บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว แผนเที่ยว Tips Trips

::: Autumn Fukushima ::: Day 5 เยือน 2 น้ำตก Tatsuzawafudo Falls / Takinotsuri Bridge

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

เที่ยวฟุคุชิมะ-ญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตอนที่ 5 (31 ตุลาคม 2560) มาแล้วจ้าาาาา
คือยิ่งเราเที่ยวที่นี่มากเท่าไหร่ ทำให้เราค้นพบความสวยงามและเสน่ห์ของฟุคุชิมะ มากขึ้นเท่านั้น
สำหรับตอนที่ 5 เนี่ยหนักใจหน่อยค่ะ 
หนักใจในความสวยกับภาพปก ที่ไม่รู้จะเอาภาพไหนขึ้นก่อนดี อิอิ
 
ไม่ว่าบรรยากาศที่เจอในวันที่ 5 นี้จะเต็มไปด้วยสีสัน และความสวยงามของธรรมชาติรอบกายที่สวยสลบจริงๆ
รวมทั้งรางวัลเซอร์ไพรส์จากธรรมชาติที่ต้อนรับเราด้วยหิมะกองโตก็ตาม
 
แต่แล้วภาพปกเราก็เลือกมาด้วยเหตุผลที่ว่า
เราเคยถ่ายรูปกับภาพวาดสามมิติที่ต่างๆ เสมือนจริง กับฉากใบไม้เปลี่ยนสีมาแล้ว
แต่ ณ วันนี้เราได้มาสัมผัสของจริงแบบทะลุทะลวง ได้มายืนอยู่ในพื้นที่จริงๆ เห้ยยย นี่เราไม่ได้ฝันไปจริงๆ นะ
 
เราเจอของจริงมาแล้ว มันงามมาก และเราชอบมากจึงของเลือกภาพนี้เป็นภาพเปิดของตอนที่ 5 ค่ะ
แม้ฝนไม่ตกก็ตาม แต่เราก็จะเอาร่มมากางเป็นพร๊อพให้สวยเก๋แบบนี้แหละ 555
อยากบอกว่าประสบการณ์จากการนั่งรถไฟ และรถบัสเที่ยวด้วยตัวเองในฟุคุชิมะ ได้สิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 4 แล้วนะคะ
วันที่ 5-6 นี้เราได้เช่ารถยนต์ขับเที่ยวกันเองค่ะ เราไม่ได้ขับนะ เรานั่งเป็นคุณนายอย่างเดียว อิอิ
เราเช่ารถยนต์ขนาดเล็ก (เท่าๆ วีออสบ้านเราค่ะ) ในราคาวันละ 8100 เยน (2430 บาท) น้ำมันต่างหาก
วันที่ 5 สถานที่เราไปเยือนหลักๆ คือ > น้ำตก Day 5 Tatsuzawafudo Falls และน้ำตกใต้สะพานแขวน Takinotsuri Bridge
หลังจากเช็คเอาท์ออกจาก Washington Hotel ก็ขนกระเป๋าใส่ท้ายรถไปด้วยเลย คืนนี้เราจะไปนอนเรียวกังกันค่ะ
เริ่มออกเดินทางกันไปเล้ยยย แต่ช้าก่อน การจะพาพิกัดสถานที่จะไปนั้น ต้องอาศัย Google Map ค่ะ
ซึ่ง GPS ที่ติดอยู่หน้าจอบนรถเนี่ยตอนแรกงงหนักมากกก แต่ก็มีเพือนบล็อกที่ชำนาญการอยุ่ด้วยพอดี มาบอกวิธีการใช้ GPS ในรถ
คือ ป้อนเบอร์โทรศัพท์ปลายทางที่เราต้องการไปค่ะ GPS จะนำทางให้เอง
แต่เวลานั้นก็คือ ขับตามหลังเพื่อนคันหน้าไปก่อนแหละ อิอิ
เตรียมเงินจ่ายค่าทางด่วนด่านแรก 690 เยนค่ะ ใบเหลืองจะเป็นการ์ดทางด่วนที่รับมาตอนขาเข้า
ราคาจะระบุขาออก สิ่งที่ชอบและประทับใจการบริการจากเจ้าหน้าที่ทางด่วนจะโน้มก้มคอมาต้อนรับทักทายและแจ้งยอดเงินที่ต้องจ่ายด้วยนะคะ
ไม่ได้เอาแต่ยื่นมือออกมาจากช่องเก็บเงินเหมือนบ้านเรา 555
 
ตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าสู่น้ำตก Tatsuzawafudo  กันค่ะ
 

บอกได้เลยค่ะว่า ณ เวลานั้น เพลินตากับสองข้างทางของใบไม้เปลี่ยนสี ที่กำลังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ยิ่งมองขึ้นบนยอดเขา
ยิ่งมีสีสันเปล่งประกายอย่างเด่นชัดมาก
 
อ้อ วันนี้โชคดีแล้วล่ะ พายุไต้ฝุ่นลูกที่ 22 ได้ผ่านไปแล้วจ้าาาา

ระหว่างทางไปน้ำตก ทางขึ้นเขา มีที่แวะให้จอดข้างทางกันด้วย ห้องน้ำสาธารณะ 
บร๊ะเจ้า ห้องน้ำสาธารณะข้างทางที่นี่เขามีกระดาษทิชชู่ให้ด้วยนะเออ  555 
เริดมาก นี่คือคนดูแลพื้นที่คงหมั่นเอามาเติมให้เรื่อยๆ นะคะ
 
และแล้วก็ถึงทางเข้าไปยังน้ำตก Tatsuzawafudo  ที่เราจะเจอกับใบไม้เปลี่ยนสีที่ลู่ลมปลิวไหวกันตลอดเวลา

จากลานจอดรถจะมีทางเดินเข้าไปยังพื้นที่น้ำตก Tatsuzawafudo จากการวัดด้วยสายตา
เดินเท้าไปประมาณ 400 เมตรนะคะ เราเลือกเดินย้อนตามลำธารที่ไหลมาค่ะ
ต้องเป็นทางไปน้ำตกแน่แล้วชัวร์แน่นอน

ที่ว่าค่อนข้างชัวร์เพราะมีตากล้อง และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ พากันแบกขาตั้งกล้อง พร้อมกล้องโปรๆ เดินเข้าไปกันเยอะมาก
และที่ทึ่งคือ ตากล้องชาวญี่ปุ่นเหล่านี้ ดูเป็น สว.กันเยอะมาก เดาว่านัดกันมาเป็นกลุ่มออกทริปกันค่ะ
เราก็ได้แต่มองตาม รวมกับเพลินตาใบไม้เปลียนสีของสองข้างทางด้วย
 
เมื่อมาถึงน้ำตก Tatsuzawafudo อยากบอกว่าอยากร้องกรี๊ดดดดดเลยล่ะ
เพราะมันสวยมาก พีคสุดแล้วในเวลานี้ !

จริงๆ บริเวณโดยรอบนี้จะมีตากล้องและนักท่องเที่ยวมาชมน้ำตกพอสมควรนะคะ
ต่างคนต่างหามุมกันเอง ฉากตรงหน้าจึงถ่ายไม่ติดคนแต่อย่างใด ดีเลยเนอะ บอกได้เลยว่าช่วงเวลาที่ไปนี้ คือที่สวยสุดน้ำตกแห่งนี้งดงามจริงๆ ค่า

น้ำตก Tatsuzawafudo Falls เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากภูเขา Funamyojin จากเทือกเขา Adatara

ลงในแม่น้ำ Fudo-gawa นอกจากนี้ยังเป็นที่สถานที่สักการะบูชาทางพระพุทธศาสนาอีกด้วยนะคะ เพราะติดๆ กับน้ำตก

จะเป็นศาลาเก่าๆ และมีพระพุทธรูปญี่ปุ่นหินแกะสลักตั้งไว้ตามจุดทั่วไป

พอหนำใจ กับการชมความงามของน้ำตก  Tatsuzawafudo Falls แล้ว เราก็ออกเดินทางไปกันต่อด้วยรถยนต์ค่า

ระหว่างทางยังคงเพลินตา เพลินใจกับสองข้างทาง สีสันของใบไม้เปลียนสีเช่นเดิม

นั่งในรถเพลินๆ ถ่ายคลิปไปด้วยเพลินใจอย่างที่สุด

จุดไหนสวยๆ จะแวะจอดถ่ายรูปได้เลย นี่คือข้อดีของการเช่ารถขับเที่ยวกันเองนะคะ อยากจอดที่ไหนก็ได้จอด


เรามาจอดกันที่ Bandai-Azuma Lake Line กันค่ะ จริงๆ เป้าหมายที่เราจะไปชมใบไม้เปลี่ยนที่ที่ใหญ่กว่านี้อีกคือ
Bandai Azuma Skyline แต่ GPS จอในรถขึ้นสัญลักษณ์บอกว่าทางปิดด้วยนะคะ
ยังไงก็ลองขับไปดูหน่อยว่าปิดหรือป่าว และก็ปิดจริงๆ ด้วย 555
 
จึงมาจอดถ่ายรูปเล่นกันที่นี่แหละ

ใบไม้แดงเหมือนกัน สวยเหมือนกัน กับช่วงเวลาที่พีคสุดของฤดูกาลใบไม้แดงแล้ว
เมื่อทางแรกปิด จึงขับไปทางที่สอง ยิ่งขับขึ้นเขาสูงไปเริ่มเห็นหิมะเล็กๆ ตามข้างทางแล้ว
 
 
ไอ้เราก็กรี๊ดสิคะ โอ้ววววว
นี่เป็นรางวัลเซอร์ไพรส์จากธรรมชาติเป็นอย่างมาก และนี่ก็เป็นหิมะแรกของปี ที่ฟุคุชิมะ
ที่เราได้มาเห็นเป็นครั้งแรกแบบไม่คาดคิดไว้ในใจอีกด้วย

ไม่รู้ล่ะ ในเวลานี้ขอบอกให้จอดก่อน จอดๆ ไปเล่นกับหิมะข้างทางเล็กๆ แบบนี้ก็ยอม 555
หิมะรวมตัวกันจับเป้นก้อนเล็กๆ มาบีบบี้ขาวละเอียด
 
นี่เป็นผลมาจากพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 22 เข้ามาช่วงสองสามวันก่อนที่ฝนตตลอดทาง
ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บนเขาสูงนี้มีหิมะแรกตกในทันที 
 
มันวิเศษมาก สำหรับเรา เพราะได้เจอแบบไม่คาดหวังมาก่อน

เวลานั้น บอกได้เลยค่ะว่า แข็ง 555
มือแข็งมาก หนาวมาก ลมแรงมาก สนุกมาก แต่อยากเล่นต่อ
เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เรายังไม่เคยเจอหิมะเยอะมากมายขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
ตื่นเต้นมากกก จนลืมความหนาวไปหมดสิ้น ไม่รู้หรอกว่า เวลานั้น อุณหภูมิกี่องศา
 
สำหรับเสื้อผ้าที่เราใส่มานั้น บอกเลยว่า เอาอยู่จริงๆ ค่ะ
เสื้อลองจอน ทับด้วยขนเป็ด ปิดทับด้วยเสื้อโค๊ตอีกตัว 
กางเกงใส่ถุงน่องกันหนาวด้านในตามด้วยสวมกางเกงยีนส์ทับด้านนอก
รองเท้าใส่ถุงเท้าอีกชั้นและเป็นรองเท้ากันน้ำ KEEN Terradora Waterproof บอกเลยว่าเตรียมตัวมาดีมาก
แม้ไม่รู้ว่าจะได้เจอหิมะก็ตาม อิอิ

เส้นทางถนนรถวิ่ง เมื่อรถวิ่งผ่านทับหิมะไปแล้วก็จะดูเละๆ พอสมควร เละแล้วยังมีน้ำขังที่เกิดจากการละลายของหิมะด้วยนะคะ
ทางค่อนข้างลื่นเช่นกัน แต่เราก็เอาอยู่ เราไปโฟกัสที่หิมะรอบๆ ตัวมากกว่า
แม้จะเย็นมือมากกกแค่ไหนก็ตาม ถุงมือมีไม่ยักกะหยิบมาใส่นะ เอาแต่กดชัตเตอร์รัวๆ
ลืมห่วงกล้องด้วยว่ามันจะพังหรือป่าว 555
 
จริงๆ ทางที่เราจะไปนี่คือ Bandai Azuma Skyline
แต่ทางปิดอีกแล้วจ้าาาา เดาว่าหิมะตกหนักมากทำให้ทางปิดขึ้นไม่ได้

แต่ไม่เป็นไร ไม่ใช่ปัญหาเล้ยยย เพราะเราฟินกับหิมะตรงหน้ามากกว่า

แบบนี้ไง ได้จับหิมะก้อนโตแล้วน้าาาาา

แค่ครึ่งวันนี้ก็คุ้มค่าทริปฟุคุชิมะ สำหรับเราแล้วล่ะ 555
 
ได้เวลาเดินทางลงจากเขามาแล้วค่า ยังอีกๆ แวะเก็บภาพรายทาง
กับวิวสวยๆ เช่นเคย สองข้างทางใบไม้ร่วงกันหมดแล้ว โดยมีหิมะปกคลุมกันเป็นหย่อมๆ

ขับรถลงเขามาเรื่อยๆ ค่ะ พิกัดต่อไปของเราคือไป น้ำตกใต้สะพานแขวน Takinotsuri Bridge
โดยคนนำทาง พี่หยี (น้ำฟ้าฯ) ก็พาเข้าเส้นทางลัดเลาะตาม GPS เดาว่าเส้นนี้แทบไม่มีรถวิ่งผ่าน
เพราะถนนจะแคบๆ หน่อย และถูกปกคลุมด้วยใบไม้ร่วงกันเต็มพื้นที่
 
แต่บอกเลยว่า นั่นแหละเป็นเส้นทางที่สวยมาก
เหมือนหลุดออกมาจากภาพถ่ายติดผนังที่เราเคยไปถ่ายเล่นมา 
แต่เวลานี้เราได้เดินทะลุเข้าผนังของภาพถ่ายนั้น มาเยือนสถานที่จริงแล้วค่ะ
สมใจเราแล้วววววว
มาต่อกันที่ Shinsui park ที่เป็นพื้นที่ของสะพานแขวน Takinotsuri Bridge
ซึ่งอยู่ในเมือง Tsuchiyu Onsen 

สะพานแขวน Takinotsuri Bridge สามารถเข้าได้สองทางคือทิศตะวันตกและทิศใต้ สามารถเดินทะลุถึงกันได้ค่ะ

ด้านหน้าทางเข้าจะเป็นวัดเก่าแก เดินเข้ามาไม่ไกล สามารถเดินไปได้เรื่อยๆ เพราะอากาศเย็นๆ ทำให้ไม่เมื่อยมาก

พร้อมทั้งได้เห็นสายน้ำ และลำธารสวยๆ ที่กำลังไหลลงเข้าไปในหมู่บ้าน

ทางเดินไม้จะมีสองข้างฝั่งของสะพานค่ะ ซึ่งเราไม่รุ้ว่าเดินไปจนสุดทางเดินนั้น จะเป็นอะไร
แต่เราเลือกเดินขึ้นไปยังสะพานไม้ ชมทิวทัศน์ในมุมสูงบนสะพานแทน

ซึ่งทำให้เห็นว่าด้านในจะเป็นน้ำตก และไหลเป็นทาง และมีการสร้าง ฝายชะลอเพื่อกักเก็บและชะลอการไหลของน้ำ
 เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ป่าในบริเวณนี้
 
พร้อมอากาศเย็นๆ ที่เริ่มมืดมาอีกแล้ว ต้องรีบออกจาก  Shinsui park  กันแล้วล่ะค่า
พร้อมท้องร้อง เป็นสัญญาณความหิว คือเราเที่ยวเพลิน จนลืมกินข้าวเที่ยงกันน่ะ Smiley

อุปกรณ์ตัวช่วยในการภ่ายภาพน้ำของเราที่ทำให้สายน้ำไหลนุ่ม นี่เลยค่า ขาตั้งกล้อง
แบกมาในทริปด้วย ช่วยได้เยอะมาก ^^
นี่คือเดินกลับออกมาอีกทาง เราจะเจอฝายขนาดใหญ่อยู่ตรงนี้
ซึ่งเป็นจุดแรก ที่อยู่ติดกับป้ายรถบัส Tsuchiyu Onsen พอดีค่ะ
 
เย็นวันที่ 5 ขับรถกลับออกมาจาก  Shinsui park กลับเข้าในเมือง Aizu-Wakamatsu ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ
มีนัด Dinner กันต่อกับเพื่อนๆ ร้านอร่อยข้างสถานีรถไฟ
ชื่อภาษาญี่ปุ่นอีกแระ อ่านไม่ออก

 
อาหารรสชาติอร่อย ใช้ได้ค่ะ เป็นเมนูญี่ปุ่น และอินเตอร์แนวฟิวชั่นทั่วไป แต่เราเก็บภาพมาแค่ 2 รายการเท่านั้น
นอกนั้นไม่ได้ถ่ายไว้เลย 555 หิวซัดเรียบ
 
ที่อร่อยๆ ที่สุดในมื้อนั้นชอบมากก ไก่ทอดใส่เครื่องเทศและงานี่แหละ อร่อยถูกปากเราอย่างที่สุด
เบ็ดเสร็จมื้อนี้ทานกัน 4 คน พร้อมเครื่องดื่มจ่ายไป 10768 เยน (3230 บาท)
 
เป็นอันแยกย้ายกันกลับและเราเข้าพักที่เรียวกังคืนแรก
เพื่อเตรียมตัวพักผ่อนและเดินทางท่องเที่ยวกันต่อในวันที่ 6 ที่ฟุคุชิมะ ขอบอกว่าเป็นวันสุดท้ายของทริปแแล้ว 
อร๊ายยยยยย
> Autumn Fukushima < Day 6 วัดไม้สุดคลาสิควัดเอ็นโซจิ Enzoji Temple   + ตามถ่ายรถไฟมุมมหาชน Tadami river First Bridge

ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ
Rinsa Yoyolive

 

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

หมู่บ้านโบราณโออูจิจูคุ Ouchijuku

[Fukushima Diary] Day 2 : Adatara ในวันที่พายุเข้า / เดินสำรวจ S-PAL ห้างใหญ่ติดสถานี JR Fukushima

ตะลุยลานสกีนุมะจิริ (Numajiri) สุดเจ๋งแห่งจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima)

20 Pictures that I like when I visited Fukushima

0ne Day in Koriyama หนึ่งวันในเมืองที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima