จุดชมวิว จุดถ่ายภาพแลนมาร์ค รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว

“Fall in Love with Fukushima” ครั้งแรกกับการเที่ยวคนเดียว ตะลุยดินแดนTohoku!

สวัสดีค่ะ ครั้งนี้เราขอพาทุกท่านเข้าสู่ภูมิภาค Tohoku หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น
ขอบอกเลยว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เที่ยวในภูมิภาคนี้  โดยครั้งนี้ได้เที่ยวอยู่ในจังหวัด Fukushima
อย่างที่เพื่อนๆหลายคนทราบกันดี ว่าเมื่อปี 2011 ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ทั้งสึนามิ รวมไปถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ..

แต่เพื่อนๆวางใจได้ค่ะ ในส่วนของสถานที่เที่ยวต่างๆ รวมไปถึงอาหารการกิน ปลอดภัยแน่นอน  เพราะไปลองมาแล้ว
จังหวัดนี้เป็นอีกที่นึงเลย ที่อยากให้ลองได้สัมผัส ทั้งวัฒนธรรม สถานที่ ผู้คน ทุกอย่างสวยงามมากจริงๆ

และ พีคที่สุดในทริปนี้ คือไปคนเดียว ในเมืองที่ไม่เคยไปซะด้วย !
ในทริปนี้มาทุกอารมณ์ค่ะ ทั้งกลัว เหงา เปลี่ยว สนุก ตื่นเต้น ลุ้นระทึก ครบทุกรสชาติชีวิต

อันดับแรกสิ่งที่ต้องเตรียมตัวหนักมาก คือแพลนเดินทาง ศึกษารีวิว การเดินทาง รถไฟ สถานที่เที่ยว
ทำยังไงให้คุ้มที่สุดและที่สำคัญที่สุดในครั้งนี้คือ PASS

ซังใช้ JR East Pass (Tohoku) แบบ 5 วัน ราคา 19,000 เยน (ซื้อในไทย) // 20,000 เยน (ซื้อที่ญี่ปุ่น )
สามารถใช้ภายใน 14 วันนับตั้งแต่วันออกตั๋ว
(Flexible 5 days= คือเราไม่ต้องใช้ 5 วันติดกันก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน 14 วัน ตั้งแต่เราไปเอาตั๋ว)

และอย่าลืมศึกษาสภาพอากาศก่อนไปให้ดีๆ เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ง่ายมากๆ อย่างครั้งนี้
คือซังไปปลายเดือนกุมภาพันธ์ไป ถึงต้นเดือนมีนา คือยังอยู่ในฤดูหนาว
ก่อนไปที่เช็คคือ มีแดด และ มีหิมะ อาจจะมีฝนนิดหน่อย
โดยรวมถือว่าโอเคเลย
**แต่แล้วก็ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะอะไร อย่าลืมติดตามกันจนถึงบทความสุดท้ายนะ **


เริ่มต้นกันที่จองตั๋วไปกลับ กรุงเทพ-โตเกียว (นาริตะ) แนะนำให้จองไฟล์ทที่ไปถึงญี่ปุ่นช่วงเช้า
ไฟล์ทของซังคือ DMK (กลางคืน) – NRT (เช้า)  จากสายการบิน AIRASIA

และเราต้องนั่งรถไฟเดินทางจาก Tokyo ไป Fukushima ซึ่งใช้เวลาอีกพอสมควร
เพราะฉะนั้น เราจะได้ไม่เสียเวลาวันแรกไปเปล่าๆ

ถึงนาริตะเวลาประมาณ 8 โมง ออกจาก ตม. มาประมาณ 9 โมง

ครั้งนี้มีความแปลกใจมากๆ เพราะสติ๊กเกอร์ ตม. ญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นรูปภูเขาไฟฟูจิแล้ว

น่ารักมาก มีลายฟูจิกับดอกซากุระด้วย

หลังจากออกมาเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปแลกตั๋วที่ JR OFFICE อยู่ชั้น B1F

เตรียมเอกสารที่ซื้อเอาไว้ ยื่นให้กับพนักงาน แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ ชื่อ เลข passport เบอร์โทร.

พอเราไปถึงเคาน์เตอร์ ทางพนักงานจะออกตั๋ว JR EAST ให้เรา หลังจากนั้นให้เราจอง Ne’x จากเคาน์เตอร์ได้เลย

ตั๋ว JR east pass + ตั๋ว Reserved ของ NEX

ซังนั่งจากNEX จาก Narita airport ไป Tokyo station
และต่อด้วยนั่ง Shinkansen จาก Tokyo station  ไป  Fukushima Station

 

สวัสดี Shinkansen ขบวนแรกในชีวิต
ด้านใน shinkansen ของซังขบวนนี้ คือดีงาม มีปลั๊กชาร์จแบต 

ซึ่ง pass อันนี้ เราสามารถนั่ง JR ได้ทุกสายในโตเกียว รวมไปถึง Ne’x  และ shinkansen (ตามที่ JR EAST ระบุไว้)


ซังตัดสินใจไปลงสถานี Koriyama  Station  แทนที่จะลง Fukushima Station

เพราะเนื่องจากว่ายังไม่ถึงเวลา check-in ที่โรงแรม แถมสถานีนี้เป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟหลายสาย
และมีอะไรให้เที่ยวมากกว่า ซังเลยตัดสินใจนั่งรถไฟจาก สถานีKoriyama ไป สถานี Aizu- wakamatsu
เพราะไหนๆก็เสีย PASS DAY 1 ไปแล้ว ก็เอาให้คุ้ม นั่งยาวๆไป ใช้เวลาประมาณ 45 นาที นานเอาเรื่อง แต่ก็ใจสู้

นั่งมองวิวยาวๆไป เมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายตา

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราเจอหิมะ ทำให้ตัวเราเองตื่นเต้นมาก

แถมในใจก็กังวลว่าเราจะเที่ยวคนเดียวได้ไหม เป็นผู้หญิงคนเดียว เดินทางมาไกลขนาดนี้

คิดไป คิดมา มองสถานที่ต่างๆนอกหน้าต่างก็ทำให้ใจชื้น หายกังวลไป 🙂

 


มาถึงสถานี   Aizu- wakamatsu

เป็นอีกสถานีนึงที่สำคัญ เพราะ “สถานีนี้ที่เที่ยวเยอะมาก”

Welcome to tohoku !
Mascot ของจังหวัด Fukushima // น้องวัวแดง

แนะนำให้มานอนพักซักคืนนึงแล้วเที่ยวให้ครบทั้งหมด เพราะแค่วันเดียว เที่ยวไม่หมดจริงๆ

หลังจากหาที่เที่ยวซักพักก็ตัดสินใจจะไปสถานี Ashinomaki onsen  ที่มีน้องแมวเป็นนายสถานี

แต่แล้วก็แพลนก็ต้องพัง เพราะความหิว ด้วยความที่ชินกับการเดินทางในเมืองใหญ่ๆ และคิดว่ารถไฟต้องมีตลอด
แต่ที่นี่ ไม่ใช่แบบนั้น รถไฟมาทุกชม. หรือ ชม.ครึ่ง ….

ณ เวลา นั้น …. คืออึ้งหนักมาก  จากรถไฟรอบบ่าย 2  มีอีกรอบคือ บ่าย 3 กว่า

1 ชม.กับความเวิ้งว้าง แล้วคือจากสถานีนี้ไปถึงสถานีแมว ใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชม.

และยิ่งกว่านั้น สถานีแมวปิด 4.30 คือไปไม่ทันแน่นอน ไปถึงคงอยู่ได้แปปเดียว

ใช้สมองคิดอยู่ซักพัก ตัดสินใจเดิน shopping ในสถานี

แล็วก็กลับ เพราะไม่คุ้มกับเวลาเลย  แถมไปถึงถ้าสถานีปิดแล้ว เราต้องนั่งรอรถไฟอีก 1 ชม. (รถไฟมาชม.ละ รอบ)

เพื่อกลับมาที่สถานี Aizu- wakamatsu และจากต่อรถไฟกลับที่ สถานี Koriyama

รวมๆแล้ว ใช้เวลาเกือบ 3 ชม. #น้ำตานอง

ให้คิดซะว่า มา Survey ดูลาดเลา ก่อนที่จะมาพรุ่งนี้แล้วกัน คิดในใจกับตัวเอง แล้วก็นั่งรถไฟกลับ…

ในทริปนี้ 2 วันแรกกับ 3 วันหลัง ซังนอนที่ APA Hotel Fukushima Ekimae โรงแรมที่มีสาขาเยอะมากในญี่ปุ่น

และที่พิเศษกว่าที่อื่นก็คือ สาขานี้ มี ONSEN ให้ลงด้วย

แต่เอาจริงๆ แนะนำให้ไปนอนที่ สถานี  Aizu- wakamatsu หรือ สถานี Koriyama แทนนะคะ
เพราะมันสะดวกกว่า และเดินทางง่ายกว่า สำหรับสถานที่ที่ซังจะไป
#ขอตีตัวเอง10ทีกับความโง่เง่าที่ไม่ดูการเดินทางให้ดีก่อนจองโรงแรม

แต่ในความผิดพลาดก็มีสิ่งดีๆซ่อนอยู่ คือ โรงแรมนี้ อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าใหญ่ทั้ง Ito yokado ,S-pal
และติดกับสถานี Fukushima และที่สำคัญคือร้านอาหารราเมง + เกี๊ยวซ่าขึ้นชื่อ อยู่ใกล้กับสถานีนี้
เป็นไงล่ะ! เรื่องกินขอให้บอก 555

– NEXT DAY –

เช้าวันต่อมา กับ สถานที่เที่ยว ปราสาท Tsuruga  และเจดีย์ Sazaedo
เราต้องเดินทางจาก Fukushima Stat. > Koriyama Stat. > aizu-wakamatsu Stat. (เหมือนที่เราเดินทางไปเมื่อวาน)

ถึงแล้ว สถานี Aizu-wakamatsu

หลังจากนั้น เราก็ต้องต่อรถบัส จากสถานี Aizu-wakamatsu เพื่อไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

จุดขายตั๋วรถบัส จะอยู่หน้าสถานี เดินออกมาตามทางก็จะเจอเลย

 

ซังแนะนำให้ซื้อ ตั๋ว Bus แบบ 1 วัน เดินทางได้ไม่จำกัด ราคา 500 เยน เพื่อความคุ้มค่า

นี่คือ MAP ของบัสนะคะ ซังจะไป 2 ที่ ด้วยกันในวันนี้

นั้นก็คือ Sazaedo , Tsuruga Castle

ตั๋ว 1 DAY ราคา 500 เยน เป็นกระดาษที่ยาวและแสนบอบบาง โดนน้ำมากๆ อาจจะขาดได้

รถบัสที่มี มี 2 สาย คือ สายสีเขียวและสายสีแดง เพื่อนๆห้ามนั่งผิดฝั่ง ไม่งั้นอ้อมนะ !

ป้ายรถบัสสีแดง A1 หน้าสถานีรถไฟ
รถบัสสีแดง ต่อแถวขึ้นรถบัสอย่างมีระเบียบ

รถบัสที่นี้ต้องตรงเวลามากๆ ห้ามโอ้เอ้ หรือ สายเด็ดขาด ไม่งั้นตกรถ เสียเวลานะ

สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อแบบตั๋ว 1 Day มา อย่าลืมจ่ายเงินตรงตู้ข้างๆคนขับนะ


สถานที่แรกที่ซังไป นั้นก็คือ

“limoriyama”  , Aizu Sazaedo (会津さざえ堂)  หรือ วัด Sazaedo

ฤดูนี้ซังชอบมาก เพราะนอกจากจะเย็นแล้ว ยังทำให้สถานที่ดูสวยงามขึ้นไปอีก

ทั้งวัด รวมไปถึงบ้านเมือง หรือแม้แต่วิวต่างๆ

พอถึงหน้าทางเข้า ตามปกติแล้ว เดินบันไดขึ้นไปได้นะ

แต่เพราะหิมะหนาท่วม ทำให้เราไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ เลยต้องพึ่งบันไดเลื่อน เสียค่าขึ้นไป 250 เยน

ถือว่าเราไม่ต้องเหนื่อยเดินขึ้น แถมไม่เมื่อยด้วย

ขึ้นมาถึงเราก็จะเจอสิ่งสักการะบูชาต่างๆ

ที่วางธูป

รวมไปถึงวิวทิวทัศน์รอบๆ

สถานที่ตรงนี้ ถือว่าเป็นอีกที่นึงที่สวย เหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ เพราะนอกจากฤดูหนาวหิมะจะขาวโพลนแบบนี้แล้ว

เรายังได้หิมะบนพื้น เป็น Reflect ให้หน้าเราดูสว่างสวยอีก

เดินไปอีกหน่อย เราก็จะพบ เจดีย์ Sazaedo

ถ้าเราไม่เข้าเจดีย์ไม่เสียเงิน แต่ถ้าอยากเข้าไปเดินชมข้างในก็ต้องเสียค่าเข้า 400 เยน

ตั๋วเข้าเจดีย์400เยน

Sazaedo เป็นเจดีย์เก่าแก่ที่สวยงาม อายุมากกว่า 200 ปี เป็นเจดีย์ทรงกลม ที่ทางเดินด้านในจะหมุนไปเรื่อยๆ จนถึงยอดและในปี 1995 ยังได้รับแต่งตั้งเป็น มรดกแห่งชาติทางวัฒนธรรม อีกด้วยนะ

เจดีย์ที่สร้างด้วยไม้อายุมากกว่า 200 ปี

ด้านในก็จะเป็นไม้ทั้งหมด ตกแต่งด้วยลวดลายโบราณ มีการสลักชื่อ พระพุทธรูปต่างๆ
เป็นที่ที่สวยงามแสดงออกถึงวัฒนธรรมได้ดีมาก

บันไดไม้
บันไดไม้
บันไดไม้

พระพุทธรูป

ออกมาจากเจดีย์ก็จะเจอบรรยากาศของสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีหิมะปกคลุมอยู่ เป็นภาพที่สวยงามมากๆ

พอเดินออกมาข้างหน้าก็จะมีเสาโทริอิแดงตั้งอยู่ หากเดินขึ้นมาแล้วเลี้ยวไปอีกฝั่งจะถึงไวกว่านะ
สำหรับคนที่อยากดูเจดีย์อย่างเดียว


เดินกลับมาขึ้นรถบัสสายสีแดง เพื่อไปสถานที่ถัดไป


สถานที่ต่อไปคือ “ปราสาท Tsuruga”

ลงรถป้ายที่ A27 (สีแดง) / H14 (สีเขียว)

ปราสาท Tsuruga เป็นปราสาทที่สวยติดอันดับ 1 ใน 20 ของประเทศญี่ปุ่น
ยิ่งเป็นฤดูซากุระนะ เค้าว่ากันว่าสวยมาก  แต่ขอบอกว่าฤดูหนาวก็สวยไม่แพ้กันนะ

ปราสาทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่ขาวโพลน บอกเลยว่าสวยมาก  Tsuruga  Castle

บรรยากาศรอบๆ ปราสาท // บริเวณนี้จะมีการแสดงไฟตอนกลางคืน


สำหรับใครที่อยากเข้าไปชมวิวด้านบนสุดของปราสาท หรือ กิจกรรมต่างๆในปราสาท ก็ซื้อบัตรเข้า 410 เยน

 แล้วก็เดินเข้าไปในปราสาท

ด้านในของปราสาท เราไม่สามารถถ่ายรูปได้นะคะ

และนี่ก็คือวิวด้านบนสุดในปราสาท ที่มองเห็นเมือง Aizu wakamatsu ค่ะ

  • วันเวลาทำการ  : 8.30-17.00 น.เปิดทุกวัน
  • ค่าเข้าชม  : ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็ก 150 เยน
  • เว็บไซต์ :  www.Tsurugajo.com

หลังจากที่ชมปราสาทเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆคนไหนหิวข้าวก็สามารถแวะทานอาหารที่ร้านอาหารด้านหน้าได้
ร้านสวย เหมาะแก่การถ่ายรูป 

ซึ่งซังเองออกมาจากปราสาทก็ประมาณ 5-6 โมงเย็นแล้ว เลยตัดสินใจกลับ
เพราะกลัวว่าจะกลับถึงโรงแรมดึกเกินไป


สถานี Nanukamachi 

ซังนั่งรถบัสออกจากปราสาท ไปลงที่สถานี Nanukamachi  A33 (สีแดง) / H6 (สีเขียว)
สำหรับสาย Hipster ถนนแถวๆสถานีนี้สวยมาก มีทั้งร้านดอกไม้ ร้านคาเฟ่ กิจกรรมต่างๆให้ทำ

ร้าขายดอกไม้
ร้านคาเฟ่

เราสามารถเดินเล่น ซื้อของ ทานอาหาร ได้ แต่บางร้านปิดเร็วมากๆ เพราะฉะนั้นควรรีบไปให้ก่อนจะมืด
ยิ่งหน้าหนาวฟ้ามืดเร็วมาก

อีกร้านคาเฟ่ที่แนะนำคือร้านนี้ ตั้งอยู่ในสถานี Nanukamachi

ที่นั่งเยอะพอสมควร สามารถเข้ามานั่งอุ่นๆดื่มชา รอรถไฟได้
ขนม ของฝาก เยอะมาก

เมนูของร้าน
หลังจากสั่งไป ก็ได้น้ำเลม่อนมาทาน เพิ่มความสดชื่น
ชุดนี้ราคา 600 เยน + ภาษี ขนม Homemade

มาพร้อมกับกาแฟร้อนๆรสชาติหวานๆ เปรี้ยวๆกำลังดี ทานกับวิปครีมและผลไม้ เข้ากันมาก

พอเดินออกจากร้านมา ก็จะมีประตูให้เดินเข้าสถานีได้เลย

วิวจากสถานีตอนเย็นๆ เป็นภาพที่สวยมากๆ

สำหรับวันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้แล้วพบกันในบทความหน้า

ส่วนบทความหน้าเราจะไปเที่ยวที่ไหนใน Fukushima รอติดตามได้เลย  🙂

 

Rating Chart

5 average based on 9 ratings

  • Excellent
    9
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

วางกองงานแล้วออกไปเดินเล่นในสวน listel inawashiro herb garden กันดีกว่า

9/11 : Mishima Town เมืองเล็กน่ารัก และ รถไฟสายโรแมนติก!

[Fukushima Diary] Day 5 : Raining day in Aizu-Wakamatsu

11/11 : วิธีการนั่ง Night Bus จาก Fukushima กลับ Tokyo

ทุ่งลาเวนเดอร์ต้องหลบไป!! วินาทีนี้ต้องให้สวน Janohana เท่านั้น

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima

Facebook Messenger