Japan การเดินทาง บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว photograph

Fukushima : ชนบทที่สดใสยิ่งกว่าภาพสีน้ำมัน

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

จะแปลกมั้ย ถ้าสิ่งที่ชอบที่สุดในทริปจะเป็นรถไฟ ยิ่งวิ่งออกชนบทไปเรื่อยๆ รอบตัวก็ยิ่งไล่สีสวยงาม ต้นไม้จากเขียวเริ่มเป็นเหลือง ส้ม แดง สดใสยิ่งกว่าภาพสีน้ำมัน แถมหิมะแรกของปียังพยายามเปลี่ยนยอดเขาให้ขาวอีก

อุณหภูมิที่พยากรณ์ไว้ว่า 15-20 องศา กลับลดฮวบถึง 0 เมื่อไต้ฝุ่นถล่ม สนุกดีที่ตอนเช้าตื่นมาต้องดูก่อนว่าวันนี้ แดด ฝน หรือหิมะ แล้วค่อยคิดแผนใหม่ จนออกมาเป็น 6 วัน 6 สถานที่ในรีวิวนี้ ทั้งหมดเที่ยวคนเดียวได้ง่ายๆ เดินทางสบายๆ ด้วยรถไฟและบัส แถบนี้มีเมืองออนเซ็นเยอะ ผู้สูงวัยเลยเต็มขบวน แต่ละคนแบกมาทั้งไม้เดินเขาและกล้องเลนส์โตๆ

oct 27 – jododaira
oct 28 – marusei orchard
oct 29 – mishima
oct 30 – goshikinuma
oct 31 – minamiaizu / maezawa magariya
nov 01 – ouchi juku

 

 

DAY 1 : JODODAIRA

ถนนที่ขึ้นชื่อมากๆ สำหรับใบไม้เปลี่ยนสีใน Fukushima กลางเดือนตุลาคมก็คือ Bandai azuma skyline และ Bandai azuma lakeline ที่ต่อเนื่องกัน โดยเส้นสกายไลน์จะคดเคี้ยวไปตามภูเขา พอดีไปช่วงปลายเดือน ข้างทางเลยเหลือแต่กิ่งไม้แห้งๆ ไร้ใบ กลางเส้นทางนี้เองจะมีที่ราบสูงเป็นจุดแวะพัก ชื่อ Jododaira ที่โจโดไดระมีหลายเทรลให้เดิน วันนี้เราเที่ยวไป 3 ที่ก่อน

 

  • Jododaira Marshland
    ที่ราบลุ่มและพื้นที่ชุ่มน้ำรอบๆ โจโดไดระจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนในฤดูใบไม้ร่วง ดูแห้งกรอบ แต่ยังมีดอกไม้ฟูๆ ขาวๆ ขึ้นแซม เราสามารถเดินสำรวจทั้งหนองทั้งบึง ทั้งพืชภูเขาไฟและดอกไม้อัลไพน์ไปได้เรื่อยๆ สบายๆ ทางเดินเป็นไม้กระดานแคบๆ ปูยาวไปรอบ marshland แนะนำให้เดินช่วงเย็น อากาศดีมีหมอกบางๆ ทุ่งแห้งๆจะเป็นสีทองในแสงอาทิตย์ ไม่ไกลยังมีหอดูดาวที่ได้ชื่อว่าสูงสุดในญี่ปุ่น ทางเส้นนี้เดินซักครึ่งชั่วโมงก็วนออกแล้ว

  • Okenuma Pond
    เห็นในแผนที่ว่าไม่ไกลจาก marshland จะมีบึงน้ำอยู่ เป็นทางเดินสั้นๆ ไปกลับไม่ถึงชั่วโมง เลยลองเดินไปดูซะหน่อย ทางเดินขึ้นเขานี่ไม่ยาก ผ่านต้นไม้แห้งๆ ดูรกร้างและไม่มีคนเลยจนตอนแรกไม่กล้าเดินต่อ ตามต้นไม้มีเศษผ้าผูกไว้เป็นระยะ พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกแล้ว อยู่ๆ ก็เกิดกลัวความเงียบขึ้นมา แต่จำได้ว่าดูจากแผนที่มันไม่ไกล เลยตัดสินใจวิ่งๆ ขึ้นไป พอมุดซุ้มต้นไม้ได้ ก็มาโผล่ที่บึงได้พอดี มาตอนแดดแรงๆ น้ำคงฟ้า แต่ตอนนี้ใกล้มืดแล้ว น้ำเลยเริ่มดำ

 

  • Mt. Azuma-Kofuji
    ภูเขาอาซูมะโคฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ เราสามารถ ขึ้นไปเดินวนรอบๆ ปากปล่องภูเขาไฟได้ เดินไม่ยากแต่ต้องระวัง เพราะพื้นที่ เหยียบจะเป็นกรวดหินก้อนเล็กๆ ถ้าก้าวไม่ระวังอาจไถลยาวตกปล่องไปเลยก็ได้ เพราะไม่มีที่กั้น ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็เดินครบกลับลงมาถึงจุดเริ่มต้นได้แล้ว ความหมายของ Kofuji คือฟูจิน้อย เพราะมีรูปร่างกรวยสมมาตรแบบภูเขาไฟฟูจิ ถ้าจะไปเดิน ห้ามลืมแว่นกันแดดกับหมวกเด็ดขาด ไม่งั้นตาพร่าเดินเซลงปล่องภูเขาไฟแน่ๆ
    * ซ้าย : จิ๋วๆ บนรูปทางซ้ายคือคน เราถ่ายมาจากอีกฝั่งของปล่อง
    * ขวา : ภาพมุมสูงของปล่องภูเขาไฟ 2 ชั่วโมงที่ว่าก็คือเดินรอบวงนั้น

 

DAY 2 : MARUSEI ORCHARD

เนื่องจากอากาศวันนี้ไม่ค่อยเป็นใจ หรือจะเพราะความขี้เกียจก็จำไม่ได้ จากที่วางไว้ว่าจะขึ้นกระเช้าไปเยี่ยมหิมะบนภูเขา Adatara เลยถูกพับโครงการไป เปลี่ยนแผนเป็นเที่ยวสวนผลไม้แทน

เมื่อตอนหน้าร้อนเคยผ่านแถบนี้ทีนึง ได้ยินว่าลูกพีชที่ฟุคุชิมะหวานอร่อยแต่ไม่มีโอกาสแวะสวนไหนเลย พอโชคดีได้กลับมาใหม่ในช่วงปลายตุลา พีช แพร์ องุ่น เมล่อน เชอร์รี่ ถูกเก็บไปเกลี้ยง เหลือแต่แอปเปิ้ล หลังจากคุณป้าสอนวิธีและบอกข้อห้ามนู่นนี่เป็นภาษาญี่ปุ่นก็ให้ถังพลาสติกกับมีดมา พร้อมกับเวลา 30 นาทีที่จะเก็บกินกี่ลูกก็ได้ แอปเปิ้ลสวยๆ ทั้งนั้น ลูกอ้วนล้นมือ ถ่ายรูปเพลินๆ ลืมเก็บกิน กว่าจะรู้ตัวก็เหลืออีก 10 นาที ทีนี้เลยรีบยัดๆๆ

 

 

ข้างหน้าสวนมีร้านพาร์เฟ่ต์ผลไม้ด้วยนะ ไอติมโปะผลไม้สดน่ากินมากเลย แต่ 4 โมงกว่าก็ปิดแล้ว จริงๆ แถบนี้มีสวนผลไม้เยอะ แต่เลือกมา Marusei Orchard เพราะสามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟจาก Aizu Wakamatsu

 

DAY 3 : MISHIMA

การมาเที่ยวแถบ Aizu ทำให้เรามีโอกาสนั่งรถไฟสาย Tadami หลายครั้ง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปตอนมันวิ่งสวยๆ ข้ามน้ำซักที จุดที่สวยอยู่ที่เมือง Mishima สามารถนั่งรถไฟสายนี้มาลงที่สถานี Aizu Miyashita แล้วเดินไปยัง Tadami River first bridge viewpoint ได้เลย จุดชมวิว 4-5 จุดมีตั้งแต่ริมน้ำจนสูงขึ้นไปบนเขา อากาศวันนี้ไม่เป็นใจนัก ฝนตกตลอด ตอบรับข่าวไต้ฝุ่นที่กำลังพัดเข้าฟุคุชิมะคืนนี้พอดี

Mishima นี่เล็กและน่ารัก แค่เดินเล่นแถบนี้ก็อิ่มแล้ว  แต่ถ้าอยากถ่ายรถไฟวิ่งข้ามน้ำ สิ่งสำคัญคือเช็ครอบรถไฟไว้ก่อน แต่ละฤดูจะมีจำนวนรอบและตารางต่างกัน สามารถหยิบใบปลิวจาก tourist info หรือเช็คเองจาก google map ก็ได้ ถ้าเช็คเองให้เสิร์ชรถไฟที่วิ่งระหว่าง Aizu-Hinohara และ Aizu-Nishikata เนื่องจากสะพานเหล็กไดอิจิเคียวเรียว Daiichi Kyouryou (Tadami River first bridge) ที่รถไฟจะวิ่งผ่านตั้งอยู่ระหว่าง 2 สถานีนี้

 

 

 

 

DAY 4 : GOSHIKINUMA

พยายามปรับวันอยู่หลายครั้งให้ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีมาตกที่ Goshikinuma แห่งนี้ แล้วโชคก็ดูเหมือนจะเข้าข้าง.. เมื่อคืนไต้ฝุ่นมาเยือนตามที่เค้าพยากรณ์ไว้เป๊ะ กระหน่ำทั้งคืน บ้านไม้ที่เราไปพักเขย่าจนแทบนอนไม่ได้ ไม่คิดว่าตื่นมาจะกลายเป็นเช้าที่อากาศดี ฟ้าสดใส แต่หนาวลมอย่างที่สุด จากเมื่อวานที่ประมาณ 15 องศา วันนี้ที่เมือง Inawashiro หนาวจนใกล้ 0 องศา มือชา หูชา ตัวแทบปลิวตามลม เลยตัดสินใจเข้าไปพักในร้านอาหาร ได้ชาร้อนมาแก้วนึงแต่มือชาจนกำแก้วไม่ได้ซะแล้ว คุณลุงในร้านเลยเรียกไปนั่งผิงไฟก่อน

เราสั่งอาหารจากรูปที่แปะบนผนัง เดาว่าคงเด็ดสุด แล้วก็ไม่ผิดหวัง หอมจนน้ำลายแทบไหล เปิดฝาออกมาเป็นข้าวหมูทอดร้อนๆ อยากกินมากแต่มือชาจนคีบอะไรก็ร่วง ต้องรออยู่นานกว่ามือจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความอร่อยทะลักชามมาก ใต้กองหมูทอดที่เห็นยังมีหมูทอดรออยู่อีกชั้นนะ ชุ่มซอสแต่ก็กรอบจนคำสุดท้าย รสคล้ายทงคัตสึ

กลับมาค้น google map เป็นการใหญ่ว่าตัวเองไปหลบหนาวที่ไหนมา จนเจอว่าร้านนี้คือ Amanoshokudo

 

ระหว่างทางที่นั่งรถบัสจาก Inawashiro เพื่อไปยัง Goshikinuma สวยมากกก เหลืองส้มไปตลอดทาง ทั้งบนพื้นถนนและซุ้มต้นไม้ที่อยู่เหนือหัว หาต้นไม้ใบเขียวแทบไม่เจอ พอไปถึง จากฟ้าใสๆ ดันเปลี่ยนกะทันหัน หิมะแรกของปีตกซะแล้ว ทั้งหนาวทั้งเปียก แต่คิดว่าไหนๆ มาถึงแล้ว ก็เดินเที่ยวให้สุดทางเลยดีกว่า tourist info บอกเราว่าเทรลนี้เดินไม่ถึงชั่วโมงเอง

เส้นทางเดินเที่ยวมีแค่เส้นเดียว ผ่านครบทุกบึงและทะเลสาบเลย ระยะทางแค่ 3.6 ชั่วโมงที่เจ้าหน้าที่บอกเราว่าเดินไม่ถึงชั่วโมงสบายๆ แต่เราก็หมดไปตั้ง 2 ชั่วโมงเพราะแวะถ่ายรูปได้ตลอดเวลา ใบไม้ทั้งบนกิ่งและบนพื้นดินเต็มไปด้วยสีเหลืองส้มแดง ตัดกับน้ำในทะเลสาบที่ยังคงเป็นทั้งสีฟ้าสีเขียว แม้อากาศจะขมุกขมัวมีหิมะแรกของฤดูกาลตกลงมา แต่สีของน้ำก็ยังสดใสชัดเจน

ส่วนตัวชอบ Bentennuma Lake ที่อยู่ด้านในมากที่สุด ดูลึกลับดี น้ำในสระเป็นสีฟ้า แต่พอรวมกับต้นกกเหลืองๆ ริมบึง น้ำก็จะกลายเป็นสีเขียว

แต่หลายคนเทคะแนนให้ Bishamon Lake  น้ำสระนี้เป็นสีฟ้าเข้ม มีต้นไม้แดงเป็นฉากหน้าและภูเขาหิมะ Bandai เป็นฉากหลัง ทะเลสาบบิชามอนเปิดให้คนลงไปพายเรือเล่นกับฝูงปลาคาร์ฟได้ด้วย

ถ้าจะให้พีคทุกบึง ควรนั่งบัสไปลงที่ Urabandai Kogen Eki แล้วเดินเที่ยว Goshikinuma nature trail ผ่านบึงต่างๆ จนมาออกที่ Goshikinuma-iriguchi (Goshikinuma Entrance) อาจจะสวนทางกับคนอื่น แต่เราว่าความสวยมันจะไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จากบึงเล็กก็จะเริ่มเห็นบึงใหญ่และจบเทรลด้วยทะเลสาบที่ทุกคนรักพอดี

 

 

DAY 5 : MINAMIAIZU

บอกไปแล้วว่าสิ่งที่ชอบที่สุดในทริปนี้คือวิวข้างทางของรถไฟ รถไฟที่ว่าคือสาย Aizu มันเป็นวิวแบบญี่ปุ่นในฝัน หมู่บ้านตามรายทางถูกขนาบด้วยภูเขาที่กำลังเปลี่ยนสี อดคิดไม่ได้ว่านี่ต้องเป็นช่วงที่สวยที่สุดของฤดูแล้วแน่ๆ จริงๆ วันนี้ตั้งใจนั่งรถไฟแล้วไปต่อบัสเข้า Oze แต่ดูเหมือนจะเป็นอีกปีที่ไปไม่ทัน หิมะตกเร็วกว่าที่คาด ทางเข้าจึงถูกปิดไปก่อนวันสุดท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยวจะมาถึง

เดินแกร่วที่เมือง Minamiaizu ไปพลางๆ ระหว่างตัดสินใจว่าจะไปไหนต่อดี แต่วิวที่เจอสุดยอดมาก อยากขอบคุณที่โอเซปิด เลยได้หลงมาอยู่นี่ มันเล็กจนอยากเรียกว่าเป็นหมู่บ้าน ใบไม้ ต้นไม้ และภูเขากำลังแข่งกันเปลี่ยนสี ทางเดินขนานไปกับธารน้ำสีฟ้าๆ เดินเล่นไปเรื่อยๆ ได้ไม่เบื่อเลย

แผนใหม่คือ นั่งรถบัสไปหมู่บ้านนึงที่เห็นจากแผ่นพับบนรถไฟ นอกจากคุณลุงคนขับก็มีเราอยู่คนเดียว ยิ่งขึ้นเขาอากาศยิ่งหนาว วิวสวยขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 2 ฝั่ง เลยวิ่งไปวิ่งมาระหว่างหน้าต่างสองด้าน หลังๆ พอผ่านวิวสวย ผ่านน้ำตก ลุงมีจอดรถแล้วเรียกให้เราวิ่งลงไปถ่ายรูปด้วย เหมือนเหมาบัสนำเที่ยวเลย ประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงที่หมาย คนขับผู้ใจดีก็ให้กาแฟอุ่นๆ มากระป๋องนึง เราไม่กินแต่ก็กำไว้ตลอด อุ่นสบายเหมือนฮีทเตอร์ส่วนตัว 🙂

หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า Maezawa Magariya สงบเงียบเร้นกายออกจากชุมชนใหญ่ มาเอซาวะถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าซามูไรเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทางเข้ามีแม่น้ำขวางอยู่ ต้องเดินข้ามสะพานไป ผ่านแปลงผัก สวนดอกไอริส ต้นมัลเบอร์รี่และเชอร์รี่ ที่นี่ต้องเดินเที่ยวเบาๆ ไม่เหยียบย่ำความสงบและแปลงผักของเจ้าของบ้าน และก็ห้ามสูบบุหรี่ด้วย เพราะหลังคาที่มุงด้วยฟางและหญ้าแห้งๆ นั้นติดไฟง่าย

มาเอซาวะไม่มีการเปิดร้านขายของที่ระลึกอย่าง Shirakawago หรือ Ouchi Juku เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยว การขายของของชาวบ้านคือตีไม้เป็นบ้านหลังจิ๋วตั้งไว้หน้าบ้านตัวเอง วางพืชผักผลไม้เล็กๆ น้อยๆ หรืองานฝีมือไม่กี่ชิ้นทิ้งเอาไว้พร้อมกล่องใส่เงิน และถุงให้บริการตัวเอง ดีจัง รู้สึกเค้าเชื่อใจนักท่องเที่ยวอย่างเรา

 

 

ถ้าอยากเห็นหมู่บ้านในวงล้อมของภูเขาให้เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแล้วปีนเขาลูกตรงหน้าขึ้นไปเลย ชันหน่อย แล้วทางก็ไม่มีป้ายอะไร จำไว้ว่าไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ เจอทางแยกซ้ายเมื่อไหร่ ให้เลี้ยวซ้าย ซัก 5  นาทีก็ถึงจุดชมวิว ..เห็นแล้วอยากกลับมาอีกครั้งในฤดูหนาวตอนที่หิมะ 2 เมตรท่วมหมู่บ้าน

ขอเตือนว่าที่นี่เล็กมาก ถ้าไม่ได้เพลินกับการถ่ายรูปหรืออินกับธรรมชาติเล็กๆ น้อยๆ คงเดินเที่ยวได้ทั่วใน 20 นาที

 

Day 6 : Ouchi Juku

ใครที่ยังติดใจหมู่บ้านญี่ปุ่นหน้าตาคลาสสิค หรือเคยติดใจหมู่บ้าน Shirakawago มาแล้ว ก็น่าจะถูกใจ Ouchi Juku ของฟุคุชิมะได้ไม่ยาก ที่นี่มีบ้านเก่าสมัยเอโดะเรียงกันไป 2 ฝั่งถนน ทุกหลังถูกมุงหลังคาด้วยฟางและหญ้าแห้งหนาเตอะ สุดถนนจะมีภูเขาลูกย่อมๆ สามารถเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อดูวิวหมู่บ้านโออุจิจูกุจากมุมสูงได้

สวยแต่ส่วนตัวไม่ค่อยถูกใจ มันเต็มไปด้วยกรุ๊ปทัวร์บ้านเก่าแต่ละหลังก็เปิดเป็นร้านขายของประเภทสนองนักท่องเที่ยวเหมือนๆ กันไปหมด รู้สึกเหมือนเป็นหมู่บ้านจำลอง ไม่ใช่ของจริง ถ้าอยากเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ แนะนำให้ลองดู Maezawa Magariya อาจจะเล็กจนเดินเที่ยวไม่กี่นาที แต่รับรองว่ามีเสน่ห์ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางเลย

ระหว่างทางที่นั่งรถไฟมาจากเมือง Aizu Wakamatsu คุณจะผ่านเมืองออนเซ็นหลายแห่งเลย แทบทุกป้ายที่รถไฟหยุดจะมีแหล่งน้ำร้อนให้ไปแช่ตัว ถ้าเวลาเยอะก็ไปนอนเล่นตามเรียวกัง หรือถ้าเวลาน้อย บางสถานีมีบ่อน้ำร้อนให้ลงไปแช่เท้าได้เพลินๆ ระหว่างรอรถไฟ

 

#welovefukushima

 

  • กาแฟกระป๋องนั้น คือที่เราใช้แทนฮีทเตอร์ในวันหิมะตก ได้รับมาจากคุณลุงใจดีที่ขับรถบัส
  • kumanoya, nanukamachi – aizuwakamatsu
    ดังโงะและขนมลูกกลมๆ คุณป้าร้านขนมใจดีให้มา ข้างในเป็นไส้ถั่วแดงกวน เนียนละมุน เราเป็นคนไม่ชอบถั่วแดงกวนยังหลงรักขนมคุณป้าเลย
  • tagoto, nanukamachi – aizuwakamatsu
    อาหารชื่อดังอีกอย่างของแถบนี้คือเนื้อม้า ลองไปกินซาชิมิเนื้อม้าดิบกันดู เราลองแล้วนุ่มเหมือนปลา กินกับมิโสะ ไม่เหม็นสาบเลย อาหารเต็มเซ็ตของร้านอาหารกึ่งเรียวกังแห่งนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่อร่อย เราพักอยู่ 3 วัน ได้กินอาหารเช้ากว่า 20 อย่างที่ไม่ซ้ำกันเลย อาหารเย็นมีเทมปุระจิ้มผงมัทฉะ เต้าหู้เนียนที่ทำจากนมข้าวโพด และสารพัดจะประดิษฐ์ประดอย!

 

ลองเก็บเมืองน่ารักใน Fukushima ไว้เป็นตัวเลือกท่องเที่ยวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีดูนะ
ยืนยันว่านอกจากความสวยสงบ หลายๆ เมือง ยิ่งแถบ aizu มันปลอดภัยแล้วจริงๆ

  • สอบถามหรือติดตามเรื่องราวของเราเพิ่มเติมได้ที่ : above sea level

 

 

 

 

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

เปิดตำราแม่หมอพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีปี 2018 นี้ก่อนจะบินลัดฟ้ามาเที่ยวกันจ้า!

[ Softcream of Goshikinuma หนึ่งเดียวแห่งบึง 5 สี ] ชวนเดินชิวกินไอติมซอฟท์ครีมรสชาติหนึ่งเดียวแห่งทะเลสาบ 5 สี !!

[ ของมันต้องโดน ] เที่ยวฟุคุชิมะยังไงไม่ให้พลาดรถไฟคะพี่ ?

[เปิดวาร์ปมาโผล่!] Day #1 เดินเล่นกลางทุ่งดอกทานตะวัน “Nunobiki plateau wind farm” และตกเย็นดื่มด่ำบรรยากาศออนเซ็น “Higashiyama Hot Spring”

[THE MUST 5 ITEMS] +!! ไอเท็มสุดฮิตจากไทยที่ไม่ควรลืม และต้องพกไปที่ฟุคุชิมะ!!!

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima