การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว photograph Trips

ดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีที่ Bandai Azuma Skyline

Rating Chart

5 average based on 2 ratings

  • Excellent
    2
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
ฤกษ์งามยามดี ได้กลับมาเที่ยว Fukushima กันอีกครั้งนะครับ คราวนี้เรากลับมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือที่คุ้นหูกันดีว่า ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเองครับ ซึ่งที่จังหวัด Fukushima นั้นเป็นอีกจังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยๆนั่นเองครับ

วันนี้เราเลือกเดินทางด้วยการเช่ารถขับกันเช่นเคย เนื่องจากเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางแบบชมธรรมชาติแล้ว ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย และการที่เราสามารถกำหนดวางแผนเวลาการเดินทางได้เอง ไม่ต้องกังวลว่าจะขึ้นรถสาธารณะไม่ทัน

ร้านเช่ารถมีให้เลือกในตัวเมืองหลายร้านหลายแบรนด์ เส้นทางในวันนี้ต้องมีขึ้นเขาด้วยผมเลยเลือกรถที่สมรรถนะดีขึ้นมาหน่อยเป็นคลาส SUV แทน Compact ที่ดูเหมาะกับขับในเมืองกว่า

เช่ารถรับรถกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันได้เลย เส้นทางยิ่งไกลตัวเมืองออกมาเรื่อยๆ ใบไม้ก็เริ่มมีที่เปลี่ยนสีมากขึ้นให้ชมกันตลอดทางครับ ว่าแต่เคยสงสัยกันมั้ยครับว่า ทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสี?

ทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสี?

สาเหตุก็เพราะว่าต้นไม้นั้นต้องการแสงและอุณหภูมิที่เหมาะสมในการผลิตคลอโรฟิลล์ เพื่อใช้สังเคราะห์แสง ปกติจะมีการสร้างคลอโรฟิลล์อยู่ตลอดเวลาทำให้ใบไม้มีสีเขียว แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่ยิ่งเข้าสู่ฤดูหนาวก็มีกลางคืนยาวนานขึ้นและกลางวันสั้นลง เมื่อต้นไม้ได้รับแสงน้อยลงและอุณหภูมิต่ำลง ทำให้คลอโรฟิลล์ถูกสร้างออกมาน้อยลง ส่วนคลอโรฟิลล์ที่มีอยู่เดิมก็จะสลายตัวไปเรื่อยๆ ใบไม้สีเขียว จึงเริ่มมีการเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือส้ม แดง จนในที่สุดก็กลับกลายเป็นสีน้ำตาลและร่วงลงสู่พื้นดิน ด้วยปัจจัยนี้เองทำให้เป็นสาเหตุที่เมืองร้อนแบบบ้านเราไม่มีช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกับเขาเท่าไรครับ จะมีก็แค่บางพื้นที่เท่านั้น

Fudosawa Bridge

จุดแรกของการเดินทางในวันนี้เรามากันที่สะพาน Fudosawa สะพานที่พาดผ่านหุบเขาที่มีความสูงกว่า 84 เมตร เพื่อชมวิวสะพานสวยๆและวิวใบไม้เปลี่ยนสีโดยรอบจากมุมสูงกันครับ

ขับมากันถึงจุดแวะพักแรกที่ Fudosawa Bridge จุดนี้เป็นจุดชมวิวสะพานฟุโดซาวะสวยๆที่มีจุดจอดพักรถและห้องน้ำให้บริการอยู่ แต่ตรงจุดนี้ไม่มีร้านอาหารนะครับ คงเพราะเป็นจุดที่ใช้เวลาแวะถ่ายรูปชมวิวกันไม่นานมาก

ผู้คนส่วนมากที่เจอก็เป็นคนญี่ปุ่น คุณลุงคุณป้าคุณน้าคุณอาก็แวะมาชมวิวชมบรรยากาศเก็บภาพสวยๆกัน คนญี่ปุ่นนี่รักและภูมิใจในธรรมชาติที่สวยงามของบ้านเกิดมากๆเลยนะครับ คือถ้าไปถามคนชอบเที่ยวและพูดคุยกันได้นี่เค้าพร้อมโม้ให้คุณได้เป็นวันๆ

มองไปจากสะพานก็จะได้พบกับวิวทิวเขาที่ต้นไม้ต่างๆตามแนวเขาเปลี่ยนเป็นสีสันต่างๆคละกันไปทั้ง เขียวส้มเหลืองแดง สวยเหมือนเป็นภูเขาลูกกวาดเลย

มุมนี้มองไปไกลๆนี่สวยหาชมยากมากครับ เปลี่ยนสีแบบพร้อมเพรียงกันทั้งภูเขาแบบนี้ จะไม่ให้ฟินได้ไง

ด้านล่างสะพานก็มีน้ำตกเล็กๆแบบนี้อยู่และไหลลงมาเป็นลำธารยาวผ่านหุบเขาไป ตรงจุดนี้ไม่มีทางเดินลงไปชมวิวข้างล่าง แต่เดี๋ยวไปเที่ยวจุดอื่นๆต่อไปบนเส้นทางก็จะมีให้ลงไปได้ รอชมนะครับ

มองวิวหุบเขาแบบพาโนรามาได้กว้างๆไม่มีอะไรมาบดบัง มองเห็นลำธาร ภูเขา ท้องฟ้า และที่สำคัญใบไม้หลากสีสัน สวยงามอร่ามตาจริงๆ

ใครสายถ่ายรูปชมวิวธรรมชาติ ได้แวะจุดนี้บอกเลยว่าเพลินครับ

ชมวิวกันไปเยอะแล้วยังไม่เห็นตัวสะพานชัดๆเลย เก็บภาพสะพาน Fudosawa มาฝากกันแบบชัดๆ มุมนี้เห็นได้เลยว่าสูงจริงครับ สะพานนี้มีความสูงถึง 84 เมตรเลยทีเดียวครับ ไปยืนมองลงไปนี่ก็มีขาสั่นเหมือนกัน

มีผู้คนแวะเวียนกันมาเดินเล่นสูดอากาศ ชมวิวและถ่ายภาพกันตลอด อากาศหนาวเย็นวิวสวยแบบนี้ โรแมนติกมาก

ออกมาจากจุดพักรถแล้วขับไปกันต่อตามเส้นทาง Skyline ก็จะได้ชมวิวที่มีความเป็นภูเขามากขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ข้างทางเริ่มลดน้อยลง พื้นที่ที่วิ่งไปค่อยๆชันและสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ

Jododaira

บนเส้นทาง Bandai Azuma Skyline เราจะได้พบกับภูเขาไฟที่สูงกว่า 2,000 เมตร ชื่อว่า Azuma-kofuji หรือภูเขาอาซุมะ ที่บริเวณที่ราบ Jododaira นี้นั้นสามารถเดินขึ้นไปตามทางเพื่อชมปากปล่องภูเขาไฟได้ บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ

จุดหมายต่อไปที่เรากำลังมุ่งหน้าไปก็คือ ที่ราบ Jododaira ซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,600 เมตร สังเกตได้เลยว่าวิวแตกต่างจากตอนแรกที่วิ่งมาเลยครับ

มุมนี้มองไปด้านหน้ามีเทือกเขาตระหง่านราวกับเป็นกำแพงอยู่ แต่ถ้ามองดีๆจะมีเส้นทางซิกแซกลัดเลาะขึ้นไป ใช่แล้วครับ เรากำลังวิ่งไปขึ้นไปบนเส้นทางนั้นเพื่อไปยัง Jododaira กัน

ถึงแล้ววว เข้ามาจอดรถกันด้านในลานจอดของ Jododaira Resthouse หรือจุดพักรถ Jododaira ที่จอดกว้างขวางเหลือเฟือ แต่ถ้ามาช่วงพีคก็มีแน่นเหมือนกันครับ ค่าเข้า-จอดรถ 500 เยนจ้า

คนเยอะเหมือนกันนะครับ ขับรถกันมาไกลพอสมควรแวะเข้าไปหาน้ำดื่มหาอะไรทานกันก่อน

แก๊งสาวๆชอบเที่ยวมาขอให้ช่วยถ่ายรูปให้ ก็เลยขอถ่ายแยกไว้อีกใบ คุณป้าเฮฮาน่ารักตลกดีครับ

ด้านในมีร้านอาหารและขนมให้บริการอยู่ ถ้าจะหาอะไรทานรองท้องเบาๆก็ที่นี่ได้เลยมีไอศครีม ขนม เฟรนซ์ฟราย ไก่ทอด แต่ถ้าจัดหนัก มีร้านอาหารอยู่บนชั้นสองครับ

ยังเช้าอยู่ทานกันแค่นี้พอ กาแฟสดและของทานเล่นทำใหม่ๆร้อนๆเลยครับ ไก่คาราเกะนี่อร่อยเลยนะร้อนๆกรอบนอกนุ่มใน

ใครอยากซื้อขนมซื้อของฝากของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปก็แวะซื้อได้ด้านในเลย

ได้อะไรรองท้องแล้วค่อยยังชั่วขึ้น ออกมาเดินเล่นชมวิวกันรอบๆบริเวณของ Jododaira กันครับ มุมนี้มีทางเดินทอดยาวไปเรื่อยๆเดินง่ายเป็นทางราบปกติ ชมวิวภูเขาและต้นหญ้าเปลี่ยนสีข้างทาง

เดินเข้าไปได้เรื่อยๆเลยครับ เงียบสงบไม่พลุกพล่าน เค้าไปเดินฝั่งนู้นกันหมด

ด้านนู้นที่ว่าก็คือด้านนี้นั่นเองครับ เป็นเส้นทางลาดชันสูงที่ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ไปกลับเพื่อขึ้นไปชมวิวมุมสูงสวยๆจากด้านบน และปากปล่องของภูเขาไฟ Azuma วันนี้ขอผ่านนะครับ ยังต้องไปอีกไกล 555 แต่เพียงเท่านี้ก็ได้ชมวิวกันจุใจตลอดเส้นทางที่วิ่งมาแล้ว

เสร็จจากที่ Jododaira แล้วเราขับรถกันต่อไปตามทางเรื่อยๆจะเริ่มลงเขามาและมุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทาง Bandai Azuma Lake line นั่นเองครับ มุมนี้เหลืองสวยงามตลอดสองฝั่งสวยมาก

เดินทางมาในวันที่อากาศเย็นๆ มีหมอกแซมสักหน่อย มองไปได้ภาพทิวเขา หมอกและแนวสน สวยสุดๆไปเลยครับ

ข้างทางขับไปเรื่อยๆบางทีก็ผ่านชุมชนเล็กๆแบบนี้ บ้านเล็กๆน่ารักดีครับ

เดี๋ยวเราขับต่อกันไปเรื่อยๆบนเส้นทาง Bandai Azuma Lake line ยังมีจุดชมวิวสวยๆอยู่อีก จะเป็นอย่างไรสวยงามแค่ไหนนั้น รอติดตามรีวิวตอนหน้ากันนะครับ

ขอบคุณครับ ^_^

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

ฤดูของแอปเปิ้ลและลูกพลับ เที่ยวสวนผลไม้ใน AIZU WAKAMATSU

Urabandai Royal Hotel ที่พักใกล้บึง 5 สี แบบเดินไปได้

5 จุดแลนมาร์ค Fukushima ที่พาแฟนไปแล้วจะดีต่อใจ

Gran deco ski resort นั่งกระเช้าชมใบไม้เปลี่ยนสีในวันที่หิมะตก

ouchijuku-tonohetsuri

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku, หน้าผาหินล้านปี Tonohetsuri

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima