Japan บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ สถานที่เที่ยว Trips

เที่ยว Fukushima  กับ 6 สิ่งที่ไม่ควรพลาด

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

 

เมื่อนึกถึงญี่ปุ่น เราจะนึกถึง โตเกียว เกียวโต โอซาก้า ใช่มั๊ย

แต่วันนี้เราสองคนจะชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกับอีกหนึ่งที่ที่ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคโทโฮคุ

เป็นจังหวัดที่จะทำให้เราตกหลุมรักได้ง่ายๆ เลย

นั่นคือจังหวัด Fukushima  จังหวัดที่อยู่เหนือความคาดหมาย จังหวัดที่มีความหลากหลายมากๆ

จังหวัดนี้ทำให้รู้สึกได้ถึงความชิลล์ ในการเที่ยว เราไม่ต้องเร่งรีบ เราเจอคนใจดีมากมาย

เราเจอหมู่บ้านโบราณ เราเจอบึงน้ำหลากสี เราเก็บผลไม้กินจากสวน เราแช่ออนเซ็น

เราเจอภูเขาไฟ เราเจอที่พักราคาถูก  … คือดีต่อใจ ต้องบอกต่อ

และรีวิวนี้จะมีทริคดีๆ กับ 6 สิ่งไม่ควรพลาด  เมื่อพาแฟนเที่ยว  Fukushima, Japan

#แฟนพาเที่ยว #Fukushima #Japan #hotelscombined

1.   URABANDAI GOSHIKI-NUMA PONDS/ ทะเลสาบโกชิคินุมะบึงน้ำ 5 สี

 

Goshikinuma  เป็นจุดชมวิวที่ใหญ่ที่สุดของ Urabandai  มีบึงอยู่ถึง 9 บึง โดยแต่ละบึงก็จะมีสีของน้ำเฉพาะตัวเอง

ซึ่งสีของน้ำที่เห็นจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ช่วงเวลา และปัจจัยอื่นๆ  

ความรู้สึกแรกตอนเห็นบึงน้ำ..ตาโตเหมือนไข่ห่านเลยจ้า เพราะมันสวยมาก รีบวิ่งเข้าไปถ่ายรูปอย่างเร็ว  

สีน้ำเทอควอยซ์ เมื่อเจอแสงแดด ทอแสงระยิบระยับเหนือผิวน้ำ เป็นภาพที่สวยมาก ๆ 

 นี่ถ้าหากเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี  ที่นี่คงเหมือนดินแดนในเทพนิยาย

——

การเดินทาง สามารถเดินทางด้วยรถโดยสาร Bandai Higashi Miyako Bus

 เริ่มจาก สถานีโคริยะมะ(Koriyama)  นั่งรถไฟสาย JR Ban-etsu Saisen Line / Ban-etsu West Line

ลงสถานี Inawashiro  และต่อรถบัสหน้าสถานี  ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง Goshikinuma

 

 

2. Ouchijukuหมู่บ้านโบราณ โออุจิจุคุ (Ouchi Juku)

 

Ouchijuku  เป็นหมู่บ้านโบราณ มีอายุหลายร้อยปีตั้งแต่ก่อนสมัยเอโดะอีกนะ

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา รูปทรงบ้านเรือน ก็ยังคงเป็นทรงโบราณอย่างที่เราเห็นในรูป 

ตั้งอยู่ใกล้กับถนน   ตลอดสองฝั่งทางเดินในหมู่บ้าน จะมีร้านขายของที่ระลึก ของชิ้นเล็กชิ้นน้อย 

ล้วนแต่มีความน่ารักทั้งนั้น บางร้านก็ขายพวกเครื่องเทศ

บ้างก็ขายอาหาร และเมนูขึ้นชื่อคงเป็นโซบะต้นหอม ที่ตอนกินเราใช้ต้นหอมเป็นตะเกียบ

พอกินเสร็จ  อ้าว !! ต้นหอมหายไปไหนครึ่งต้น เดินออกจากร้านปากหอมเลยล่ะ

—————-

การเดินทาง จากสถานี Aizu-wakamatsu นั่งรถไฟสาย Aizu ไปสถานีปลายทาง Yunokami Onsen   

 และต่อรถบัสหน้าสถานีไปยังหมู่บ้าน Ouchi Juku 

 

 

3.Fruit Line กินผลไม้จากสวน

 

Fukushima ได้ชื่อว่าเป็นเมืองผลไม้ เพราะระหว่างที่นั่งรถไฟไป เราก็สามารถมองเห็นสวนผลไม้ได้เป็นระยะ 

และเมื่อถึงสถานีฟุคุชิมะ (Fukushima) ในสถานีจะมีรูปผลไม้ให้ได้เห็นอยู่พอสมควร 

ซึ่งในแต่ละฤดูจะมีผลไม้ต่างสายพันธุ์กันออกไป  ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ล สาลี่ พีช องุ่น 

จะมีถนนอยู่เส้นหนึ่งที่เป็นถนนสายผลไม้ ที่แต่ละสวนเปิดให้เราได้เข้าไปชิมผลไม้ในสวนกัน

ได้แบบไม่อั้นภายในเวลาที่กำหนด  และครั้งนี้นุ้ยก็ได้ไปลองที่สวน maruyoshikanko

ลองชิมองุ่นสดๆ จากต้น ในราคาคนละ 864 เยน องุ่น หอมหวานและฉ่ำมากๆ

 เบอร์ติดต่อ : 024-542-0914, พิกัด : https://goo.gl/maps/PX6Fh7gpg3G2

 

4. Mount Azuma (ภูเขาอาซูมะ)

 

ตอนแรกนุ้ยไม่คิดจะไปเส้นทางนี้เลย อาจจะเพราะเราไม่ใช่สายป่าเขาเนอะ อีกทั้งไม่ใช่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ซึ่งนุ้ยเคยเจอรูปมันสวยมากตลอดเส้นทางเดินรถ  สองข้างทางเราจะเห็นภูเขาหลากสีตามสีของใบไม้

แต่ตอนที่นุ้ยไปเป็นเดือนกันยายน ตัดสินใจไปแบบมึน แต่เฮ้ย ! มันสวยมาก

อากาศดีสุดๆ เมื่อเดินขึ้นไปบนยอดเขา แทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือญี่ปุ่น ที่นี้เหมือนสวิสเลยนะ  ต้องพาแฟนไปให้นะแก

———————-

การเดินทาง จากสถานี Fukushima Station มีรถบัสให้บริการ 2 รอบต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 75 นาที

 รถบัสจะให้บริการเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน

และให้บริการทุกวันตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน

 

5. Tsuruga Castle ปราสาทนกกระเรียน

 

ปราสาทซึรุงะ (Tsuruga Castle) เป็นอีกหนึ่งปราสาทของญี่ปุ่นที่มีความสวยงาม

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Aizu Wakamutsu ปราสาทแห่งนี้เดิมมีชื่อว่า Kurokawa Castle

ถูกสร้างขึ้นในปี 1384 และถูกทำลายลงหลังจากเกิดสงครามโบชิน

ต่อมาปราสาทได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ด้วยคอนกรีตในปี 1960 เสร็จสมบูรณ์ในปี 2011

พื้นที่ใกล้เคียงปราสาทยังมี โรงน้ำชารินคาคุ ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ทำพิธีชงชาของขุนนางศักดินา

รอบๆเป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก เราสามารถเข้าไปจิบชา ทานของว่างกันได้ด้วย 

———————-

จาก Aizu-Wakamatsu Station นั่งรถบัส Aizu Loop Bus

ไปลงที่ Tsurugajo Kitaguchi bus stop แล้วเดินต่ออีก 5 นาที

การเข้าชม   ค่าเข้าชม: 410 เยน

เวลาเปิด-ปิด: 8:30-17:00 (เข้าชมก่อน 16:30)

วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

 

6. สุดท้ายเป็นทริคในการจองที่พัก

จองยังไงให้ได้ที่พักราคาสบายกระเป๋า และถูกใจ นุ้ยเคยบอกบ่อยๆ ว่าเวลาจองที่พักให้เราเปรียบเทียบจากหลายๆ

เว็บใช่มั๊ยค่ะ เพื่อได้ราคาที่ถูกใจที่สุด และที่พักที่โดนใจที่สุด  

และนี่คือที่พักที่นุ้ยจองในทริปนี้ APA Hotel Fukushima-Ekimae  

ราคาต่อคืนไม่ถึงสองพันบาท แต่ได้ห้องพักส่วนตัว มีห้องน้ำในตัว  ทำเลนะเหรอ?  

ติดกับ Fukushima station ติดกับมินิมาร์ท ติดกับซุปเปอร์มาร์เก็ต

และที่สำคัญราคานี้ มีออนเซ็นในโรงแรมให้แช่กันฟินๆ ฟรีๆ อีกด้วย

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี ‘Misaka Kogen’ ปอดแห่งใหญ่ของเมือง Mishima Town

ชวนปั่นจักรยาน ชมศาลเจ้า Nakano Fudoson กับบรรยากาศลึกลับในหุบเขา

เดินเที่ยวย้อนยุคในหมู่บ้านโบราณสมัยเอโดะที่ Ouchi-juku

มาเดินนับจำนวนขั้นบันไดหินที่วัด Yamamoto Fudouson!! กันเถอะ

ปักหมุดรวมหัว 5 เหตุผลที่ต้องชวนเดอะแก๊งค์ ไป Bandai Azuma skyline!!

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima