Japan Lifetstyle การเดินทาง บทความจาก Blogger รวมของอร่อย รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว แผนเที่ยว โรงแรมและเรียวกัง Hotel photograph Restaurant Tips Trips

6/11 : Tagoto Ryokan เรียวกังนอนสบายใน Aizu Wakamatsu

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

Tagoto Ryokan เรียวกังนอนสบายใน Aizu Wakamatsu

… รถไฟมาจอดสุดสาย Aizu Wakamatsu Station
… ซึ่งเป็นช่วงเวลาเย็น ท้องฟ้า เริ่มมืดมิด

ผมเดินแบกเป้อันหนักอึ้งลงจากรถไฟ ที่มาส่งสุดสายได้แค่สถานนีนี้ ที่ชื่อว่า Aizu Wakamatsu Station ซึ่งจะว่าไปแล้ว.. เมือง Aizu Wakamatsu แห่งนี้ ก็เป็นเมืองที่รู้จักกันดี ถือว่าเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ เมื่อมาเที่ยวจังหวัดฟุคุชิมะ เพราะมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย

ตอนนี้.. ผมอยากรีบเข้าที่พักมาก เพราะ เกรงว่าเรียวกังที่ผมได้ทำการจองมาล่วงหน้า เขาจะคอยอยู่ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว ผมจึงเริ่มเปิดแผนที่ เพื่อจะเดินจากสถานีไปยังเรียวกัง และ ก็พบว่า Tagoto Ryokan ที่ผมจะเข้าพัก ต้องเดินจาก สถานีรถไฟ Aizu Wakamatsu Station อยู่พอสมควรเลย เป้บนหลังก็หนัก จะเดินไปตอนนี้ก็อากาศหนาวเอาเรื่องเหมือนกัน แต่.. เผอิญเห็นว่า เรียวกังที่ผมจะไปพัก ก็อยู่ใกล้อีกสถานีเช่นกัน ชื่อสถานี Nanukamachi Station เดินจากสถานีแค่ 600 เมตรเอง ก็เลยลองต่อรถไฟอีกสายไปดีกว่า นั่งแค่สถานีเดียวเท่านั้น

ไม่นานรถไฟก็ออก สถานีเดียวนั่งไม่กี่นาทีก็เตรียมลงแล้วครับ

แล้วก็มาถึง Nanukamachi Station ซึ่งเป็นสถานีที่เล็กมาก

จากนั้น ก็เดินออกจากสถานีรถไฟ แล้วเลี้ยวซ้ายไปครับ ต้องเดินไปอีกประมาณ 600 เมตร ซึ่งระหว่างทางก็เงียบมาก แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งทุ่มดี แต่เหมือนว่าเขาเข้าบ้านนอนกันหมดแล้ว คือ บรรยากาศมันดูเงียบจริงๆ

 

Tagoto Ryokan เรียวกังพักสบาย

เดินฝ่าลมหนาวมาเรื่อยๆ.. ก็มาถึง Tagoto Ryokan แล้วครับ..

ผมได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากผู้ดูแลของที่นี่ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผมเดินทางไปถึงนั้น เหมือนจะเป็นช่วงเย็นมากแล้ว ผู้ดูแลที่คอยดูแลอยู่ในขณะนั้น พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ การสื่อสารจึงค่อนข้างลำบากหน่อย คร่าวๆ ที่พอเข้าใจก็ประมาณว่า.. ผมจองแบบที่พักรวมอาหารเช้า แต่ไม่รวมอาหารเย็น ถ้ายังไม่ได้กินอะไรมาให้รีบออกไปหาอะไรกินข้างนอก และ ที่นี่จะปิดตอน 23.00 น. จะไม่มีการเข้าออกในช่วงหลังจากนั้น ถ้าจะออกไปเที่ยวดึกๆ ก็ต้องรีบกลับมาไวๆ หน่อย อะไรประมาณนี้

เมื่อตกลงทำความเข้าใจระเบียบการเข้าพักกันแล้ว.. ผู้ดูแลก็พาเดินชมภายในที่พัก ..ว่าอะไรอยู่ตรงไหน? ทั้ง ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องทานอาหารเช้า เป็นต้น และพาผมเข้าไปยัง ห้องพัก ซึ่งอยู่บนชั้นสอง ต้องเดินขึ้นไปข้างบน โดยในห้องเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ทั้งที่นอนปูไว้ให้เรียบร้อย ชุดยูกาตะ ให้เปลี่ยน ชุดชงชา ส่วนห้องน้ำ และ บริเวณอ่างล้างหน้า จะอยู่นอกห้อง ไม่ไกล ซึ่งอยากบอกว่า.. ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ และบริเวณโดยรอบมันสะอาด และเป็นระเบียบมากๆ ครับ

ข้ามาในห้อง เก็บสัมภาระต่างๆ ให้เรียบร้อย ผู้ดูแลก็นำขนมมาให้ พร้อมชงชาร้อนๆ หอมๆ ให้ดื่ม

บริเวณกลางห้อง มีโต๊ะตัวเล็กๆ ไว้ให้นั่งพักผ่อน ก็ขอนั่งให้หายเหนื่อยสักหน่อยนะ

 

มื้อเย็นสุดชิล ใน Aizu Wakamatsu!

คืนนี้..หากออกไปข้างนอกต้องรีบกลับมาก่อน 23.00 น. ก็พอมีเวลาที่ผมจะออกไปหามื้อเย็นกินได้อย่างเหลือเฟือ ซึ่งตอนแรกกะว่าขออาบน้ำให้สบายตัวก่อนออกไป แต่..คิดว่า เดี๋ยวต้องได้เดินเหงื่อออกเหนียวตัวแน่เลย ก็เลยเก็บไว้อาบน้ำทีเดียวก่อนนอนเลยละกัน

และ จุดหมายร้านอาหารที่จะออกไปกินนั้นก็ไม่มีนะครับ ไม่ได้หาข้อมูลร้านอาหารมาเลย รอบๆ เรียวกังที่พักอยู่ก็ไม่มีร้านอาหารให้เห็น เงียบกริบมาก หรือว่า.. ปิดไปแล้วก็ไม่รู้ 55+ เปิดแผนที่ดู ก็เลยคิดว่า.. จะเดินไปตรงย่านที่มีร้านอาหารเยอะๆ ในเมือง Aizu Wakamatsu นี้ก่อน แล้วค่อยไปเดินๆ หาดู สนใจร้านไหนก็ค่อยเข้าไปกิน ซึ่งตอนแรกก็สนใจจะลองชิม ซาชิมิเนื้อม้า ของดีเมือง Aizu Wakamatsu เหมือนกันนะ แต่ร้านปิดซะงั้น ก็เลยอด.. จนเดินมาเจอร้านนี้แทน.. เอาร้านนี้แหละ หิวมากแล้วววว…

ร้านนี้ เป็น ร้านอาหารแนวกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่น(Izakaya) มีอาหารเมนูต่างๆ ให้ลองชิมมากมาย รวมไปถึงเครื่องดื่มมากมาย และ ที่น่าสนใจก็เพราะ ตัวเลขโฆษณาว่า เมนูละ 280 เยน นี่แหละครับ ก็เลยอยากลอง แถมหน้าตาอาหารก็ดูน่ากินดี ทริปนี้ขอมาลองนั่งร้านแบบนี้ดูบ้างนะครับ

เข้ามาตอนแรก เหมือนร้านจะเล็กๆ นะครับ พอเดินลึกเข้ามาอีกนิด นี่ก็ร้านใหญ่เหมือนกันเนี่ย มี ช่องสำหรับฝากรองเท้า ไว้ด้วย ซึ่งก็ต้องฝากเอาไว้ทุกคนก่อนที่จะเดินขึ้นไปข้างบนที่เป็นส่วนของห้องอาหาร

พนักงานที่นี่ ต้อนรับได้ดีมากเลย พาเดินไปนั่งที่โต๊ะ และนำเมนูอาหารมาให้ดู ซึ่งบรรยากาศภายในร้าน ก็มีโต๊ะอาหารหลายๆ โต๊ะอยู่ด้านใน และโต๊ะเหล่านั้นก็จะถูกกันด้วยผ้าม่านบางๆ ที่สามารถมองทะลุ หรือ ได้ยินเสียงคุยกันได้ มันก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบครับ

พนักงานงานคงเห็นผมงงกับเมนูภาษาญี่ปุ่นอยู่นาน ก็เลยยก เมนูอาหารแบบเป็น Tablet เลือกภาษาอังกฤษได้ และมีรูปตัวอย่างให้ดู เอามาให้ผมจิ้มๆ แล้วสั่งเองดูจะง่ายกว่าเยอะ

มาร้าน 280 เยน ก็ต้องลองสั่ง เมนู 280 เยน ตามที่เขาแนะนำ ก็ได้แนวปิ้งย่างมา 2 คู่ (คู่ละ 280 เยน) รู้สึกจะเป็นไก่ กับ เครื่องในไก่ รสหวานนิดๆ ออกเผ็ดหน่อยๆ เหมาะกับเป็นเมนูกับแกล้มของเขาล่ะ 55+

ผมเห็นในเมนู.. เขามีเมนูแนะนำอีกอย่าง ชื่อ Goya Chanpuru น่าลองเหมือนกัน แต่เมนูนี้จะราคา 480 เยน เป็นเหมือนมะระผัด เต้าหู้กับไข่ ใส่หัวหอมใหญ่ แล้วโรยด้วย ปลาหมึกแห้ง เวลาที่เสิร์ฟมาร้อนๆ ปลาหมึกที่โรยหน้ามา มันจะเหมือนเต้นได้ ขยับยุบยิบๆ เลย เป็นเมนูที่อร่อยดีครับ ไม่ผิดหวังที่สั่งมา เพราะ ผ่านไปไม่นาน เมนูนี้ก็ขึ้น Sold Out หมดแล้ว.. หมดไวมาก..

หนวดหมึกย่างซอส นี่ก็อร่อยใช้ได้.. หอมซอสมากเลย.. จิ้มกับมายองเนสหน่อยนะ อร่อย..

นั่งกินเล่นๆ ไปเพลินๆ ครับ บรรยากาศก็พอได้อยู่..

อันนี้ขอลองสักนิด.. สาเกร้อน เป็นสาเกพื้นเมืองของ Aizu Wakamatsu ซึ่งที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องการทำสาเกเช่นกัน (ราคา 280 เยน)

ส่วนตัวแล้ว.. ผมไม่เคยได้ลองชิม สาเกร้อน มาก่อน ก็รู้สึกว่า.. สาเกมีกลิ่นที่หอม และเวลาดื่มมันเข้ากับบรรยากาศหนาวๆ ในช่วงเวลาแบบนี้ดีนะ พร้อมกับมีอาหารมาทานนิดๆ หน่อยๆ ก็เหมือนเป็นการผ่อนคลายอย่างดี ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่าโอเคดีครับ.. และ ถ้าหากใครมาเที่ยว Aizu Wakamatsu แล้วสนใจจะมาที่ร้านนี้ ก็มาได้.. อยู่ใกล้ๆ กับ Aizu Wakamatsu City Office ครับ

นอนสบาย ใน.. เรียวกัง!

อิ่มจากมื้อเย็น.. ก็เดินกลับเข้าที่พัก Tagoto Ryokan ครับ

กลับมาถึงเป็นเวลา 22.00 น. ก็เตรียมตัว อาบน้ำ อาบท่า ซึ่งเขาก็มี ชุดยูกาตะ ไว้ให้เปลี่ยนด้วย

บริเวณอ่างล้างหน้า สะอาดมากๆ มีแก้วกระดาษสำหรับไว้แปรงฟันด้วย

ห้องอาบน้ำ อยู่บริเวณชั้นล่าง ซึ่งผมก็ได้ แจ้งเวลาที่จะอาบน้ำเอาไว้ก่อน (ประมาณ 22.00 น.) ผู้ดูแล ก็เตรียมน้ำร้อนเอาไว้ให้เรียบร้อย ภายในห้องก็มีส่วนของอ่างล้างหน้า ที่สำหรับนั่งชำระร่างกาย พร้อม สบู่ แชมพู ไว้ให้บริการ

เดินเหนื่อยๆ มาทั้งวัน ได้มาแช่น้ำร้อนอย่างนี้ ก็รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย อย่างฟินเลย.. ครับ

อาบน้ำ แต่งตัว เรียบร้อย.. ก็มานั่งจิบชาร้อน พักผ่อน นั่งเล่นดูทีวี(รายการของญี่ปุ่น) ไปเรื่อยเปื่อย ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ก็ดูไปงั้นๆ แหละครับ 55+

พอเริ่มรู้สึกง่วงๆ ก็เตรียมตัวเข้านอนได้ มีที่นอน ฟูก และผ้าห่มเตรียมไว้ให้พร้อม อากาศคืนนี้ค่อนข้างหนาว น่าจะหลับสบายตลอดคืน..

 

 

DAY 4 : 06.11.17
เช้าวันใหม่ ใน.. Aizu Wakamatsu!

 

ตื่นขึ้นมา.. ในเช้าที่มีหมอกจัด ผมได้นัดแนะเวลาทานอาหารเช้าไว้ เวลาประมาณ 07.00 น. ก่อนถึงเวลาอาหารเช้าผมก็จัดการทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ และลงมานั่งเล่นรอที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

วันนี้.. ก็เลยได้เจอผู้ดูแลอีกคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้ได้คำแนะนำดีๆ เยอะเลยครับ

สำหรับ.. ห้องอาหาร จะอยู่ที่ชั้นล่างเช่นกัน เป็นห้องอาหารรวม ที่ร่วมรับประทานอาหารเช้าร่วมกับผู้อื่น แต่ก็จะมีป้ายชื่อห้องกำกับ ว่าของใครนั่งตรงไหน ซึ่งชื่อนั้นก็มีอยู่ตรงพวงกุญแจห้องนั่นเอง อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็ค่อยๆ เทียบทีละตัวเอา หรือ อยากให้ชัวร์ก็ถามผู้ดูแลเลยง่ายดี 55+

มื้อนี้.. ผมลงมาทานอาหารเช้าเป็นคนแรกเลย ซึ่งแต่ละคนจะนัดเวลาลงมาทานไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน สำหรับผมขอนัดเช้าหน่อย เพราะจะรีบกิน แล้วรีบออกไปเที่ยวต่อ อาหารเช้ามื้อนี้.. น่ากินดีจริงๆ ครับ

ผู้ดูแลให้ผมเลือกอาหารจานหลัก ที่เรียกว่า Wappameshi เป็นเหมือนข้าวหน้าต่างๆ ที่เสิร์ฟมาบนชามไม้ โดยมีให้เลือก 4-5 แบบ ซึ่งผมก็ขอเลือกแบบเป็นปลาขาวตัวเล็กๆ ที่โปะมาบนข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ ดูเข้ากันได้ดี ส่งกลิ่นหอม และก็อร่อยอีกด้วย

เมนู Kozuyu ซุปพื้นเมืองของที่นี่ มีส่วนประกอบของผักต่างๆ ปรุงได้รสชาติเข้มข้น ซึ่งเมนูนี้ ผู้ดูแล ก็ได้นำเสนออย่างเต็มที่ และ ไม่ควรพลาดที่จะลองชิมครับ

เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ผมก็ขอตัวไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บของ เตรียมเช็คเอาท์ครับ

ได้เวลาที่ผม.. จะต้องเช็คเอาท์ออกจาก Tagoto Ryokan แล้วครับ ซึ่งผู้ดูแลก็ได้มอบของที่ระลึกให้ผมเล็กๆ น้อยๆ พร้อมถามผมว่ามีแผนจะไปเที่ยวที่ไหนต่อ? ซึ่งตอนแรกแผนของผมจะวนเที่ยวในเมือง Aizu Wakamatsu แห่งนี้ก่อนครับ แต่ก็ขอเปลี่ยนแผนกะทันหันโดยจะออกไปเก็บสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟลงใต้ อย่าง หมู่บ้านโบราณ Ouchi Juku และ Tono Hetsuri เสียก่อน ค่อยกลับมาเก็บสถานที่เที่ยวในเมือง Aizu Wakamatsu ในวันถัดไป.. และ ยังไง ตอนเย็นผมก็ต้องย้อนกลับเข้ามาที่ Aizu Wakamatsu อีกครั้ง ผู้ดูแลก็ใจดีให้ฝากสัมภาระเอาไว้ที่เรียวกังก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมารับคืนในตอนเย็น

ในวันนี้.. ผมจะนั่งรถไฟไป หมู่บ้านโบราณ Ouchi Juku และ Tono Hetsuri ซึ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเช่นนี้ ก็คงจะได้บรรยากาศที่สวยงามไม่น้อย

ติดตามชมการเดินทางในเส้นทางนี้ได้ ในตอนต่อไปนะครับ!

 

7 Days in Fukushima! | บันทึกการเดินทางเที่ยวฟุคุชิมะ 7 วัน

 

1/11 : Say Hi! Fukushima การเดินทางไปด้วย Shinkansen
2/11 : Iizaka Onsen นอนเรียวกัง แช่ออนเซ็น กินผลไม้สดๆ จากสวน!
3/11 : เดินไต่ Mt. Azuma แวะแช่ออนเซ็นที่ Takayu Onsen
4/11 : ตามหาความเหลืองที่ Azuma Sport Park พัก APA Hotel
5/11 : Goshikinuma Ponds ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี!
6/11 : Tagoto Ryokan เรียวกังนอนสบายใน Aizu Wakamatsu
7/11 : เที่ยวตามเส้นทาง Tono Hetsuri – Ouchi Juku นอน Niko Ryokan
8/11 : เที่ยววนไปใน.. Aizu Wakamatsu ด้วย Loop Bus 1 วัน
9/11 : Mishima Town เมืองเล็กน่ารัก และ รถไฟสายโรแมนติก!
10/11 : ปั่นจักรยานเที่ยวในเมือง Tadami แวะส่งท้ายทริปที่วัด Enzo-ji
11/11 : วิธีการนั่ง Night Bus จาก Fukushima กลับ Tokyo

Ryokan : 5 เรียวกังน่าพัก ใน.. FUKUSHIMA

 

การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker
Instagram : CHAILAIBACKPACKER
Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9
E-mail : chailaibackpacker@gmail.com
Website : www.chailaibackpacker.com

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

[ ของมันต้องโดน ] เที่ยวฟุคุชิมะยังไงไม่ให้พลาดรถไฟคะพี่ ?

[เปิดวาร์ปมาโผล่!] Day #1 เดินเล่นกลางทุ่งดอกทานตะวัน “Nunobiki plateau wind farm” และตกเย็นดื่มด่ำบรรยากาศออนเซ็น “Higashiyama Hot Spring”

[THE MUST 5 ITEMS] +!! ไอเท็มสุดฮิตจากไทยที่ไม่ควรลืม และต้องพกไปที่ฟุคุชิมะ!!!

ตายตาหลับ!! 4 พิกัดพาทัวร์กินผลไม้ในฤดูร้อนแห่ง lizaka onsen

ไปออนเซ็นมือและเท้า(ยุดะออนเซ็น)ที่บ้านคหบดีเก่า Kyu Horikiri-tei กัน!!

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima