อยขอเติมกระเพาะให้อิ่มหนำด้วยทงคัตสึร้านดังที่มีแฟรนไชส์อยู่ทั่วญี่ปุ่นอย่าง Tonkatsu Shinjuku Pottery (とんかつ新宿さぼてん) พิกัดร้านอยู่ในสถานีฟุคุชิมะที่เรานั่ง Shinkansen มานั่นแหละ

 

        เมนูเซ็ตนี้คือ ราคา 1480 เยน เป็นเซ็ตทงคัตสึที่มาพร้อมข้าว ชาร้อน กระหล่ำฝอย และเลือกรับของหวาน หรือเครื่องดื่มเย็นได้  จุดเด่นของร้านนี้คือซอสในไหน้อยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และงาที่บดโรยเพิ่มความหอมให้หมูทอดที่กรอบนอกนุ่มใน กินกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ แค่นี้ก็มีแรงพร้อมผจญภัยต่อแล้ว

และจุดหมายต่อไปของเราก็คือ

 

Fukushima Inari Shrine (福島稲荷神社) : ขอพรศาลเจ้าประจำเมือง

 

        Fukushima Inari Shrine (福島稲荷神社) นับเป็นศาลเจ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟุคุชิมะ ทำเลที่ตั้งก็มาง่ายไม่ลำบาก อยู่ที่ใจกลางเมือง โดยสามารถเดินเท้าจากสถานีใช้เวลาประมาณ 15 นาที หรือจะขึ้นรถบัสก็ได้

เนื่องจากอากาศดี ไม่มีแดด เราเลยเลือกใช้การเดิน ถือเป็นการออกกำลังย่อยมื้อเที่ยงไปในตัว ด้วยความที่เป็นวันอาทิตย์ ร้านรวงส่วนมากเลยปิดทำการ บรรยากาศเมืองโดยรอบจะไม่ครึกครื้นเท่าบริเวณสถานี แต่ก็น่าเดินเล่นถ่ายภาพแบบชิลล์ชิลล์

เดินซักพักก็มาถึงที่หมาย   Fukushima Inari Shrine สิ่งแรกที่สะดุดตาคือซุ้มประตูสีไม้ของศาลเจ้าที่มีความเด่นสะดุดตา เมื่อเทียบกับตึกรามที่รายล้อม 

เมื่อลอดซุ้มประตูเดินตามทางเดินก็พบกับศาลาเล็กๆ ตามธรรมเนียมเมื่อมาเยี่ยมชมศาลเจ้าญี่ปุ่นก็ต้องชำระล้างร่างกายเสียหน่อย เดินเข้าก็แอบตกใจ เพราะรายรอบเงียบมากอยู่ดีๆ ท่านมังกรก็พ่นน้ำ

นอกจากจะมีความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ แลดูมีมนต์ขลัง ที่นี่ยังคงใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญ ซึ่งในวันที่เราไปเยือน กำลังมีพิธีการให้พรเด็กแรกเกิด ศาลเจ้าแห่งนี้เรียกได้ว่ามีความสำคัญกับคนในเมือง ที่สำคัญมีเครื่องรางขึ้นชื่อในด้านเสน่ห์ การอวยพรเรื่องการแข่งม้า  ที่โดดเด่นคือ เครื่องรางลูกพีช (momo-mamori) ที่ให้พรเรื่องการเก็บเกี่ยวพืชผล

บรรยากาศของศาลเจ้าแห่งนี้มีความร่มรื่น เล่นเอาความเหนื่อยจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้งทีเดียว ตลอดเวลาที่ชมศาลเจ้าอยู่ก็พบว่ามีผู้คนเข้าออกศาลเจ้าเป็นระยะ นอกจากการท่องเที่ยวแล้วศาลเจ้าแห่งนี้ก็แสดงให้เราเห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองเช่นเดียวกัน

เป็นอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนเมืองฟุคุชิมะ เพราะนอกจากจะได้มาขอพร สัมผัสบรรยากาศแห่งความเชื่อของชาวเมืองฟุคุชิมะยังได้ถือโอกาสเดินเล่นชมเมืองอีกด้วย

>>รายละเอียด Fukushima Inari Shrine<<

        ที่อยู่ : 1-29 Miyamachi, Fukushima, Fukushima Prefecture 960-8106, Japan

        การเดินทาง :  เดิน 15 นาทีจากสถานี ฟุคุชิมะ

หรือ นั่งรถบัส Momorin City Loop 1 (市内循環ももりん1コース) จาก East Exit Bus Stop No. 9 หน้าสถานี JR Fukushima ขาไป Uwamachi (上町) ราคา 100 เยน)

       ค่าเข้าชม : ฟรี

       Website :  Fukushima Inari Shrine

 

เมื่อออกจากศาลเจ้า เดินอีกราว 5 นาทีจะพบป้ายรถเมล์ Funabacho(舟場町)  รอซักพักเมื่อพบรถเมล์ที่มุ่งสู่ Iwayashita (岩谷下) ก็ขึ้นได้เลย ซึ่งหากต้องการเดินทางตรงจากสถานี JR Fukushima ก็ขึ้นได้ที่ป้ายรถเมล์หมายเลข 2 จากศาลเจ้านั่งไปอีก 7 ป้าย ซึ่งเมื่อถึงป้าย Iwayashita ก็ลงจากรถ อย่าลืมยื่นตั๋วและจ่ายเงินโดยการหยอดเหรียญฝั่งหน้ารถเมล์ สนนราคา 270 เยน

ลงจากป้ายรถเมล์จะพบสามแยกบรรยากาศดีที่มีแบคกราวด์เป็นภูเขานามว่า ชิโนบุ เดินข้ามแยกตรงไปจนสุดทางจะพบกับทางขึ้นเขา         อันเป็นที่ตั้งของสถานที่อันเป็นไคลแม็กซ์ของวันนี้

 

Iwaya Konnon (岩屋観音) : ปฏิมากรรมสลักเขา 300 ปี

สถานที่แห่งนี้นับเป็นมรดกที่สำคัญของเมืองฟุคุชิมะ ที่ซึ่งรวมเอาธรรมชาติอย่างภูเขาชิโนบุ มารวมกับสถาปัตยกรรมพระพุทธรูปแกะสลักได้อย่างลงตัว บนเขาแบ่งเป็นบริเวณต่างๆ ทั้งส่วนของพระพุทธภาพแกะสลัก ทางเดินชมธรรมชาติ และส่วนที่เป็นสุสานที่ลูกหลานมากจะมาเยี่ยมเยือนบรรพบุรุษเมื่อวันสำคัญเวียนมาถึง

ที่ตีนบันไดจะมีแผนผังแสดงจุดต่างๆ ซึ่งเราเลือกเส้นทางเดินได้ทั้งแบบลัดขึ้นบันไดไปสู่จุดน่าสนใจ หรือถ้าอยากชมนกชมไม้ก็เดินลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งก็นับว่าเดินง่าย ทางเดินกว้าง ไม่ลำบากแต่อย่างใด

ก่อนจะขึ้นไปที่ด้านบนจะพบกับด่านแรกคือจิโซ ซึ่งที่นี่มีการแต่งองค์ทรงเครื่องแบบจัดเต็ม ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจิโซจะช่วยคุ้มครอง นักเดินทาง หญิงมีครรภ์ รวมถึงวิญญาณของเด็กๆ ดังนั้นการแต่งกายของจิโซบางแห่งจะเห็นได้ว่าชุดเป็นชุดเด็ก

ด่านต่อไปมาถึงไคลแม็กของที่นี่ นั่นคือหินผาที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูป  และพระโพธิสัตว์มากกว่า 60 องค์ ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี นับเป็นหลักฐานแสดงถึงความศรัทราอย่างชัดเจน เพราะการสลักหินผาในยุคที่เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่ทันสมัยเป็นเรื่องยาก การแกะสลักออกมาได้ขนาดนี้จึงนับว่าน่าทึ่งไม่น้อยทีเดียว

นอกจากความงดงามของพระพุทธรูปแกะสลัก ตลอดเส้นทางของที่นี่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้าง และความงดงามที่ไม่ได้ทำลายความเป็นธรรมชาติ หากแต่เป็นตัวช่วยเพิ่มมนต์ขลังให้ดูสบายตาร่มรื่น อากาศด้านบนก็สดชื่นมากทีเดียว

เนื่องจากเป็นช่วงกลางเดือนกรกฎาคมจึงมีฝนตกลงมาบ้าง ทว่าก็ช่วยทำให้ต้นไม้คงความเขียวชอุ่ม สองข้างทางให้ความรู้สึกสดชื่นมีสีสัน เรียกได้ว่าความเป็นธรรมชาตินี่จัดเต็ม

ความเด็ดของที่นี่คือจุดชมวิวซึ่งพาเรามองภาพเมืองที่โอบล้อมด้วยขุนเขา เมืองฟุคุชิมะไม่มีตึกสูงมากนักที่ ทัศนียภาพจึงเรียกได้ว่าสบายตาเมื่อกอปรกับอากาศที่สดชื่นบนเขาชิโนบุแล้วก็เกิดความกลมกล่อม จนอยากเอาขนมมาปิกนิคชมวิวทีเดียว

>>รายละเอียดIwaya Konnon<<

        ที่อยู่ : Iwaya, Fukushima, Fukushima Prefecture, Japan

        การเดินทาง : นั่งรถบัสสายใดก็ได้จาก จาก East Exit Bus Stop No. 2 หน้าสถานี JR Fukushima ลงป้าย  Iwayashita (ใช้เวลา 25 นาที) ราคา 290 เยน

       ค่าเข้าชม : ฟรี

 

เมื่อลงจากเขาก็ให้ข้ามมาขึ้นรถเมล์ฝั่งตรงข้ามป้ายชื่อเดิมแล้วนั่งรถเมล์สายเดิม ที่นี่ก็มีกติกาการขึ้นแบบทั่วไปของญี่ปุ่น คือขึ้นที่ประตูกลาง หยิบตั๋วที่จะบอกป้ายที่เราขึ้น มองจอว่าเราขึ้นที่ป้ายไหน แล้วจำไว้ เช่น ขึ้นรถที่ป้ายที่ 28 เริ่มต้นที่ 100 เยน และราคาจะเพิ่มขึ้นตามระยะทาง เมื่อลงรถให้เราจ่ายเงินตามเลขที่ขึ้นช่อง 28 โดยการหยอดเหรียญจ่าย ถ้ามีแบงค์ก็แลกเหรียญที่เครื่องเดียวกันแล้วค่อยจ่ายค่าโดยสาร ซึ่งเป้าหมายของเราคือกลับไปที่สถานีฟุคุชิมะ ค่าโดยสารประมาณ  290 เยน

สถานีฟุคุชิมะอันเป็นป้ายรถเมล์ จะเป็นคนละส่วนกับสถานีที่เราลงชินกันเซ็น แต่เป็นสถานี JR Fukushima ซึ่งอยู่คนละฝั่งกัน แต่เดินไปมาง่าย เชื่อมต่อผ่านอุโมงค์ใต้ดิน  อย่างไรก็ตามที่ข้างสถานี JR Fukushima มีห้างสรรพสินค้าชื่อว่า S-Pal ซึ่งใครที่อยากหาของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ของฝากล่ะก็ มาที่นี่ได้ครบทีเดียว พูดขนาดนี้ไม่พาไปเดินห้าง ต้องมีเคืองกันใช่ไหม งั้นตามมาเลย

 

S-PAL Fukushima : ห้างใหญ่ใจกลางเมือง

 

จากป้ายรถบัสหันหน้าเข้าฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับห้างขนาดใหญ่พอสมควร นับเป็นแอเรียที่มีความคักคักกว่ารอบๆ จากที่ได้เดินสำรวจมา ทางด้านซ้ายมือของห้างคือสถานี JR Fukushima ที่ซึ่งเราต้องใช้จองชินกันเซ็น หรือรถไฟด่วนวันเปลี่ยนเมือง ขวามือของห้างคือสถานีรถไฟท้องถิ่นฟุคุชิมะ สรุปว่าสถานีฟุคุชิมะ มีทั้งหมด 3 สถานี เพราะฉะนั้นเวลาขึ้นรถไฟต้องเช็คด้วยว่าต้องขึ้นที่ไหน ไม่งั้นไปไม่ถึงนะจ๊ะ

ตอนนี้ของพวกเสื้อผ้า รองเท้าในห้างนี้กำลังลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ขอบอกว่าสาวๆ พนักงานขายมีความร่าเริง โปรโมตร้านแบบสุดๆ มีทั้งถือป้าย เชิญชวนเป็นคำพูด บางคนมีแทมบูรีนเคาะจังหวะไปอีก เรียกลูกค้าได้ดี แล้วที่ว่าเซลล์นี่ก็เซลจริงจัง เนื้อผ้าดี ราคาโอเค สาวๆ มาเจอต้องมีใจสั่นกันบ้าง

หากแต่ความพีคสำหรับสายกินอย่างเราหาใช่เสื้อผ้าไม่ เราจะพาคุณไปตะลุย Depachika หรือชั้นใต้ดินของห้างนี้กัน เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของกินทั้งหลายแหละ ของใช้จำเป็น รวมไปถึงของฝากขึ้นชื่อของฟุคุชิมะ ช่วงที่ไปนั้นเป็นฤดูพีชพอดีเลยจัดมาหนึ่งแพคราคาเพียง 380 บาทได้มาสี่ลูกใหญ่ คุ้มและฟินมาก หอมกรอบอร่อยสมศักดิ์ศรีผู้ส่งออกพีชอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ใครมาช่วง กรกฎาคม-กันยายน ต้องไม่พลาด หรือถ้าใครอยากเก็บสดๆ ก็มีหลายสวนเลยที่มีบริการในราคาเบาๆ ช่วงนี้

จัดเต็มความสดใหม่สำหรับอาหารกล่องทั้งหลายแหล่ มีเยอะจนเลือกไม่ถูก แถมราคาก็นับว่าย่อมเรา เราเลยเปลี่ยนใจจากเดิมที่จะกินที่ร้านอาหารเป็นสอยอาหารกลับบ้าน ห้างนี้เปิดตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ดังนั้นถ้ามาช่วงหนึ่งทุ่มท่านจะได้อาหารลดราคาด้วย

อีกหนึ่งของฝากขึ้นชื่อของฟุคุชิมะคือมันจูไส้ถั่วแดง Kashiwaya Usukawa Manju ที่ติดหนึ่งในสามมันจูที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งร้านนี้เป็นต้นตำหรับมีให้เลือกชิมหลายแบบทั้งถั่วหยาบ ถั่วละเอียด เอกลักษณ์คือเป็นมันจูที่แป้งบาง ยิ่งถ้าเลือกแบบถั่วหยาบหวานน้อยรสสัมผัสในปากได้ความอร่อย กินคู่กับชาเรียกว่าเข้ากันดี แต่เนื่องจากเป็นขนมทำสดอายุหลังจากซื้อมักจะไม่เกิน 5 วันดังนั้นหากซื้อเป็นของฝากก็ควรซื้อในวันท้ายๆ นอกจากร้านนี้ เจ้านี้ยังมีขายตามสถานีรถไฟในฟุคุชิมะด้วย

>>รายละเอียด S-PAL<<

        ที่อยู่ : 1-1 Sakaemachi, Fukushima, Fukushima Prefecture, Japan

        การเดินทาง : อยู่ด้านข้างสถานี JR FUKUSHIMA

        Website : S-PAL FUKUSHIMA

เวลาทำการ : 10.00-20.00 น.

 

ในที่สุดเราก็ได้ซูชิรวมมาในสนนราคาเพียง 900 กว่าเยน ความสดนี่อยู่ในระดับที่โอเค ปลาชิ้นใหญ่อร่อยมาก โดยเฉพาะหอย การซื้อของมากินแบบนี้ค่อนข้างเหมาะกับการเที่ยวคนเดียวเหมือนกันนะ ตอนนี้ก็ค่อนข้างเย็นแล้วเราขอจบทริปของเราที่โรงแรมที่พัก ซึ่งเราได้เช็คอินล่วงหน้าและฝากกระเป๋าไว้ พอถึงเวลาพนักงานก็เอาของขึ้นมาเก็บให้

ที่พัก Day1-2 : The Celecton Fukushima

ซึ่งในทริปนี้เราจะปักหลักพักที่นี่สองคืนด้วยกัน โดยโรงแรม The Celecton Fukushima  ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการพักที่เมืองนี้ เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับสถานีรถไฟมากๆ สนนราคาสองคืนรวมอาหารเช้าอยู่ที่ 1 1,200 เยน (พักคนเดียว) ห้องพักมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมทั้ง โทรทัศน์ ตู้เย็น กระติกน้ำร้อน ห้องน้ำมีอุปกรณ์พร้อมเช่นกัน เมื่อเทียบราคานับว่าคุ้มมาก

>>รายละเอียด The Celecton Fukushima <<

        ที่อยู่ : , Fukushima, Fukushima Prefecture, Japan

        การเดินทาง : เดินสองนาทีจากสถานี FUKUSHIMA

 

 

ตื่นมารับวันใหม่กับมื้ออาหารเช้าโรงแรมที่ห้องอาหารชั้นหนึ่ง ซึ่งตอนเช็คอินเราจะได้รับคูปองอาหารเช้า ซึ่งอาหารมีบริการตั้งแต่ 7.00-9.00 น. อาหารที่นี่มีความหลากหลายทั้งแบบญี่ปุ่น และแบบตะวันตก มีอาหารเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย เป็นการเติมพลังสำหรับทริปวันใหม่ได้เป็นอย่างดี

ที่นี่มีแก้วสำหรับเทคเครื่องดื่มออกไปได้ทั้งชา กาแฟ นมร้อน เลยจัดมาหนึ่งแก้วก่อนมุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟท้องถิ่นฟุคุชิมะซึ่งต้องลอดอุโมงค์ใต้ดินที่หน้าสถานีชินกันเซ็นฟุคุชิมะ

สถานีฟุคุชิมะนี้เป็นสถานีรถไฟท้องถิ่น สาย Iizaga Line ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวามือของห้าง S-pal (ซึ่งเมื่อเดินตรงมายังอุโมงค์ใต้ดินออกมาให้เลี้ยวซ้าย)  และเข้าสู่สถานีรถไฟ และแน่นอนด้วยความที่เป็นสถานีรถไฟท้องถิ่นย่อมมากับภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ แต่ก็ถือว่าไม่ยาก มาดูกันเลย

การซื้อตั๋ว จะต้องซื้อกับเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ ซึ่งใช้ได้ทั้งเหรียญและธนาบัตร ถึงแม้ภาษาที่แสดงจะมีภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะป้าย Iizaga Onsen ที่เราจะไปนั้นเป็นป้ายสุดท้าย ปุ่มสีแดงคือสถานีฟุคุชิมะ ส่วนป้ายสุดท้ายที่มีเลข 370 คือสถานี Iizaga Onsen ให้เราเลือกจำนวนคนที่ด้านซ้าย เลือกจุดหมาย และจ่ายเงิน

ตั๋วมีสนนราคา 370 เยนพอได้ตั๋วมาก็ส่งให้พนักงานสถานีปั๊มตรา สำหรับสถานี Iizaga Onsen  ให้เราขึ้นรถไฟที่ชานชาลาทางขวามือเพื่อนั่งรถไฟ Fukushima Kotsu สาย Iizaga line

โชคดีที่รถไฟคันนี้ยังมีจอแสดงเมื่อถึงแต่และสถานีเป็นภาษาอังกฤษ เราเลยไม่ต้องนับป้าย (11ป้าย) ได้ชมวิวบ้าน และผู้คน ซึ่งดูจะเป็นชานเมือง สลับกับนาและสวนผลไม้ ตึกรามจะเป็นชั้นเดียวส่วนใหญ่จากจากสถานีฟุคุชิมะ ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างเพลินตาพอสมควร

ในที่สุดก็มาถึงสถานีอิซากะออนเซ็น ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของเราในวันนี้ หลังจากผ่านช่องตรวจตั๋วก็ขึ้นบันไดไปสู่ตัวสถานีได้เลย ตอนนี้ก็พร้อมเที่ยวที่จุดมุงหมายแรกของวันนี้

 

Iizaka Onsen  (飯坂温泉) : หมูบ้านออนเซ็นสุดน่ารัก

         Iizaka Onsen  (飯坂温泉) นับเป็นหมู่บ้านออนเซ็นเก่าแก่ที่มีกลิ่นอายเอโดะ ประกอบไปด้วยเรียวกังกว่า 40 แห่งและโรงอาบน้ำสาธารณะ 9 แห่งสำหรับผู้ที่มีเยือน

รูปแบบของหมู่บ้านยังคงเอกลักษณ์ของความเก่าแก่ ตั้งแต่สถานีรถไฟ สิ่งก่อสร้างและตึกรามที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์แก่หมู่บ้านออนเซ็นแห่งนี้ ที่นี่จึงเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดฮิตของแถบนี้

ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เดินตรงมาซักพักจะพบกับสวนเล็กๆ ซึ่งมีทั้งสี่นั่งพัก ซึ่งสามารถแช่ออนเซ็นเท้าได้ฟรี ซึ่งสมารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพโดยรอบ โดยมีเสียงกระแสน้ำไหลคลอไปด้วย ซึ่งจุดแช่เท้ามีหลายจุดกระจายตัวทั่วหมู่บ้าน เดินเล่นอยู่เมื่อยๆ ก็แวะแช่ได้

Sabakoyu Onsen (鯖湖湯) คือโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีอายุยาวนานที่สุดใน Iizaga onsen ตั้งแต่สมัยเอโดะ เป็นอีกจุดที่ผู้คนให้ความนิยม ทั้งมาถ่ายภาพ และมาใช้บริการแช่ออนเซ็น ซึ่งสนนราคาการแช่ออนเซ็นของผู้ใหญ่เพียง 200 เยน แต่เนื่องจากที่นี่ปิดวันจันทร์เราเลยคลาดแคล้วอย่างน่าเสียดาย

แต่อาการอกหักเยียวยาได้ด้วยของกินยังดีที่ฝั่งตรงข้ามยังมีน้ำแข็งไส สนนราคา 150 เยน รสสตรอเบอร์รี่ชื่นใจ ถ่ายกับหอคอยส่งน้ำแลนมาร์คที่ไม่ควรพลาดของที่นี่ หากใครพักเรียวกังที่นี่สามารถใส่ชุดยูกาตะออกมาชมเมืองได้บรรยากาศเมืองเก่ามีความวินเทจมาก นอกจากออนเซ็นบริเวณโดยรอบยังมีศาลเจ้า และสถานที่น่าสนใจมากมาย

 

ปิดท้ายด้วยร้านของดีของเด็ดของที่นี่ คือ  enban gyoza  ซึ่งลือเลื่องถึงรสชาติความอร่อย และแน่นอนว่าวันนี้วันจันทร์ ฉะนั้นจึงนก แต่ว่าไม่เป็นไรเพราะเราค้นพบออนเซ็นที่เปิดให้บริการวันนี้แล้ว ตามมาเลย

>>รายละเอียด Iizaka Onsen <<

        ที่อยู่ : Totsunashita, Iizakamachi, Fukushima, Fukushima Prefecture, Japan

        การเดินทาง : นั่งรถไฟท้องถิ่นสาย Fukushima Kotsu จากสถานี Fukushima ลงสถานี  Iizaka Onsen (370 เยน) สามารถเดินเที่ยวได้ตั้งแต่ที่สถานี

        Website : Iizaka Onsen

Iizaka Onsen Hakoyu (波来湯)

        Iizaka Onsen Hakoyu (波来湯) เป็นอีกออนเซ็นสาธารณะที่มีอายุกว่า 200 ปีภายหลังจากการปรับปรุงอาคารมนปี 2011 ก็พร้อมให้บริการอีกครั้ง ซึ่งตัวอาคารตกแต่งคงเอกลักษณ์ของเก่าแก่ของสถาปัตยกรรม ทว่าก็เต็มไปด้วยความทันสมัย เช่นมีลิฟต์ ภายในเพื่อความสะดวกของผู้มาใช้บริการ

        ลงลิฟต์ไปที่ชั้น b1 จะพบกับฟรอนต์คุณป้าใจดี ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แต่ใจเราสื่อถึงกัน ได้ความว่า ค่าใช้บริการแช่ออนเซ็น 300 เยนโดยต้องซื้อคูปองที่ตู้ แล้วส่งคูปองให้คุณป้า และเดินเข้าด้านที่มีผ้าม่านสีแดงสำหรับผู้หญิงได้เลย

       ที่นี่ไม่มีบริการผ้าเช็ดตัว หรืออุปกรณ์ในห้องน้ำด้านใน ส่วนมากคนที่ใช้บริการที่นี่เป็นคนท้องถิ่นซึ่งเตรียมมาจากที่บ้าน ซึ่งก็มีจำหน่ายโดยชุดผ้าขนหนูผืนเล็ก แชมพู และสบู่ราคา 300 เยน ทั้งหมดนี่ซื้อแล้วเป็นของเรา ผ้าขนหนูเอากลับบ้านได้เลยจ้า
       ก่อนเข้าไปห้องแช่ก็แวะเก็บของ โดยที่นี่เป็นล็อกเกอร์หยอดเหรียญ 100 เยน ซึ่งเราก็เอากุญแจคล้องข้อมือ ซึ่งตอนเราเอาของคืนจะได้เงินคืน หลังอาบน้ำที่นี่ถือว่ามีอุปกรณ์พร้อม ทั้งไดร์ เครื่องชั่งน้ำหนัก กระจกแต่งตัว
Cr: http://www.fckk.co.jp/onsen/?page_id=2
        ออนเซ็นที่นี่มีให้เลือกสองอุณหภูมิคือร้อนปานกลางกับร้อนมาก โดยจะมีการแสดงอุณหภูมิให้เลือก มือใหม่หัดแช่แนะนำให้แช่บ่อร้อนน้อย หลังจากอาบน้ำก็ลงแช่ บอกเลยว่าออนเซ็นได้พัดพาความเมื่อยขบนานาที่สะสมจากการเดินทางให้หายไป พร้อมการเดินทางสู่จุดมุ่งหมายต่อไปแล้ว

>>รายละเอียด Iizaka Onsen Hakoyu <<

        ที่อยู่ : Totsunashita, Iizakamachi, Fukushima, Fukushima Prefecture, Japan

        การเดินทาง : เดินจากสถานี  Iizaka Onsen 1 นาที

       เวลาทำการ : 8.00-22.00 น. (ปิดวันอังคาร)

        Website : Iizaka Onsen Hakoyu

       ค่าบริการ : แช่ออนเซ็น 300 เยน/ อุปกรณ์อาบน้ำ 300 เยน

        โปรแกรมถัดไปเราใช้บริการแท็กซี่เพื่อพาเราตรงไปยังเป้าหมาย มิเตอร์แท็กซี่เริ่มที่ 510 เยน บอกคุณลุงคนขับถึงจุดมุ่งหมาย ประมาณ 10 นาทีรถที่พาเราผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยสวนพีชก็พาเราถึงที่หมาย สนนราคาแท็กซี่ 1880 เยน แอบแพง แต่ถ้ามาหลายคนคงคุ้มอยู่แหละ จ่ายเงินแล้วลุงก็บอกโน่นเดินไปทางนั้น โอเคเป็นคนว่าง่ายไปก็ไป และแล้ววว เราก็มาถึง
ผ่าง…ผ่าง…ผ่าง

 

Nakano Fudoson(中野不動尊) : ตระหง่านงาม ยลทิวทัศน์เย็นใจ

 

         นี่คืออันซีนฟุคุชิมะ เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของทริปเมืองนี้เลยก็ว่าได้ เพราะสถานที่จริงมีความอลังการกว่าในภาพ  Nakano Fudoson(中野不動尊) วันเซนอายุเก่าแก่ (คาดว่าสร้างเมื่อปี ค.ศ.1180) ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่อาคารไม้ขนาดสองชั้นสีแดง ตัดกับภูมิทัศน์กลางหุบเขาที่ยังชุ่มฉ่ำธรรมชาติสมบูรณ์
       เมื่อเดินเข้ามาซักพักจะพบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าเมื่อปะพรมบนร่างกายจะอำนวยโชคได้ จริงๆ แล้ววันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ทว่าทันทีที่เดินเข้าเขตวัด อากาศเย็นสบายเลยทีเดียว ประพรมจนชื่นใจก็ได้เวลาขึ้นบันไดตรงสู่ตัววัด

ตัววัดเร้นอยู่ท่ามกลางทิวไม้ต่างขนาด สีเขียว สีไม้ สีแดงตัดกันได้ภาพที่งดงามสู่คลองจักษุ  ต้นไม้ใหญ่รายรอบบอกอายุของสถานที่แห่งนี้ได้ดีทีเดียว เมื่อเดินสู่อาคารชั้นบนจะพบกับจุดสักการะอันวิจิตร

วัดนี้มีตำนานว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีก่อนโดยมีกวางตัวหนึ่งได้นำพระรูปหนึ่งนามว่า Kemyo dojin มาพบกับบริเวณนี้ และได้ยินเสียงของเทพเจ้าที่ประสงค์ให้สร้างที่แห่งนี้เป็นวัดพร้อมกับจุดเทียนขึ้นมา และแสงของเทียนนั้นก็ยังคงสว่างไสวมาจนถึงทุกวันนี้

ใครที่อยากดื่มด่ำกับบรรยากาศ เคล้าคลอเสียงน้ำตกสามารถรับชาแบบต้นตำหรับพร้อมขนมญี่ปุ่นก็เป็นอะไรที่ได้อรรถรสสนนราคาชุดละ 500 เยน
เมื่อออกจากบริเวณน้ำตกก็มีทางลงอีกทางที่พาเราชมธรรมชาติอันสดชื่น เป็นทางเชื่อมไปสู่ถ้ำที่มีมาแต่โบราณและนำเรามาที่บริเวณด้านหน้าที่เรามาถึงในตอนแรก ถ้าสนใจเครื่องราง ขนมของฝาก ก็ซื้อได้ตรงนี้ นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากไร่สวนของชาวบ้านแถบนี้ เป็นความโอท๊อปที่น่ารักเลยทีเดียวล่ะ

>>รายละเอียด Nakano Fudoson <<

        ที่อยู่ : Nakano, Iizakamachi, Fukushima, Fukushima Prefecture, Japan

        การเดินทาง : เดินจากสถานี  Iizaka Onsen 10 นาที โดยแท็กซี่ ราคา 1,880 เยน

หรือ ใช้รถบัส Fukushima Kotsu bus to nakano จากจากสถานี Fukushima  ไปลงที่ Nakano Fudoson ราคา 610 เยน (ขึ้นฝั่งหน้า S-Pal)

เวลาทำการ : 8:30-17:00 น. (กลางเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ปิด 16.00 น.)

        Website : Nakano Fudoson

         ค่าบริการ : เข้าชมฟรี

 

ขากลับถือโอกาสเดินเล่นจริงถ้าไม่อยากเดินก็สามารถขึ้นรถบัสได้โดยป้าย 中野不動尊入口(バス)  (nakanofudoson iriguchi)   ที่อยู่ห่างจากตัววัดประมาณ 350 เมตร ซึ่งมุ่งหน้าสู่สถานีฟุคุชิม่า โดยรถมีวันละ 6 รอบ(ไปกลับ เช็คมาเวลาที่ป้ายก่อนขึ้น)

 

 สองข้างทางที่นี่เต็มไปด้วยสวนพีชที่ส่งกลิ่นหอมออกมาเตะจมูก แอบเสียดายที่ไม่ได้เก็บพีช พอหวนคิดถึงอีกสองลูกในตู้เย็นก็ต้องเจียมตัว ความลุยเดี๋ยวมีข้อเสียตรงนี้ แต่ไม่เป็นไรก็ก็ดื่มด่ำทิวทัศน์ไป
เดินเพลินๆ (แต่แอบไกลนะ 3 กิโลเมตร ถ้าไม่ชอบเดินอย่างเรานั่งบัสเอาเนาะ) ก็มาถึงสถานี  Hanamizuzaka Station (花水坂駅) ซึ่งอยู่ก่อนสถานีอิซากะออนเซนหนึ่งสถานี ซึ่งที่นี่ไม่มีคนอยู่ เราสามารถซื้อตั๋วจากเครื่องแล้วเข้าไปรอรถไฟได้เลย  เป้าหมายของเราอยู่ที่สถานีฟุคุชิมะ จริงๆ ต่อจากนี้เราเล็ง Takayu Onsen เอาไว้แต่น่าเสียดายที่วันนี้ออกสายเลยไม่ทันรถ เลยขอแนะนำคนที่อยากเก็บที่เที่ยวให้ครบตามเป้าว่าควรเริ่มตอนเช้าราวๆ 7 โมงเช้า รถเที่ยวสุดท้ายจากป้ายรถบัสที่ตั้งอยู่ห่างออกไปมักอยู่ที่ไม่เกิน  4 โมงเย็น แล้วหลังจากนั้นก็เที่ยวเอาแถวๆ สถานีก็ได้
 
 เมื่ออยู่ที่ตัวเมืองบริเวณสถานีเราสามารถเดินไปสู่จุดต่างๆ ด้วยอุโมงค์ ขอบอกว่าด้านในอากาศเย็นสบายมาก จากป้ายรถเมล์ฝั่ง S-pal เราเดินลอดอุโมงค์มาที่หน้าสถานทีชินกันเซ็นฟุกุชิม่าเพื่อเดินตรงสู่ที่พัก

ยังคงปักหลักที่เดิมของีบเอาแรงก่อน ขอบอกว่าลิฟต์ที่นี่เป็นลิฟต์แล้วมองเห็นวิวมุมสูงสวยทีเดียว ในส่วนของลอบบี้โรงแรมก็มีหน้าต่างบานใหญ่เพื่อชมบรรยากาศโดยรอบ เป็นมุมถ่ายภาพที่โอเคไม่หยอกเชียวล่ะ

ITO YOKADO(イトーヨーカドー福島店) : ขาดอะไรหาได้ที่นี่

ถ้า S-Pal เป็นแหล่งช๊อป แหล่งรวมของกินนานา Ito Yokado ข้างโรงแรมที่พักของเรานับเป็นดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ท้องถิ่นที่เน้นไปทาง ของกิน ของใช้ทั่วๆ ไป ถ้า Pivot ใต้สถานี และ S-pal เต็มไปด้วยนักเดินทาง จะบอกว่าคนที่นี่นิยมมาจับจ่ายที่นี่ก็ไม่ผิด

ที่นี่มีสามชั้นแยกเป็นแผนกโดยชั้นหนึ่งเป็นของกินของใช้ทั่วไป ชั้นสองชั้นสามก็แบ่งเป็นหมวด จำพวกเสื้อผ้า เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา มากมาย ส่วนตัวเราอยากได้กระเป๋าพับ และอยากได้รองเท้าผ้าใบ ก็ได้ของดีราคาย่อมเยาว์จากที่นี่ ใครที่อุปกรณ์ไม่พร้อม หรืออยากหาของกินของใช้ก็จัดได้ที่นี่

ส่งท้ายทริปด้วยข้าวกล่องป้ายเหลืองรวมของทอด ยังกรอบดี๊ๆ ในราคาสี่ร้อยกว่าเยน  แน่นอนว่า Ito Yokado  นั้นมีแต่ของสดเป็นหลัก กล่องนี้ยังคงฝากท้องที่ S-pal ซอสอร่อยเวอร์วัง ฟินฟูลก่อนนอน

โดยรวมเมื่องฟุคุชิมะเป็นเมืองที่เที่ยวสะดวก โดยเฉพาะสถานีรถไฟที่สามารถเดินทางต่อไปได้ไม่ยาก

และความปลอดภัยสูง ชนิดที่หญิงสาวเที่ยวคนเดียวได้สบาย ในฤดูร้อนก็นับว่ามีความโดดเด่นทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรม

จบความประทับใจของเมืองฟุคุชิมะ แต่ยังไม่จบแค่นี้เพราะบล็อกต่อไปเราจะพาคุณไปสัมผัสกับอารยธรรมอันน่าตื่นตา

แต่จะเป็นเมืองไหน อย่าลืมติดตามนะคะ

 

ติดตามทิปส์เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้ที่

Website : https://chillchilljapan.com

Facebook : https://www.facebook.com/chillchilljapan/

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

Gasha-pond chill chill japan

เติบโตขึ้นทุกครั้ง เมื่อได้ไปที่ซึ่งไม่คุ้นเคย เพื่อเพิ่มเรื่องราวลงหน้าสมุดแห่งชีวิต

บทความที่เพิ่งดู

> Autumn Fukushima < Day 3 อลัง!! กับใบไม้เปลี่ยนสีที่ บึงน้ำ 5 สี (Goshikinuma)

“Road trip Fukushima” ขับรถดูใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวขึ้นเขา ลงแม่น้ำ สุดชิวนึกว่าอยู่ยุโรป *o*

Day 2 OuchiJuku โออุจิ จูกุ / To-no Hetsuri

Day 1 จากนาริตะ มุ่งสู่ ฟุคุชิมะ

Day 1 : เหินฟ้าสู่ Fukushima ชมวิว Science Space Park

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima