รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ แผนเที่ยว

อยากไปต้องได้ไป! ตอน : Highlight ห้ามพลาด 3 วันในเมืองแห่งอารยธรรม “Aizu-wakamatsu”

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

อย่างที่ทราบกันดีจังหวัด Fukushima ประกอบไปด้วยโซนพื้นที่ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโซนที่ติดทะเล ใกล้ภูเขา ทะเลสาบ สำหรับ “Aizu-Wakamatsu” จึงเป็นอีกหนึ่งที่เริ่มต้นที่ไม่ควรพลาดในการไปเที่ยวชมความงดงามของฟุคุชิมะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ใบไม้เปลี่ยนสี)

วันนี้ Admin ม.มิ้นเลยขอเอาใจเพื่อนๆสายธรรมชาติกับตัวอย่างแผนการเดินทาง  ” Highlight ห้ามพลาด 3 วันในเมืองแห่งอารยธรรมไอสึ-วาคามัตซึ (Aizu-wakamatsu) ” ตามรอยมาสนุกด้วยกันเลยจ๊ะ . . . (^[]^ ))

 

ข้อมูลเบื้องต้น : ไอซึ-วาคามัตซึ (Aizu-Wakamatsu) เป็นเมืองที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในฟุคุชิมะ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมดั้งเดิมตามสไตล์ญี่ปุ่น แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดในประเทศญี่ปุ่น

 


DAY 1


  1. สถานี ไอซึ-วาคามัตซึ (Aizu-wakamatsu station)

เมื่อคิดไม่ออกบอกไม่ถูกก็เริ่มกันที่สถานี Aizu-wakamatsu ที่นี่เลย! นัดทุกคนพร้อม standby ตอน 9 โมงเช้า วันนี้เราจะมาใช้รถไฟเป็นยานพาหนะหลัก ในทริปนี้กัน หรือเพื่อนๆที่มากันเป็นกลุ่ม 3-4 คน วางแผนจะเช่ารถยนต์ ที่นี่ก็มีให้บริการเช่นกันค่ะ (อ่านเรื่องการเช่ารถเพิ่มได้ที่นี่เลย!!) ((^___^))’’

 

2. วัดเอนโซจิ (ENZOJI TEMPLE) — Highlight!!

เริ่มต้นทริปของวันด้วยการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนการเดินทางกันที่ วัดเอนโซจิ กันเลยค่ะ !! ^0^
วัดแห่งนี้ จัดว่าหนึ่งในวัดประจำเมืองของชาวเมือง ถูกสร้างขึ้นมาเกือบราวๆ 1300 ปีก่อน ด้วยวิวทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยความสวยงามแห่งธรรมชาติ จากวัดเพื่อนๆ สามารถมองเห็น แม่น้ำทาดามิ ที่อยู่รายล้อมด้วยสีสันอันงดงามของใบไม้ในแต่ละฤดู โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี !! ขอแนะนำให้มาปักหมุกที่นี่

 

การเดินทาง :
ที่สถานี Aizu-wakamatsu ให้ขึ้นรถไฟ Tadami line ลงที่สถานี Aizu-Yanaizu จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นเดินออกจากสถานีไปยังจุดหมาย ใช้เวลาประมาณ 10 นาที  หรือใช้เวลาขับรถจากสถานี Aizu-wakamatsu มาเพียง 30 นาที เท่านั้นเอง

 

 

3. จุดชมวิวรถไฟ Tadami @สะพาน Daiichi Kyouryou — Highlight!!

 

สถานที่ถัดไปที่จะพาเพื่อนๆไปกัน … บอกได้คำเดียวเลยว่า “ใครพลาดนี่เหมือนมาไม่ถึงที่” เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ชมวิวและถ่ายภาพสุดปังประจำเมือง เรียกได้ว่าต่อให้เพื่อนๆมาฤดูไหนถ่ายภาพเก็บไว้ก็สวยจนแทบตะลึงทุกฤดูกาลเลยทีเดียว โดยจุดพีคนั้นจะเป็นตอนที่รถไฟ Tadami เคลื่อนตัวผ่านบริเวณสะพานและมีเพียง 6 รอบ/วันเท่านั้นเอง

 

การเดินทาง :

ต่อเนื่องกันจากสถานี Aizu-Yanaizu ให้ขึ้นรถไฟ Tadami line ไปลงที่สถานี  Aizu-Miyashita ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หรือใช้เวลาขับมาเพียง 15 นาที หลังจากมาถึงสถานี จะมีรถประจำทางให้บริการพาทุกท่านไปส่งยังจุดชมวิวที่สะพาน

  1. ประสบการณ์แปลกใหม่กับการสาน (WEAVING EXPERIENCE)

หลังจากช่วงเช้าเดินกันมาเยอะแล้ว (= __ = ll ; เหนื่อยจริงแต่ก็ยอม ก็วิวมันสวยอ่ะ) ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเป็นคนญี่ปุ่นนั่งสานงานแฮนด์เมดกันสักครั้งในชีวิตที่ ศูนย์ท่องเที่ยวเมืองมิชิมา (Mishima Town Tourism Association) ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 100 เมตรจากสถานี Aizu-Miyashita กัน

 

หรือ

ถ้าเริ่มเบื่อๆเซ็งๆจากการทำกิจกรรมจักรสาน ก็สามารถแวะมาชมสถานที่แห่งธรรมชาติที่ดูสตรองมาก ! สำหรับเพื่อนๆที่ชอบความยิ่งใหญ่

ขอแนะนำที่นี่เลย !!  (เรื่องเส้นทางไม่ต้องกังวลเพราะ อยู่ตามทางผ่านที่จะมุ่งหน้าเข้าเมือง Hinoemata พอดี)

 

ภูผาหินกับความงามแห่งใบไม้แดง Byobuiwa Rock

(การเดินทางมาที่นี่ ตาม Link นี้เลยจ้า)

 

 

  1. พระพุทธรูป 6 องค์ ณ ใจกลางเมือง Hinoemata 

มุ่งหน้าสู่ที่พักในเมืองที่เงียบสงบ ณ  Hinoemata  โดยขับรถจากสถานี  Aizu-Miyashita มุ่งสู่เมือง Hinoemata ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (วิธีการเดินทางโดยรถไฟ ก็มี…แต่แลกมาด้วยระยะเวลา 5-6 ชม. ซึ่งขอยอมพ่ายแพ้จ๊ะ (( – 0 – ;; )))  ในระหว่างการเดินทาง ก็เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและทัศนีย์ภาพที่มีเสน่ห์ดึงดูดทำให้เราแทบต้องหยุดรถหลายๆรอบตลอดเส้นทาง

สำหรับคืนนี้ เราจะมาพักไออุ่นกันที่เมือง Hinoemata หลังจากนำที่นำสัมภาระทั้งหมดไปเก็บไว้ยังที่พักแล้ว ก็สามารถเดินเยี่ยมชมพระพุทธรูป 6 องค์  กันได้นะคะ หรือใครจะนอนพักเตรียมแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ก็ได้จ๊ะ ++

 


สรุปภาพรวมความประทับใจประจำวัน (Day 1) !

หมายเหตุ : แอบแนบเวลาในการเดินทางไว้ก่อน เพื่อให้แผนการเที่ยวเป็นไปตามกำหนดจ๊ะ ^^

 


DAY 2


 

 เริ่มต้นวันที่ 2 กับจากเมือง Hinoemata ที่เราเพิ่งพักค้างคืนไปเมื่อวาน หลังจากกินอาหารเช้าเต็มพลังกันเรียบร้อยแล้วก็ลุยกันต่อเลย

 

  1. การแสดงคาบูกิ (KABUKI STAGE)

ณ สถานที่แห่งนี้ คือ เวทีหลักที่ใช้ในการแสดงคาบูกิที่จัดขึ้นในเมือง Hinoemata town เรียกได้ว่าเป็นเวทีรุ่นประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานเกือบ 260 กว่าปี สำหรับการแสดงคาบูกิ ถือเป็นหนึ่งในสามของการแสดงละครญี่ปุ่นฉบับดั้งเดิม ที่ได้รับการยกย่องโดย UNESCO ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าหากใครโชคดีและมาถูกจังหวะ แนะนำว่าห้ามพลาดการแสดงนี้เด็ดขาดค่ะ !!

แต่ถึงแม้เพื่อนๆบางคนอาจจะพลาดการแสดงคาบูกิ แต่ด้วยสถานที่ เวที ที่นั่งผู้ชมที่วางเรียงรายเป็นลำดับขั้น ก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและร่วมจินตนาไปกับความยิ่งใหญ่ของการแสดงที่เกิดขึ่้นที่สถานที่แห่งนี้ได้ไม่ยาก และไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องของคาบูกิอย่างละเอียด และสถานที่น่าสนใจอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าตัดใจ(ไม่ใช่เทพทันใจนะคะ)ที่มาพร้อมกับกรรไกร? คุณสามารถขอพรโดยใช้กรรไกรเพื่อขอให้เกิดความรักครั้งใหม่ หรือเลือกที่จะตัดมันทิ้งลง !!

เพิ่มเติม : การแสดงจะจัดปีละ 3 ครั้ง – 12 พฤษภาคม / 18 สิงหาคม / เสาร์แรกของเดือนพฤศจิกายน

 

  1. สวนสาธารณะ MINI OZE

สำหรับที่ต่อไปนี้เป็นแหล่งโอโซนธรรมชาติที่จะทำให้เพื่อนๆได้พักใจกับการเดินทางและสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดที่ สวนสาธารณะ MINI OZE …เพียงขับไปอีกเล็กน้อยจากเมือง Hinoemata ทุกๆคนก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติอันงดงามที่สวน Hinoemata Mini Oze  ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเดินเล่นถ่ายรูป ตกปลา หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ จิบกาแฟกินขนมในร้านคาเฟ่ และแวะซื้อของฝากที่ระลึกได้อีกด้วย

การเดินทาง :  ขับรถยนต์ไปใช้เวลาเพียง 3 นาที จากเมือง Hinoemata

 

  1. พิพิธภัณฑ์ภาพคัดลายมือ CALLIGRAPHY GALLERY

สถานที่จัดแสดงภาพนี้ตั้งอยู่ภายในสวน Mini Oze ซึ่งจะจัดแสดงงานภาพคัดลายมือแบบญี่ปุ่น (SHODO) เรียกได้ว่าหลังจากเดินในสวน Mini Oze park กันมาแล้วก็มาพักผ่อนหย่อนใจและเพลิดเพลินกับศิลปะ ได้ครบทุกรสชาติสำหรับการเที่ยวในครั้งนี้จริงๆค่ะ ^^

 

  1. โรงนารูปตัวแอล (L-SHAPED FARMHOUSES)

แถบพื้นที่ในเมือง Hinoemata ยังคงมีการอนุรักษ์โรงนาสมัยก่อนไว้เกือบ 100 ปีกว่า ประชาชนส่วนมากยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ แต่จะมีแค่ 1 หรือ 2 หลังที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชม เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  สำหรับจุดชมวิวของอาคารบ้านเรือนย่านนี้ จำเป็นจะต้องขึ้นเดินขึ้นบันไดในระยะยาวเล็กน้อย แต่เพื่อแลกกับวิวอันสวยงามแล้ว เชื่อเถอะว่าเพื่อนๆต้องยอมแน่นอน

เพิ่มเติม : ในฤดูหนาวอาจไม่มีไกด์แนะนำสถานที่ในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อสถานที่หลายๆแห่งยังคงปิดอยู่

 

  1. ยูโนะคะมิ ออนเซ็น (YUNOKAMI ONSEN) — Highlight!!

 

หลังจากเดินเที่ยวชมสวนสาธารณะและเที่ยวย้อนเวลากับโรงนาย้อนยุคแล้ว ก็เริ่มเตรียมตัวเข้าที่พักคืนที่ 2 ของเรากันต่อเลย ตามภาพที่เห็น คือ Yunokami onsen สถานที่พักผ่อนของเราก็เป็นสถานีไปในตัวด้วยนะจ๊ะ แถมยังมีเตาอิโรริ (เตาฝังตัวสมัยก่อนที่จะช่วยให้อบอุ่นขึ้นในยามฤดูหนาว) นั่นทำให้ทั้งเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยความมีเสน่ห์ เมื่อตะวันเริ่มลับขอบฟ้าก็ได้เวลาพักผ่อนร่างกาย และหลับใหลข้ามคืนกันที่ Yunokami onsen

 

การเดินทาง : ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.5 ชม จากเมือง Hinoemata (ขับรถยนต์) หรือ 2.5 ชม. (ขึ้นรถบัสประจำทางจาก Hinoemata และลงในป้ายที่ 4 ของจุดรอรถบัส หลังจากนั้น ขึ้นรถไฟ Aizu Tetsudo ไปลงที่สถานที่ yunokami onsen)

 


สรุปภาพรวมความประทับใจประจำวัน (Day 2) !


หมายเหตุ
: แอบแนบเวลาในการเดินทางไว้ก่อน เพื่อให้แผนการเที่ยวเป็นไปตามกำหนดจ๊ะ ^^

 


DAY 3


 

                ฮึบบ ! เข้าสู่วันที่ 3 แล้ว รีบเต็มพลังด้วยอาหารที่สดใหม่ของที่พัก แล้วก็เตรียมเดินทางต่อกันเลยค่ะ

 

  1. โออุจิ –จูคุ (OUCHI-JUKU)  — Highlight!!

หลังจากเริ่มตัวเตรียมออกเดินทางจากออนเซ็นเมื่อคืนนี้ ก็มุ่งสู่หมู่บ้าน OUCHI-JUKU แห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองโบราณภายใต้ระบบการดูแลในช่วงสมัยเอโดะ ซึ่งสิ่งปลูกสร้างล้วนมีอายุอานามกันเกือบร้อยกว่าปีกันเลยค่ะ ท่านผู้ชม!(( 0 _ 0 ))
นอกเหนือจากนี้ เรื่องอาหารนี่ไม่ต้องพูดถึง หมู่บ้านนี้มีร้านอาหารหลายเจ้าที่ขายอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ เช่น เนกิโซบะ (โซบะต้นหอม) ที่ใช้ต้นหอมแทนการใช้ตะเกียบ

 

ยิ่งมองลงมาจากจุดชมวิว ยิ่งทำให้หลงรักหมู่บ้านแห่งนี้ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ บ้านเรือนที่เรียงตัวทอดยาวกันเป็นแถวท่ามกลางกลุ่มใบไม้ที่พากันเริ่มผลัดใบเปลี่ยนสี และยิ่งตกตะลึงในความงามเมื่อมองกลับมาในช่วงฤดูหนาวที่หิมะต่างพากันปกคลุมบ้านเรือน (เดือนม.ค. – มี.ค)

การเดินทาง :
นั่งรถบัสจากด้านนอกของ Yunokami Onsen ใช้เวลาประมาณ 22 นาที หรือขับรถไปยังหมู่บ้านภายใน 10 นาที ก็ได้เช่นกันค่ะ

 

2. โทะโนะฮัทซึรึ (TO-NO-HETSURI) — Highlight!!

 

หลังจากเยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณย้อนยุคกันไปแล้ว ก็ได้เวลาไปต่อที่ “อนุสาวรีย์ธรรมชาติแห่งชาติ” ประกอบด้วยหน้าผาหน้าตาแปลกประหลาดที่เกิดจากการที่น้ำกัดเซาะอย่างช้าๆ

 

การเดินทาง :
ขับรถจากหมู่บ้านฯ ไปตามถนนหมายเลข 329 ใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาที หรือ จะนั่งรถบัสประจำทางก็ได้ แต่อาจใช้เวลาถึง 30 กว่านาที (เมื่อมาถึงสถานีนี้ใครที่ยืมรถมาแล้วไม่ได้ไปไหนต่อ ก็สามารถคืนได้ที่สถานีนี้)

 

  1. อชิโนะมากิ ออนเซน (ASHINOMAKI ONSEN)

สำหรับสาวกเจ้าเหมียวครองโลก ((=^w^=)) ห้ามพลาดสถานที่นี้เด็ดขาดกับ สถานี อชิโนะมากิ ออนเซน (ASHINOMAKI ONSEN) ซึ่งเพื่อนๆจะเดินทางต่อกันด้วยรถไฟจนถึง ณ สถานี Ashinomaki Onsen ที่สถานีนี้เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีนายสถานีเป็นเหมียวน้อย โดยเจ้าเหมียวจะคอยมานั่งแวะทักทายเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนผ่านมาเป็นประจำราวกับเป็นภารกิจสุดพิเศษ และจะเสร็จสิ้นภารกิจการเป็นนายสถานีทุกๆ 4 โมงเย็น ดังนั้น…ควรไปก่อนเวลา 4 โมงเพื่อมาถ่ายรูปและชมความน่ารักของเจ้าเหมียวตัวนี้

 

การเดินทาง :
สามารถขับรถจาก To-no-hetsuri ใช้เวลาประมาณ 22 นาที  หรือ นั่งรถไฟสาย Aizu Tetsudo จากสถานี TO-NO-HETSURI  ไปลงยังสถานี Ashinomaki Onsen ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

 


สรุปภาพรวมความประทับใจประจำวัน (Day3) !


หมายเหตุ
: แอบแนบเวลาในการเดินทางไว้ก่อน เพื่อให้แผนการเที่ยวเป็นไปตามกำหนดจ๊ะ ^^

 


 

ความเห็นส่วนตัว : “การเช่ารถยนต์เที่ยวในไอซึ-วาคามัตซึ (เป็นระยะๆ) เป็นลาภอันประเสริฐ” ในคราวหน้าจะเอาเรื่องการสอบใบขับขี่สากลมาแนะนำให้ฟังกันอีกค่ะ ^^

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ! เริ่มเห็นภาพแล้วหรือยังเอ่ย (( ^ [] ^ =))
หวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งทริป ที่จุดประกายไฟให้เพื่อนๆ ในการเดินทางครั้งหน้า
ใครอยากตามรอยทริปนี้ไปเป็นตัวอย่างก็ลองกันดูได้เลยค่ะ

Hotel

Restaurant

Food

Trips

บทความที่เพิ่งดู

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : เที่ยว Fukushima  กับ 6 สิ่งที่ไม่ควรพลาด

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : นอนแช่ออนเซ็นชิลๆ แบบส่วนตัวที่ Harataki Ryokan Aizu Wakamatsu ♨️ ♨️

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเมือง Aizu-Wakamatsu จังหวัด Fukushima ตอน ตะลุยหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchi Juku และ Tono Hetsuri

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : Oze National Park เดินป่าสุดมันส์ ท่ามกลางธรรมชาติสุดฟิน

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง : เที่ยวเมือง Aizu Yanaizu เยือนวัด Enzoji ถิ่นกำเนิดของมาสคอตชื่อดัง Akabeko

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima