Japan Lifetstyle การเดินทาง บทความจาก Blogger สถานที่เที่ยว

Fukushima ในวันฝนพรำ เราได้เจอกันในม่านหมอก

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

อย่างที่ทราบกันว่าในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จะเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี(Autumn) ซึ่งในจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) จะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอยู่หลายแห่ง ปกติเราจะเห็นรีวิวภาพถ่ายในวันที่ฟ้าเปิด มีแดด มีแสงส่องกระทบใบไม้แล้วให้สีสันสดใส เต็มไปด้วยสีแดง ส้ม เหลือง สลับไปมา ซึ่งครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เมื่อพายุเข้า ฝนตก อากาศเย็นลง ชื้นและแฉะ ทำให้บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยม่านหมอก และละอองฝน เจอแบบนี้เราว่ามันก็ได้ฟิวไปอีกแบบนะ รู้สึกชอบมากซะด้วย ถึงแม้ว่าจะทำให้การเดินทางมีความลำบากขึ้นก็ตาม แต่ก็ลุยได้ สบายมาก ป่ะ…เก็บกระเป๋าไปเที่ยวกัน

Japan For The First Time.

เสน่ห์ของการเดินทางอย่างหนึ่ง คือการได้เห็นสองข้างทางที่มักมีเรื่องเซอร์ไพรส์เราอยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเราเดินทางด้วยรถที่เช่ามาจาก Toyota Rent a Car ค่ะ ก็ขับไปเรื่อยๆ ชมบ้านชมเมือง ขับเลียบแม่น้ำ Tadami มุ่งหน้าไปที่ยะไนสุ (Yanaizu) อยู่ในเมืองไอสุ (Aizu) จังหวัดฟุคุชิมะนี่แหละค่ะ สักพักจะเจอกับสะพานข้ามแม่น้ำสีแดงสด ซึ่งวิวสองฝั่งฟากสวยมาก

กฏข้อแรก ถ้าเจอที่ไหนสวยให้แวะทันที เพราะหากปล่อยผ่านไป เราอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่แล้วเจอวิวสวยๆ แบบนี้อีก ว่าแล้วก็หาที่จอดรถใกล้ๆ แล้วลงไปถ่ายภาพเก็บบรรยากาศกันค่ะ พิกัดอยู่ตรงนี้เลย 37.53201, 139.7228 :”)

จากตรงนี้ทางซ้ายและขวาต่างก็เป็นสะพานแดง ถ้าหันหน้าเข้าหาถนนแล้วเดินไปขวามือจะเจอป้ายนี้ค่ะ

มองลงไปด้านล่างจะมีถนนเชื่อมเข้าไปในหมู่บ้าน สองข้างทางใบไม้กำลังเปลี่ยนสี แล้วยิ่งได้เห็นละอองหมอกลอยมาใกล้ๆ นี่อย่างฟินเลยยยย

เดินไปที่สะพานจะมีฟุตบาททางเดินเท้าไว้ให้เดิน ชิวไปเลยค่ะ ซูมกล้องเข้าไปใกล้ๆ จะได้วิวแม่น้ำทาดามิ(Tadami) กับหมู่บ้าน มองไปไกลๆ จะมีสะพานสีเขียวอยู่อีกฝั่ง อย่างกับภาพในหนังเลย ถ่ายรูปยังไงก็สวย

กลับมาตั้งหลักที่ตรงนี้ จะมีแผนที่บอกตำแหน่งต่างๆ ซึ่งด้านหลังป้ายจะมีบันไดให้เราขึ้นไปยังจุดชมวิวมุมสูงได้อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปกันต่อเลย

ระหว่างทางเจอใบเมเบิ้ลร่วงเต็มเลย พื้นแฉะ อากาศเย็น เดินกันระมัดระวังด้วยนะคะ

วิวด้านบนก็จะได้แบบนี้ค่ะ สวยมากๆ  ต้นไม้ ใบไม้เปลี่ยนสี กับสายหมอก ไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ตัดสินใจจอดรถแวะที่นี่ เดินขึ้นไปไม่ไกลด้วยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

ด้านบนจะมีทางเดินแบบนี้ค่ะ มีรั้วไม้กั้นไว้ และมีบันไดให้เดินไปต่อได้

วิวด้านบนถ่ายลงมาเห็นสะพานสีแดงสดสวยมาก

ลงมาจากจุดชมวิวตรงนี้ ถ้าเดินไปสะพานแดงอีกด้านก็จะได้วิวสวยๆ เช่นกันค่ะ

ปักหมุดไว้ให้แล้วนะคะ ที่สวยๆ แบบนี้ไม่ควรพลาดจริงๆ ถึงจะเป็นเพียงแค่ทางผ่านก็ตาม

  

เห็นวิวข้างหน้าไหมคะ จะมีวัดโบราณสร้างด้วยไม้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าใช่ที่เที่ยวหรือเปล่า เสิร์ชสิคะรออะไร เพราะมันมีความน่าสนใจ อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ด้วย

เสิร์ชจนได้เรื่องเลยค่ะ วัดนี้เป็นวัดชื่อดังด้วย โอ้มายก๊อตต!! วัดเอนโซจิ (Enzoji) เป็นวัดเก่าแก่ของที่นี่ และยังตำนานวัวแดง อะคาเบโบะ (Akabeko) มาสคอตชื่อดังแห่งเมืองไอสุ ก็ยังมีต้นกำเนิดมาจากวัดนี้ด้วยค่ะ แบบนี้ต้องจัดๆ

จากที่จอดรถไปตามเส้นทางนี้ได้เลยค่ะ พิกัด : https://goo.gl/maps/pb2Ecjwyze42 ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็จะเจอหมู่บ้าน และรูปปั้นเณรน้อยอิคคิวซังชี้ทางไปยังวัดค่ะ

แต่สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินมาได้โดยขึ้นรถไฟ JR Aizu-Wakamatsu นั่งรถไฟ JR Tadami Line ลงที่สถานี Aizu-Yanaizu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็จะมาถึงที่วัดแห่งนี้ค่ะ

มาตามทางจะเจอซอยนี้ คนอยากเจอมาออกันอยู่ที่หน้าร้านข้างหน้า ซึ่งร้านนี้เป็นร้านขายขนมมันจูก้อนกลมๆ ข้างในมีไส้มันกับถั่ว แต่ไม่ได้ซื้อ ห้าาา

พิกัดร้าน https://goo.gl/maps/9XtV4biKJdm

จากนั้นจะเจอเณรน้อยอิคคิวซังบอกทางไปยังที่จอดรถค่ะ ทำซะน่ารักเชียว

มาถึงแล้ว ทัวร์เยอะมากกกกก เต็มไปด้วยรถบัสหลายคัน และนักท่องเที่ยว

เดินไปตามทางนี้เข้าไปค่ะ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

จากนั้นเดินลงบันไดไปด้านล่าง ทริปนี้ฝนทั้งทริปนะจ๊ะพูดเลย แต่บอกแล้วว่ามาเที่ยวทั้งทีต้องมาให้ถึงที่ เอาให้สุดค่ะ

ข้างในวัดมีใบแปะก๊วยสีเหลืองสวยมาก

เดินต่อไปก็มาถึงตัววัดแล้วค่ะ มีน้องวัวแดง แอร๊ยยยย ตัวใหญ่เชียว ซึ่งเจ้าวัวแดงอะคาเบโกะ(Akabeko) ได้ถูกนำมาทำเป็นตุ๊กตากระดาษ (Paper Mache) ขายดีมากๆ ในไอสุ และเป็นสัญลักษณ์ของทีนี่ไปเลย โดยจุดเด่นของตุ๊กตากระดาษ คือ หัวของมันสามารถขยับด๊อกแด๊กๆ ได้ค่ะ :”)

ประเด็นคือเขามีตำนานวัวแดงด้วย ในสมัยสร้างวัดแห่งนี้ ชาวบ้านจะใช้วัวแดงขนไม้ขึ้นไปบนเขา จนวัดสร้างเสร็จ วัวก็ไม่ยอมกลับ อารมร์อยากอยู่ที่วัด จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีต่อเทพเจ้าไปเลย และถูกขนานนามว่า Akabeko ซึ่ง Aka แปลว่า สีแดง และ Beko แปลว่า วัว นั่นเอง

ข้างๆ กัน จะเจอน้องอีกวัวอีกตัวค่ะ เป็นโลหะหล่อขึ้นมา คนมาทีนี่จะใช้มือลูบ ซึ่งความเชื่อว่า จะสามารถขอพรให้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าในชีวิตค่ะ

วัดเอนโซจิ เป็นวัดเก่าแก่ของที่นี่เลยค่ะ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 807 โดยนักบวช Tokuichi Daishi แห่งเมือง Aizu คืออายุ 1,300 ปีได้ โห…นานมากกก

เข้ามาถึงใครร่มเปียกฝนจะมีที่เก็บร่มไว้ข้างนอกนะคะ

จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือโถงระเบียงบนหน้าผาขนาดใหญ่ สมัยก่อนเป็นไม้ และได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนเป็นคอนกรีตเพื่อความแข็งแรงปลอดภัยค่ะ

ตัววัดจะเป็นไม้ทั้งหลัง ถ่ายภาพได้เฉพาะด้านนอกนะคะ ด้านในเขาไม่อนุญาตให้ถ่ายจ้า ถ้าเทียบขนาดวัด เอนโซจิกับอื่นๆ พื้นที่วัดนี้ใหญ่ที่สุดในจังหวัดฟุคุชิมะเลยนะคะ ว้าวมากๆ อ่า ซึ่งเท่าที่สัมผัสมาคือบริเวณวัดกว้างขวางมากจริงๆ มีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ มีทางเดิน หิน รูปปั้นต่างๆ

วิวจากระเบียงมองออกไปจะเป็นแม่น้ำทาดามิกับสะพานสีแดง ท่ามกลางสายฝนและม่านหมอก สวยมากๆ เลยค่ะ

ส่วนนี้เหมือนเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นจะตักเอามาล้างมือ และดื่มกันด้วยนะคะ

รอบๆ บริเวณวัด

ขากลับก็แวะถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีกันสักนิด สวยมากค่ะ ตรงบันได กับด้านบนที่มีต้นแปะก๊วยสีเหลือง

ขอบคุณการเดินทางที่มักมีเรื่องเซอร์ไพรส์ระหว่างทางเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

Fukushima ในวันฝนพรำ เราได้เจอกันในม่านหมอก :”)

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

ฤดูของแอปเปิ้ลและลูกพลับ เที่ยวสวนผลไม้ใน AIZU WAKAMATSU

Urabandai Royal Hotel ที่พักใกล้บึง 5 สี แบบเดินไปได้

5 จุดแลนมาร์ค Fukushima ที่พาแฟนไปแล้วจะดีต่อใจ

Gran deco ski resort นั่งกระเช้าชมใบไม้เปลี่ยนสีในวันที่หิมะตก

ouchijuku-tonohetsuri

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku, หน้าผาหินล้านปี Tonohetsuri

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima