Japan การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว โรงแรมและเรียวกัง

Fukushima Has Stolen My Heart

Rating Chart

5 average based on 4 ratings

  • Excellent
    4
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพื่อนๆ คงนึก โตเกียว โอซาก้า นิกโก้ เกียวโต แต่ที่สำคัญของทริปนี้เลยคือ ฟุคุชิมะ ซึ่งที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เยอะมาก ทริปนี้เราเลยจะพาเพื่อนๆ ไปตะลุยเที่ยวฟุคุชิมะ ลองเปิดตา เปิดใจ แล้วปล่อยให้หัวใจทำงาน เราเชื่อว่าหลังจากอ่านรีวิวจบเพื่อนต้องถูกฟุคุชิมะขโมยหัวใจไปเหมือนกับเราแน่นอน

ฟุคุชิมะเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคโทโฮคุ  ที่นี่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สมบรูณ์และสวยมากมาก ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเลสาบ สถานที่ชมซากุระ และใบไม้เปลี่ยนสี แล้วก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่างเมืองไอสึ วาคามัตสึ ทีเด็ดอีกอย่างของที่นี่ก็คือผลไม้สดนานาชนิดที่มีรสชาติหวาน หอม กรอบอร่อยกำลังดี

การมาเที่ยวฟุคุชิมะเราสามารถใช้ JR EAST TOHOKU PASS 5 DAY FLEXIBLE ราคา 19,000 JPY เที่ยวได้รอบๆเลย ซึ่งถ้าเพื่อนจะสนใจเดินทางมาเที่ยวที่นี่การซื้อ JR PASS ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะเราสามารถใช้พาสนั่ง NEX จากสนามบินนาริตะไปลงสถานี TOKYO และต่อ SHINKANZEN ตรงมายังฟุคุชิมะได้เลยถือว่าสะดวกมากๆที่สำคัญเจ้าพาสใบนี้ไม่ต้องใช้ติดต่อกัน 5 วันนะสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.his-bkk.com/japan-rail-pass/jr-east-pass จ้ะ

 

Fukushima Day 1 เปิดทริปตะลุยกินสตรอว์เบอร์รี่แบบไม่อั้น

หลังจากลงเครื่องที่สนามบินนาริตะเราก็ไม่รอช้ารีบนั่ง NEX มาลงสถานีโตเกียวเพื่อต่อ Shinkansen Yamabiko ไปยังฟุคุชิมะกันสำหรับรูทบินตรงตอนนี้ยังไม่มีนะเราเลยต้องมาต่อรถไฟกันที่สถานีโตเกียวแต่โดยรวมก็ใช้เวลาไม่นานจ้ะ

บรรยากาศภายในสถานีก็จะครึกครื้นหน่อยๆ เนื่องจากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์รอไม่นานรถไฟก็มาจอดเทียบที่ชานชาลาพวกเราก็กุลีกุจอกันขึ้นรถมันก็ออกจะตื่นเต้นหน่อยๆ เพราะทริปนี้ถือเป็นทริปแรกของเราที่ฟุคุชิมะ

?นอกจากเรื่องเที่ยวกระเป๋าเดินทางเราก็ต้องให้ความสำคัญนะโดยเฉพาะสาวๆ แน่นอนดีไซน์ และสีต้องมาเป็นที่หนึ่ง ไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เราก็ไม่พลาด เลือกกระเป๋าเดินทางสีสันสดใสของ COVE Luggage กระเป๋าเดินทาง รุ่น Sapphire Series นอกจากดีไซน์หรูแล้ว คุณภาพเลิศยังเลิศ น้ำหนักเบา เเข็งเเรง ล้อลื่นแข็งแรง ทนทาน ไม่มีวันแตก ด้วยสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ลิ้งด้านบนเลยจ้ะ

สื่งแรกที่ต้องทำเมื่อมาถึงสถานนีรถไฟฟุคุชิมะคือเข้าไปยัง FUKUSHIMA TOURIST INFORMATION CENTER เพื่อหยิบโบชัวร์และขอคำปรึกษาแนะนำการท่องเที่ยวในฟุคุชิมะที่นี่เค้ามีข้อมูลโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับจังหวัดฟุคุชิมะเยอะเลยก่อนเข้าเมืองเที่ยวแวะสักหน่อยก็ไม่เสียหายนะ

ก้าวแรกเมื่อเดินออกจากสถานีกริ๊ดลั่นมากเมื่อเห็น หิมะ มันคือหิมะขาวปุกปุยมากๆ นี่เป็นครั้งที่สองของเราในการมาเยือนญี่ปุ่นตอนมีหิมะ มากี่ครั้งก็ประทับใจทุกครั้งเจอแล้วเป็นต้องอดไม่ได้ที่เข้าไปเล่น

หลังจากได้ข้อมูลเที่ยวเรียบร้อยแล้วเราก็เริ่มทริปเลยจ้ะ อย่างที่เกริ่นตอนต้นว่าฟุคุชิมะเป็นเมืองแห่งผลไม้เราก็จเลยจะพาไปเก็บและชิมสตรอว์เบอร์รี่สดๆ ที่ Anbyo Ichigo Park ที่นี่เค้าเปิดให้เที่ยวชมฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือเราจ่ายเงินเพียงคนละ 1500 เยนเราก็สามารถทานสตรอว์เบอร์รี่สดๆ แบบเด็ดเองจากมือได้ไม่อั้นภายในสามสิบนาทีอ่ะแก คือมันดีมากจริงๆ สตรอว์เบอร์รี่ที่นี่ลูกใหญ่ กรอบ หวานหอมมาก จ่ายแค่ 1500 เองคุ้มมากเลย

เราสามารถเลือกและเด็ดชิมได้เลยฟินกันไปเออที่นี่เค้ามีนมข้นขายด้วยนะ ขอบอกเลยว่าสตรอว์เบอร์รี่กับนมข้นเป็นอะไรที่ฟินโคตร

ถ้าใครกินไม่จุใจในเวลาสามสิบนาทีเค้ามีให้ชื้อกับบ้านในราคา 300 เยนเองแก ถูกมากกกกกกกก

หลังจากฟินกับเจ้าสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ที่พักเลยจ้ะเนื่องจากที่พักของเราวันนี้เป็น SKI RESORT ที่ตั้งอยู่บนเขาต้องใช้เวลาเดินทางนิดนึงแต่ก่อนขึ้นรถอย่างว่าอ่ะเนอะเมืองเป็นเมืองร้อนมันก็เลยจะตื่นเต้นกับหิมะขาวๆ ปุยๆ หน่อยนึงเลยขอเก็บรูปหิมะฟินไปลงโชเชียลเพื่อนๆ ซะหน่อย

วิวระหว่างทางไปโรงแรมเอาจริงฟุคุชิมะสวยมากๆสวยกว่าที่เราคิดเยอะมากธรรมชาติสมบูรณ์แต่ละที่ก็สวยจับใจเลย

เนื่องจากที่นี่เป็นหน้าหนาวมันก็เลยจะมืดเร็วหน่อย กว่าเราจะมาถึงโรงแรมฟ้าก็มืดพอดีอย่างที่เราว่าวันนี้เราเลือกนอน SKI RESORT  จะบอกว่าที่ FUKUSHIMA มี SKI RESORT สวยๆ ไม่แพ้ที่อื่นเลยนี่ยังว่าตัวเองเลยว่าเรามองข้ามเมืองนี้ไปได้ยังที่พักก็สวย แถมราคาไม่แพงถ้าเทียบกับสกีรีสอร์ทที่ฮอกไกโดเลยนะ

ที่พักของเราวันนี้ชื่อ Urabandai Grandeco Tokyu Hotel เป็นสกีรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่ ตั้งอยู่บนเนินเขาสิ่งความอำนวยสะดวกครบครับมีกิจกรรมให้เราเลือกทำหลากหลายทั้งเล่นสกี ขี่สโนว์โมบิล เดินเล่นบนหิมะ ตัวห้องพักมีให้เลือกตามจำนวนแขก จะมาเดียวมาคู่หรือมาเป็นครบครัวก็สามารถทำได้หมด โดยห้องที่เราพักเป็น Western Room แบบ Dubble Bed ขนาดห้องใหญ่กำลังดี แบ่งเป็นสัดส่วนไม่อึดอัด เตียงนอนนุ่มดูดวิญาณมากบอกเลย

มาญี่ปุ่นทั้งทีถ้าไม่แช่ออนเช็นก็เหมือนมาไม่ถึงเนอะที่นี่เป็นรีสอร์ทขนาดจะไม่มีออนเซ็นก็ไม่ได้ขอบอกเลยว่าออนเซ็นที่ฟินมากสวยและสบายมากแต่เป็นบ่อรวมนะ ใครที่ไม่เคยต้องลองมันเป็นเสน่ห์ของการมาเที่ยวญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง เราไม่มีรูปนะเพราะเค้าห้ามถ่ายจ้ะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Urabandai Grandeco Tokyu Hotel

การเดินทาง : ลงที่สถานี JR Inawashiro Station จากนั้นนั่ง FREE shuttle bus ของโรงแรม ใช้เวลา 35 นาที (*กรุณาจองล่วงหน้า) ลงที่สถานี JR Koriyama Station ขึ้น Local Bus (ไม่ฟรี) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที
หากขับรถไปเอง พิกัด : https://goo.gl/maps/SdqN9sBRQ272
โทรศัพท์ : 0241-32-2530

Urabandai Grandeco Tokyu Hotel_Dinner Set

หลังจากที่เก็บของเรียบร้อยวันนี้เราใช้บริการมื้อเย็นของโรงแรมที่ Urabandai Grandeco Tokyu Hotel เค้ามีร้านอาหารให้บริการทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็นเลยในส่วนของมื้อเย็นวันนี้เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบท้องถิ่นแท้ๆ ที่ได้ฟีลแบบนิปปอนที่แท้ทรูเดิมที่เราไม่ค่อยถนัดอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่ แต่ก็สามารถทานได้อาหารมื้อเย็นมาเป็นเชตมี ออเดริฟ ของหคาวและปิดท้ายด้วยของหวานครบ รสชาติโดยรวมแล้วโอเครจ้ะ หลังจากที่กินมื้อเย็นเราต่างก็เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางก็แยกย้ายกันเข้านอนกันไป

 

Fukushima Day 2 ตะลุยเที่ยวเล่นหิมะกันแบบฟินๆ

ตื่นเช้าต้อนรับเช้าวันที่สองอันสดใสวันนี้พลังมาแบบเต็มสิบเพราะเราออมแรงกันเพื่อมาตะลุยเล่นหิมะกันแบบฟินๆ ทั้งเลยจ้ะข้อดีของการพักสกีรีสอร์ทก็คือการมีกิจกรรมให้เราเลือกทำได้หลายหลายเราสามารถใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทได้ตลอกทั้งทริป หลังจากที่ตื่นมารับประทานอาหารแบบบุตเฟ่ของโรงแรมเรียบร้อยเราก็เตรียมตัวเพื่อไปเล่นหิมะกัน

กิจกรรมแรกของวันนี้คือ Snow Playing and Snow Rafting ก็แปลตรงตามตัวเลยจ้ะคือนอนเล่นกลิ้งบนหิมะแต่!!!!!!!  Highlight มันอยู่ที่ SNOW BANANA BOAT (อันนี้ตั้งเองนะถ้าให้ถูกต้องเป็น Snow Rafting) งงอ่ะสิ่งง นึกไม่ออกใช่มะว่ามันคือเดี๊ยวมีเฉลยก่อนจะเล่นเราก็ต้องเช่าชุดตะลุยหิมะกันก่อน ที่โรงแรมเค้าชุดให้เราเช่า ซึ่งค่าเช้าไม่แพงเลยแค่คนละ 3,200 เยน อุปกรณ์ครบเซ็ค ทั้งเสื้อกางเกง แว่นตา ถุงมือ

หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องครบ คนพร้อมหิมะพร้อมก็ลุย!!!!!!!!!!!!  หิมะจ๋าฉันมาแล้ววววววววววว!!!!!!!!!!!!!

เฮ้ยเค้ามาเล่นไม่ใช่มานอนตามประสาคนไม่ได้เจอหิมะบ่อยๆเราก็ต้องอยากใกล้ชิดเป็นธรรมดาก็นอนเลยจ้ะขอบอกเลยชุดที่เช่ามันดีมากจริงๆ มันกันลมกันหนาวได้ดีมากทำให้เราสนุกกับหิมะได้ทั้งวันเลยคุ้มค่าเช่ามากมายจริงกิจกรรมนี้มันง่ายมากๆ คือเล่น เล่น เล่นแล้วก็เล่นหิมะนั่นแร่ะ เนื่องจากสมาชิกในทริปไม่มีใครเล่นสกีเป็นเราเลยพอใจที่จะเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาบนหิมะกัน

แต่!!!!!!!!!!! บอกว่าเรามีไฮไลต์เราไม่มาเล่นๆ อย่างเดียวเพราะเราจะมาเล่น Snow Rafting หรือ สกีบานาน่าโบ๊ต กันงงอ่ะสิ่ว่ามันคืออะไร ไม่ต้องงงเพราะมันคือบานาน่าโบ๊ตแบบบ้านเรานั่นแร่ะแต่มันเดิรน์กว่านั้นคือเปลี่ยนจากเล่นในทะเลมาเป็นเล่นบนหิมะ!!!!! แทนแล้วมันก็มันส์ สนุกมากกกกกกกกกก (สนุกแบบ ก ล้านตัว)

เพราะหลังจากที่เราฟอร์มทีมนั่งประจำที่แล้วคุณลุงขาเฮ้วก็จะนำเจ้า สโนว์โมบิลมาลาก ลาก ลากแบบไม่เกรงใจสายแปดบ้านเราเลยแร่ะ มันเร็ว มันส์และสนุกมากจริงๆ ถ้าไปพักที่ Urabandai Grandeco Tokyu Hotel อย่าลืมไปลองเล่นกันนะค่าเล่นก็ไม่แพงเลยแค่คนละ 1000 เยนเท่านั้น

เล่นเสร็จก็มาแอคติ้งถ่ายรูปกับเจ้าสโนว์โมบิลสุดเท่เป็นที่ระลึกซะหน่อย

พอได้เจอหิมะหน้ามันระรื่นนิดนึงทริปนี้มีความสุขแก้มแดงตลอดวันตกหลุมรักฟุคุชิมะแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยจ้ะ

หลังจากเสร็จกิจกรรมนอนเล่นกลิ้งบนหิมะกันแล้วก็กินเวลาไปครึ่งวันน้ำย่อยมันก็ออกมารอแล้วจ้ะเนื่องจากวันนี้เราจะย้ายที่นอนกันเราเลยต้องมูฟของออกเพื่อเตรียมไปนอนสกีรีสอร์ทอีกที่นึง แต่ระหว่างทางเรามีกิจกรรมน่ารักแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นมาอวดแต่ก่อนจะไปทำกิจกรรมกองทัพต้องเดินด้วยท้องถึงจะถูกเราเลยไปทานมื้อเที่ยงกันที่ Gold House Meguro อยู่ที่ Lake Hibara

มื้อนี้ถูกปากเรามากเป็นเมนูข้าวอบคล้ายข้าวอบหม้อดินที่บ้านเราความที่ชอบข้าวญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมื้อก็ฟาดเรียบไม่มีเหลือจ้ะ นอกจากที่นี่อาหารจะอร่อยแล้ววิวของร้านแบบโคตรสวย สวยใจละลายเลยเพราะด้านหลังเป็นวิวของ Lake Hibara ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนแข็งเป็นลานสกีให้รถสามารถวิ่งได้เลย ข้าวก็อร่อยวิวก็สวย โอ๊ยโดนขโมยหัวใจไปอีกแล้ว

หลังจากอิ่มท้องกับมื้อเที่ยงเราก็ไปต่อกันกับกิจกรรม ชม Wakasagi fishing กันต่อ

IMG_0906

Wakasagi fishing  มันคือกิจกรรมตกปลาในกระท่อมท่ามกลางวิวทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา BANDAI ด้านหลังมันก็ฟิน ฟิน ฟิน สิคะกิจกรรมด้านในกระท่อมก็ไม่มีอะไรค่ะคือนั่งตกปลาตามรูที่เค้าเจาะไว้แล้วก็นั่งคุย ปิคนิค จีบกันไปชิลๆ 555 เนี่ยมันคือความน่ารักในแบบฉบับของญี่ปุ่นที่เราหาไม่ได้จากที่อื่น สามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.g-megu.com/

วิวระหว่างทางนั่งสโนว์โมบิลคือมันสวยมาก สวยแบบใจละลาย ฟุคุชิมะเอาใจพี่ไปเลย 5555

อากาศหนาวหนักใช่ไหมเราก็ต้องจัดไอศกรีมให้หนาวเอาให้รู้กันไปว่าใครจะทนไหว

หลังจากเสร็จกิจกรรมเราก็เดินทางต่อไปยัง Urabandai Lake Resort ที่พักของเราในคืนนี้ แต่ที่นี่เป็นมากกว่าที่พักเพราะเรามีกิจกรรม SKI TREKKING บนรูท Goshiki-numa Pond เบาเบา

นั่งรถมาไม่นานก็มาถึง Urabandai Lake Resort ที่พักของเราในคืนนี้ ขอบอกเลยว่ารีสอร์ทนี้ใหญ่มากมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของครบจบที่เดียวเลย บ่อแช่ออนเช็นก็ดีงามมากทีเดียว สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม และขอบอกเลยว่าวิวดีมากๆ

มีร้านขายของฝากให้เราเลือกซื้อกลับบ้านด้วยนะภายในก็มีสินค้าให้เลือกเยอะมากๆ เป็นห้างย่อมๆ เลยถ้ามาพักที่นี่อย่าลืมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชีสนะอร่อยมาก

ร้านขายของฝากของที่นี่เค้าไม่ได้มาเล่นๆ นะ ร้านใหญ่ของเยอะช็อปเพลินเงินหมดกระเป๋าเลยจ้ะ

มาญี่ปุ่นพักสกีรีสอร์ทถ้าไม่แช่ออนเซนก็เหมือนมาไม่ถึงเนอะบ่อออนเซนของที่นี่ดีต่อใจมากบ่อใหญ่วิวสวยดีงาม ฟินมากๆ

แต่สิ่งที่ดีงามที่สุดของรีสอร์ทแห่งนี้คือบาร์ค่ะมันดีงามมาก ตกแต่งสวยงาม โมเดริน์ทันสมัยมากๆ บาร์ที่นี่เค้าถึง เที่ยงคืน ภายในเค้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอลให้บริการ และก็มีเครื่องเล่นให้เราทำกิจกรรมกับเพื่อนไม่ว่าจะเป็น ห้องคาราโอแกะ ไดฟ์กอล์ฟ ปาเป้า สนุกเกอร์ โอ๊ยเพลินกันไปยาวๆ

เจ้าเครื่องนี้ดูดเงินเรากับเพื่อนไปเยอะมากๆ ค่าเล่นก็ถูกแสนถูกคนละ 100 เยนเท่านั้นแกนี่ก็เล่นกันเพลินยันบาร์ปิดเลยจ้ะ

มาดูในส่วนของห้องพักกันบ้าง คืนนี้เราได้นอนห้อง Western Room  แบบเตียงคู่ห้องกว้างมากๆ นอนคนเดียวมันก็จะเหงาหน่อยๆ เพราะห้องมันกว้างเกิ้น แต่เตียงนี้แบบดีงามหมอนนุ่มหนุนสบายทั้งคืน ภายในห้องก็แบ่งเป็นสัดส่วนดี อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เออที่นี่เค้ามี Router Wifi ให้ด้วย สามารถโทรกลับไทยได้  ด้วยแร่ะดีงามเนอะ

หลังจากที่พาไปสำรวจรีสอร์ทเก็บของเรียบร้อยเราก็จะพาเพื่อนไปเดินเทร็คกิ้งบนหิมะกับ route รอบๆ Goshiki-numa Pond ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางรีสอร์ทเค้าจัดเตรียมไว้ให้ลูกค้าที่ต้องการเดินไปชมทะเลสอบห้าสีและวิวภูเขารอบๆ ในราคาเพียงคนละ 4500 เยนเท่านั้น ราคานี่รวมทุกอย่างแล้วไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง รองเท้า ถือว่าถูกและคุ้มมากๆ เพราะวิวที่ได้มันแบบ ว้าว ว้าว ว้าวมากกกกกกกก

สำหรับเรานี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เดินมินิ TREKKING บนหิมะ แต่แค่เห็นวิวเราก็แทบจะร้องกริ๊ดๆๆๆๆ เพราะว่ามันสวยแบบใจละลายมากๆ รักๆๆๆ ฟุคุชิมะจังเลยวิวสองข้างทางที่เดินมันสวยจนเกินบรรยารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเอลช่ามากๆ เราถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาและต้นไม้ที่เต็มไปด้วยหิมะมันจะดีเกินไปแล้วฟุคุชิมะ

กิจกรรมการเดินเทรคบนหิมะนี้ใครๆ ก็สามารถเดินได้จ้ะเพราะก่อนเดินเค้าจะมีคุณครูสอนเราใช้อุปกรณ์ก่อน มันก็ไม่ยากอะไรมีไม้ค้ำที่ช่วยให้เราสะดวกมากยิ่งขึ้นส่วนเส้นที่เดินก็จะมีคุณครูคอยนำทางและดูตลอดกิจกรรมจ้ะไม่ต้องกลัวหลง

วิวทะเลสอบย่อมๆ ก่อนเส้นทางเดินแค่ทางเข้าก็ว้าวแล้วอ่ะ

จับกลุ่มเดินกับชิลมีคุณครูคอยดูแลตลอดการเดินทางเดินไปคุยไปคุยชมวิวสวยๆ ไปชีวิตดี๊ดี แค่เห็นวิวก็คุ้มค่าทริปแล้วอ่ะ

ไฮไลต์ของทริปคือทะเลสาบห้าสีคือวิวที่เราเห็นมันสวยจนเกินจะบรรยากาศรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจมาทริปนี้

ขอเก็บภาพวิวสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึกระหว่างที่นั่งพิมรีวิวนี้ก็นั่งยิ้มมีความสุขที่ได้พาตัวเองไปยืน ณ สถานที่แห่งนั้น ฟุคุชิมะ เอาใจเราไปอีกแล้ว

ระหว่างทางเดินมันก็มีจะมีพาดโผนนิดๆ ให้พอกระซุ่มกระซวยเนอะสนุกดี

หลังจากเดินเล่น สไลเดอร์บนหิมะเราก็มาถึงจุดไฮไลต์ที่สองของทริป นั่นก็คือทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมด้วยเบื้องหลังตัวทะเลสอบถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวปุกปุยตัดกับท้องฟ้าสีฟ้ามันดีขนาดไหนดูภาพเอา

เดินกันมาจนสุดทริปคุณครูผู้นำทริปก็แอบเซอร์ไพส์น่ารักๆ นั่นก็คือให้เราชิมหิมะราดน้ำผึ้งกับชาร้อนๆ เพื่อคลายหนาวครั้งแรกให้ชีวิตในการกินหิมะราดน้ำผึ้งเอาจริงมันก็อร่อยดีอ่ะ 5555

หลังจากชิมหิมะเสร็จเราก็พากันเดินกลับรีสอร์ทเพื่อไปทานอาหารเย็นจะว่าก็แอบเหนื่อยเหมือนกันนะพอเราใช้พลังงานเยอะน้ำย่อยก็ออกมาทำงานแล้วจ้ะ

เดินเล่นชมวิวหิมะกันจนเพลินจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าพอดี

มื้อเย็นของเราวันนี้ก็จะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารเย็นของทางโรงแรมซึ่งเราชอบบุฟเฟ่ต์ของที่นี่มากๆ เพราะมีอาหารให้เราเลือกกินหลายหลาย ทั้งเนื้อย่าง ซูซิ สลัด ข้าว ติ่มซำ และอื่นอีกเพียบ เออ ของหวาน เครื่องดื่มก็ดีงาม

ที่นี่เค้ามีบุฟเฟ่ต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เราด้วยนะแต่ต้องเพิ่มเงินนิดหน่อย มีทั้งเบียร์ สาเก เหล้า บรั่นดี ครบเลยถ้ากินทุกอย่างรับรองเมาแน่นอน

หลังจากที่ทานข้าวเย็นเสร็จหลังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนกันแล้วเพราะว่าวันนี้เราทำกิจกรรมกันทั้งวันเรากับเพื่อนก็เลยตัดสินใจแยกย้ายกันเข้านอนเก็บแรงไว้เที่ยวต่อวันพรุ่งนี้ คร่อกฟี้~~~~~

 

Fukushima Day 3 —-> ชิมสาเก กินราเมน ชิลคาเฟ่ เที่ยวทะเลสาบ

ทริปในวันที่สามของเราที่ฟุคุชิมะ วันนี้จะเน้นไปทางเรื่อง กิน กิน กินแล้วก็กิน เริ่มกันที่ที่แรกเลยเราจะพาไปชิมสาเกกัน แหม่!!! เมากันแต่เช้าเลยโรงงานสาเกที่เราจะพาไปชิมชื่อ Homare Breway ,Unreian โรงงานนี้เค้ามีสาเกที่มีรางวัลการรันตีรสชาติที่หอม หวาน กลมกล่อมแบบเยอะมากๆ เลย

เห็นหิมะก็อดจะเก็บภาพไม่ได้รูปนี่ได้ฟีลดี ทั้งทริปเราก็ชอบพูดติดตลกตลอดเวลาว่า พี่ชายฉันหนาว 5555

เห็นขวดสาเกที่อยู่ข้างหน้าขอบอกว่าเราไล่ชิมทุกอัน 555 เอาจริงมีมึนเลยนะแต่มีแต่คนอ่อนแอเท่านั้นที่เมาเราไหวจัดไปเบาเบาชิมมันทุกขวดเพื่อจะได้ไม่เสียเที่ยว

ไม่แน่ใจว่าชิมไปกี่แก้วแต่หน้าแดงดูเหมือนกันค่อนข้างแน่ใจว่าถ้าอยู่ต่ออีกสักหน่อยคงจะเมาแน่ๆ เพราะสาเกของเค้ารสชาติดีมาก ได้รางวัลการันตีแทบจะทุกขวด แถมรสชาติก็อร่อยทุกขวดเหมือนกัน แต่ที่ชอบสุดๆคงเป็น สาเกส้มยูสุ ดีงามหอมอร่อยแพร่บๆๆ

ที่โรงงานสาเกแห่งนี้เค้ายังมีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่สวยๆ ไว้ให้เราชมวิวแบบพาโนราม่าด้วยนะแต่เนื่องจากตอนนี้เป็นหน้าหนาวสวนมันก็เลยจะเต็มไปด้วยหิมะ แต่ก็สวยๆ นะได้ฟีลไปอีกแบบ

หลังจากชิมสาเกกันเสร็จเราก็ไปจะพาไปชิมราเมนเจ้าดังกันต่อแต่ก่อนที่จะไปชิมเราต้องไปหาความรู้เกี่ยวกับราเมนที่ Kitakata Ramen Jinja กันก่อนที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ราเมนขนาดย่อมๆ เล็กกะทัดรัดน่ารักตามแบบฉบับญี่ปุ่น

มีเครื่องรางขายด้วยนะ

ถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนูนะจ้ะเพราะที่นี่เค้ามีทั้งศาลเจ้าราเมน ข้อมูลเกี่ยวกับราเมนแบบต่างๆ โบชัวร์ร้านราเมน จุดถ่ายรูปในถ้วยราเมน รวมถึงร้านค้ามินิที่ขายมินิซอฟครีมราเมนย่อมๆ ขอบอกเลยว่ารสชาติเจ้าถ้วยจิ๋วนี้เหมือนราเมนมากๆอร่อยดีใครแวะไปอย่าซื้อชิมนะ

เที่ยวกันจนเพลินเหลือบมองนาฬิกาอีกทีอ้าวเที่ยวแล้วน้ำย่อยก็ออกมาประท้วงอีกแล้ว มาญี่ปุ่นทั้งทีไม่ได้กินราเมนก็เหมือนมาไม่ถึงมื้อนี่เราเลยไปจัดราเมนเจ้าดังอย่าง บันไน โชคุโด (坂内食堂 – Bannai Shokudo) แห่งเมืองคิตะกะตะ (喜多方市 – Kitakata) จังหวัดฟุคุชิมะ ของดีขึ้นชื่อของเมืองสายแดกอย่างเราต้องไม่พลาด

ปกติร้านนี้คิวจะยาวมากแต่วันนี้โชคดีมากที่ไม่ต้องต่อแถวเลย อาจจะเป็นเพราะมีหิมะตกหนัก ร้านดังขนาดนี้เราก็ต้องเข้าไปจัดถือว่าโชคเข้าข้างคนหิวโหยอย่างเรา

ราเมนของที่นี่เค้ามีโรงงานที่ผลิตเส้นราเมนเป็นของตัวเองเลยทำให้เส้นของเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบ น้ำซุปราเมนก็เป็นแบบซุปเกลือ เมนูขึ้นของที่นี่ก็ทุกจะเมนูเลยเราตกลงกับเพื่อนว่าสั่งไม่เหมือนกันจะได้ชิมของทุกคน 555

ในส่วนของเมนูของเราเป็น นิคุ โซบะ ชาชูเมง Niku Soba (chashumen) ราคา 950 เยน เป็น Shio Ramen หรือราเมงเกลือ

น้ำซุปคือดีงามพระรามแปดมาก รสชาติหวานหอมกลมกล่อม  ตัวเส้นหยักใหญ่ เหนียวนุ่มกำลังดี หมูชาชูแทบจะละลายในปาก โอ๊ย!!!!!!  ดี ดี ดี ฟุคุชิมะเอาใจเราไปอีกแล้ว

ร้านนี้แนะนำเลยนะใครมาเยือนเมืองคิตะกะตะ เมืองแห่งราเมนห้ามพลาดเจ้านี้เด็ดขาด

กินราเมนเสร็จอย่าลิมแวะถ่ายรูปกับศาลเจ้าข้างๆ ร้านนะเค้ามีเสาโทโอริมาตั้งให้เราเก็บภาพด้วยแร่ะหลังจากอิ่มท้องแล้วเราก็เดินทัพกันต่อไปยัง  Tenkyōkaku เท็นเคียวคะขุ วิลล่ากันต่อ 

Tenkyōkaku เท็นเคียวคะขุ วิลล่า คฤหาสน์สุดสวยของราชตระกูล อาริสึกาวะโนะมิยะ ซึ่งเป็น Royal Family ของอดีตจักรพรรดิ ถูกสร้างขึ้นในปี 1908 เป็นบ้านพักต่างอากาศที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามเพราะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ Lake Inawashiro ปัจจุบันดูแลโดยจังหวัดฟุคุชิมะ ค่าเข้าคนละ 360 เยนต่อคน

บรรยากาศภายในวิลล่าถูกตกแต่งอย่างหรูสมฐานะที่นี่มีเตาผิงไฟถึง 22 เตา ญี่ปุ่นในสมัยก่อนถ้าบ้านไหนมีเตาผิงเยอะจะแสดงถึงควมมั่งคั่งร่ำรวยที่เลยมีเตาผิงมากถึง 22 เตาทีเดียว 

มาญี่ปุ่นเพื่อนอย่าลืมพกสมุดมาล่าตราประทับตามสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกนะ

เที่ยวชมวิลล่ากันเสร็จเราก็ไปยังไฮไลต์ที่สุดของทริปในวันนี้นั่นก็คือ Lake Inawashiro ที่เรายกให้เป็นที่สุดของทริปเพราะว่าอะไรน่ะหรอเพราะว่ามันสวยๆๆๆมากๆๆๆๆๆ จนอยากให้เพื่อนๆ มาเห็นด้วยตาของตัวเอง

เรือหงส์สีขาวขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่

ว่ากันว่ากล้องบันทึกความทรงจำที่ดีที่สุดก็คือ ดวงตา ของเรานั่นแร่ะ Lake Inawashiro เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาด้านหลัง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของหงส์ขาวอีกด้วย

หลังที่เราอิ่มเอมกับธรรมชาติที่สวยงามของ Lake Inawashiro กันแล้วเราก็จะหาคาเฟ่นั่งชิลกัน ที่ร้าน TARO CAFE คาเฟ่นี้ขอบอกเลยว่าวิวเค้าสวยมากเพราะเราสามารถนั่งจิบกาแฟ กินเค้ก พร้อมกับชมวิวทะเลสาบ Inawashiro  ไปเพลินๆ แต่เนื่องคาเฟ่ที่นี่เค้าเน้นความเป็นส่วนตัวสูงเราเลยเก็บรูปมาได้นิดเดียว ถ้ายังไปเที่ยวแถว Inawashiro  แล้วลองแวะมาชิมนะอยู่ไม่ไกลจาก Inawashiro  เท่าไหร่จ้ะ

บรรยากาศหน้าร้าน taro cafe  ซึ่งวันนี้หิมะตกได้หนักสะใจมากเราก็เลยต้องรีบเินเข้าด้านในร้านเพื่อหาที่อบอุ่นคลายหนาว บรื้อๆๆ หนาว

กินกาแฟกับขนมกันเสร็จเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ที่พักของเราคืนนี้กันต่อที่ โรงแรม Hotel Listel Inawashiro ซึ่งเราประทับใจกับการต้อนรับของพนักงานที่นี่ทุกคนน่ารักมากๆ มาถือป้ายยืนต้องรับกันอย่างอบอุ่นตอนเชคอินและเชคเอ้า จนเราแอบเขิล 555

DSCF7527

นอกนั้นยังไม่พอเค้ายังตกแต่งไฟประดับหน้าโรงแรมเป็นสีธงชาติไทยอีกด้วยโอ๊ย!!!! จะน่ารักไปไหน

หลังจากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นท้องก็เริ่มร้องน้ำย่อยออกมาทำงานอีกแล้วจร้า ในส่วนมือเย็นวันนี้เราจะฝากท้องไว้ที่บุฟเฟ่ต์ของโรงแรมซึ่งไลน์อาหารของที่นี่เค้าอลังการนะเธอเค้าเล่นใหญ่จัดขาปูอลาสก้ามาให้แบบจัดเต็มเลยจร้า

  

ที่นี่เค้ามีบาร์วิวสวยๆ ให้บริการด้วยนั่งจิบเบียร์ สาเกเคล้ากับวิวสวยๆ ก็เริ่ดไม่เบานะ

นอกจากออนเซนที่โรงแรมมีให้บริการแล้วเค้าก็ยังมีสระว่ายน้ำและจากุชชี่ให้บริการอีกด้วยถ้าต้องการใช้บริการต้องเสียเงินเพิ่มเพียงคนละ 2000 เยนเท่านั้น

เออทีเด็ดอีกอย่างคือที่นี่เค้ามีตู้กาชาปอง กับตู้สติ๊กเกอร์ให้เราถ่ายรูปเล่นด้วยนะน่ารักมากๆ

หลังจากที่เดินเล่นย่อยอาหารจัดเสร็จเราก็แยกย้ายเข้านอนเพื่อเตรียมตัวเก็บกระเป๋าบอกลาฟุคุชิมะในวันพรุ่งนี้ไม่อยากกลับเลย ห้องที่เรานอนวันนี้เป็นแบบ Western Room มี 2 เตียง อุปกรณ์ภายในห้องก็มีครบ เตียงก็นุ่มนอนสบาย ห้องก็กว้างมากๆ แถมวิวในตอนเช้ายังสวยสุดๆ

 

Fukushima Day 4 Time To Say Goodbye

ตื่นเช้าต้อนรับวันหิมะวันสุดท้ายในฟุคุชิมะรู้สึกโหวงเหวงบอกไม่ถูกที่จะต้องบอกลาที่นี่ยอมรับเลยว่าก่อนหน้าเราประเมินเธอผิดไปหลังจากทริปนี้จบเราสัญญากลับตัวเองแล้วว่าเราจะต้องกลับมาเอาหัวใจเราคืนอย่างแน่นอนเนื่องจากวันนี้เรามีไฟท์เดินทางกลับไทยตอนห้าโมงเย็น

DSCF7500
ในตอนเช้าหลังจากที่ทานอาหารเช้าเราก็ต้องทำเวลาเพื่อแวะไปกลับจุดสุดท้ายที่ วิว Lake Inawashiro ที่จุดชมวิว Aizubange-machi Kawanuma-gun ที่จุดนี้เราจะได้สัมผัสกับหงส์ขาวอย่างใก้ลชิดมากๆ

ที่นี่เค้ามีขนมปังขายเพื่อให้เป็นอาหารกับน้องนกด้วยนะ คนชอบนกก็ต้องอะไร นกนก เดี๊ยวนะไม่เกี่ยวกันมะ แล้วนกที่นี่ก็เหมือนจะรู้งานนะพอเห็นคนมีอาหารก็มากันเลยจร้ามากันให้พรึ่บพรั่บเลย มารุมพี่เหมือนพี่เป็นขมนปัง 555

DSCF7572

ให้อาหารน้องนกเสร็จก็ถึงเวลาที่จะต้องบอกลาฟุคุชิมะกันแล้วเอาจริงๆ ไม่อยากกลับเลยงอแงอยากอยู่ต่อ ระหว่างเดินทางมองที่หน้าต่างเรายังเห็นจุดสวยๆ ของที่นี่อีกหลายที่เรายังอยากมีเวลามากกว่านี้อยากเที่ยวอยากซึมซับฟุคุชิมะให้มากกว่านี้ แต่ไม่เป็นไรงานเลี้ยงย่อมวันเลิกลา แต่บอกไว้เลยว่าฟุคุชิมะเราจะกลับมาตามาหาหัวใจเราอีกแน่นอน

ก่อนกลับเราต้องไปขึ้นไปรถไฟเพื่อไปยังสนามบิน มาเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืมตามเก็บตราประทับตามสถานีท่องเที่ยวและสถานนี้รถไฟนะเพราะมันน่ารักมากแถมยังสามารถเก็บเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย
? ที่สำคัญทริปนี้เราอุ่นใจเพราะเรามี Pocket WiFi ญี่ปุ่น 4G ไม่จำกัด จาก TRIPIZEE ที่เป็นเหมือนบัดดี้คู่ใจที่ช่วยเราหาข้อมูลที่พัก ที่เที่ยวกิน ในญี่ปุ่น เปิดแผนที่ หาเที่ยวรถไฟ ดูยูทูป ใช้งานแบบไหน 4G จาก TRIPIZEE ก็เอาอยู่สัญญาณแรงชัด เร็วปู๊ดปร๊าดติดสปีดมากๆ
ใครที่กำลังไปญี่ปุ่นมองหาไวไฟดีๆ สัญญาณแรงราคาไม่แพงอย่าลืมนึก TRIPIZEE นะจ้ะ ของเค้าดีจริง
รายละเอียดเพิ่มเติม
* Website: www.tripizee.com
* Facebook: Tripizee
* Instagram: _tripizee

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณสมาชิกผู้ร่วมสุขทุกคน ขอบคุณอาการิจังเจ้าบ้านที่แสนน่ารักพร้อมกับการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่นจนทำให้เราหลงรักญี่ปุ่นทั้งผู้คน สถานที่ท่องเที่ยว และการดำเนินชิวิตของคนที่นี่ทุกอย่างมันเสน่ห์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น สถานที่ทุกสถานที่มันล้วนเสน่ห์ในตัวเองเราคงไม่เอาฟุคุชิมะไปเทียบกับที่แห่งไหนเพราะฟุคุชิมะสวยและมีเสนห์ในแบบของตัวเอง

? Till We Meet Again Love You Fukushima ?

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะหากพิมพ์ตกหล่นหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะหากชอบรีวิวของเราสามารถไปตามอ่านหรือติดตามเราได้ที่

แฟนเพจ : travelholicชีวิตติดเที่ยว

Instagram : travelholic_blog

Website : Travelholicstory

Youtube Channel : travelholicชีวิตติดเที่ยว

 

 

 

 

 

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

เดินลอยละลิ่วในสวนดอกโบตั๋น Sukagawa Peony Garden (Botan-en)

ย้อนวันวานในยุคศตวรรษที่ 19 กับการแช่ออนเซ็นแบบ One day ที่ “Nakamuraya Ryokan”

ล่องเรือท่ามกลางสายน้ำที่ Mugenkyo no Watashi

มาพักร่าง แช่ออนเซ็นธรรมชาติกับ “Matsushimaya Ryokan”

โบยบินพลิ้วไสวไปทั่วเมืองกับเทศกาล “ธงปลาคาร์ฟ” (Koinobori) ที่แหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima