Japan Lifetstyle บทความจาก Blogger รีวิวเที่ยวฟุคุชิมะ photograph Trips

การผจญภัยครั้งใหม่กับ 15 สถานที่เที่ยวในจังหวัดฟุคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น

CONTRARY TO POPULAR

Let's intro your website here. Ut hendrerit sem ut dolor commodo, at dignissim lectus sagittis. Nam pharetra convallis elit, in mollis diam fermentum pharetra. Praesent risus nibh, aliquam non ornare sed, posuere sit amet neque. Nullam in ipsum nisi.

Visit Website

สองมือจัดกระเป๋า สองเท้าออกเดินทาง และมาเที่ยวญี่ปุ่นฉบับ Backpacker…

การผจญภัยครั้งใหม่กับ 15 สถานที่ในจังหวัดฟุคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น

หากใครมีแพลนอยากไปญี่ปุ่น แต่เบื่อกับการเที่ยวในหัวเมืองที่มีแต่ความวุ่ยวาย

เราอยากขอแนะนำอีกหนึ่งจังหวัดในญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าถ้าได้ลองไป บอกเลยว่า

จะหลงรักความเป็นญี้ปุ่นขึ้นมากไปอีกล้านทวีคูณณณณ กับ 15 สถานที่

ในจังหวัด ฟุคุชิมะ ที่อยู่ทางด้านภูมิภาค โทโฮคุ รับรองว่าถ้าได้มาแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

000 : วิธีการเดินทาง
เริ่มการเดินทางจากสนามบินดอนเมือง มาลงที่สนามบินนาริตะ

เวลา 23.45 น. คือแพลนว่าจะถึงนาริตะ 8.30 น. (เวลาญี่ปุ่น) บวกเวลาไทยไปอีก 2 ชั่วโมง

ตลอดการเดินทางคือเราหลับตลอดทาง 5555 จนมีบริการเสริฟอาหารและพอเปิดหน้าต่างจึงทำให้รู้ว่า ท้องฟ้ากำลังจะเช้าแล้ว …

เวลาประมาณ 8.30 น. ของญี่ปุ่น เครืองก็มาลงสู่สนามบินนาริตะ

แพลนการมาญี่ปุ่นของเราครั้งนี้คือ จะเก็บที่เที่ยวในจังหวัด fukushima

โดยจะปักหลักรากฐานที่เมือง aizu-wakamatsu

ซึ่งเป็นอีกเมืองที่อยู่ในจังหวัด fukushima นั้นแหละ

ส่วนตัวช่วยทีดีที่จะทำให้สะดวกต่อการเดินทางเลย ก็คือ Jr pass เราซื้อ Jr east pass Tohoku area

ราคาถ้าซื้อจากไทยจะตกอยู่ที่ 19,000 เยน

แต่ถ้ามาซือที่เคาน์เตอร์ ราคาอยู่ที่ 20,000 เยน

พอมาถึงเราก็นำ Pass ที่ได้ไปแลกเป็นบัตรหน้างาน

ส่วนเงื่อนไขในการใช้บัตรนี้คือ สามารถใช้ได้ 5 วัน แต่ภายใน 14 วัน

ส่วนการเดินทางจากสนามบินของเราคือ นั่ง NEX ต่อ Tohoku Shinkansen

ต่อ รถไฟ หึยยย ไม่ต้อง งง เพราะเดี๋ยวเราจะพาเดินทางแบบมีสติเอง 555555

ตอนนำบัตรไปแลก พนักงานที่เคาน์เตอร์จะถามเราค่ะว่าไปไหน

และเค้าจะแนะนำการเดินทางพร้อมกับจองตั๋วและที่นั่ง NEX และ Shinkansen ให้พร้อม

ขอแนะนำว่าเผื่อเวลาเอาไว้หน่อย คือ กันหลง เอาไว้หน่อยย

( NEX เหมือนบังคับจองที่นั่งนะ เพราะตอนนั้นเราไม่เห็นขบวนสำหรับไม่ได้จองที่นั่งเลย

ส่วน Shinkansen อันนี้ถ้าใครรีบไม่มีเวลาจองที่นั่ง สามารถไปขบวนแบบไม่จองที่นั่งได้นะ )

และนี่คือหน้าตา Pass เมื่อเราแลกแล้วว

หลังจากเราแลก Jr pass เรียบร้อย และได้ตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว

จะขอแนะนำเส้นทางการในมาแลกตั๋วและขึ้น NEX กันสะหน่อย

หลังจากเพื่อนๆรับกระเป๋า และล้างหน้าตากันเรียบร้อย

อันดับแรกให้มองหาโลโก้ที่เป็นรูปรางรถไฟ (ในรูปล่าง จะอยู่ซ้ายบน) และเดินตามทางมาเรื่อยๆ

ทางที่ป้ายจะพาไปคือ จะต้องเลี้ยวขวาลงชั้นรถไฟใต้ดิน (B1F) ไม่ต้องจำเส้นทาง จำแค่ป้ายพอออ

พอตามทางมาปุ๊บก็จะเจอกับเคาน์เตอร์แลกตั๋ว JR และเดินลงไปอีกชั้น

ก็จะเจอกับสถานีที่จะนั่ง NEX ที่โตเกียวกัน เราจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

จากสนามบินนาริตะว่าวุ่นวายแล้ว

พอมาเจอสถานีโตเกียวเท่านั้นแหละ

นาริตะมีความซอฟไปเลย 555555

เมื่อมาถึงแล้วอย่างแรกเลยคือสติ…

และอันดับสองคือ มองหาป้ายรถรถไฟพื้นเขียว (ซ้ายบน) และเดินตามป้ายมา


พอเดินมาสักพัก กับจำนวนคนมหาศาลก็จะเจอทางเข้าไป Shinkansen

แต่มันจะมีไปหลายที่มากกก ให้เพื่อนๆมองหาคำว่า Tohoku ถ้าเห็นคำนี้ แสดงว่า คุณมาถูกทางแล้ว 5555555

*การเข้าไปในสถานีเราไม่ต้องติ๊ดบัตร เราแค่ยื่นบัตร Jr ให้พนักงานดู แค่นี้พนักงานก็เปิดประตูให้เราแล้ว

เหนือในเหนือมาก 55555

*ก่อนจะขึ้นไปที่ชานชาลาของเรา ก็เอาตั๋วมากางดู และหา Track No. กันก่อน

มีวิธีเช็คได้สองทางคือ ในเว็บ Hyperdia หรือป้ายบอกตารางรถในสถานี

เช็คช่วงเวลา และสถานที่ที่ไป และก็เดินตาม Track No. นั้นเลย

หากใคร งงๆงวยๆ ว่าจะไปถูกไหม แนะนำว่าดูที่เวลาได้เลย เพราะเวลาที่นี่เป๊ะ และแม่นจริงๆ

**พูดมาอย่างยาว ยังไม่รู้เลยว่าจะนั่ง Shinkansen ไปลงที่ไหน 55555

เราจะนั่ง Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลงกันที่สถานี Koriyama ใช้่เวลาก็ประมาณ ชั่วโมงหน่อยๆ

หลังจากนั่ง Shinkansen มาประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึง สถานี Koriyama กันแล้ววววว

มันจะยังไม่ถึงง่ายๆแน่ๆ ในเมือเราจะหนีความวุ่นวายมา 5555555

จากสถานี Koriyama ให้เพื่อนๆมองป้าย Ban-Etsu West Line หรือ For Aizuwakamatsu

และชูบัตร Jr ให้กับพนักงานและเดินไปรอที่สถานีได้เลย

ส่วนรอบเวลา อย่างที่บอกว่า เว็บ Hyperdia เจ๋งและแม่นยำสุด หรือใครยัง งงๆ ไม่ต้องกลัวเด๊อ

เพราะพนักงานที่เราแลก Jr ที่สนามบิน จะลิสช่วงเวลาตลอดการเดินทางของวันนี้ให้หมดเลย

ทั้งหมดนั้นคืออการเดินทางที่จะมาที่เมือง aizu wakamutsu

ละต่อมาก็ถึงเวลาแนะนำสถานที่ต่างๆ ทั้งหมด 15 สถานที่ในเมืองฟุคุชิมะแล้ววว

 

001 : “Aizu wakamatsu”

จาก Koriyama ใช้เวลาแค่อึดใจเดียว ประมาณ 1 ชั่วโมง

เราก็มาถึงเมือง Aizu wakamatsu เป็นอีกเมืองที่เป็นยอดนิยมของจังหวัด Fukushima

โดยเราจะพักอยู่เมืองนี้ 4 คืน และเที่ยวเป็นใยแมงมุม

เพราะการพักเมืองนี้จะทำให้ การเดินทางง่าย และไม่ต้องต่อสายรถไฟให้ยุ่งยากด้วย

พอเรามาถึงที่สถานี Aizu wakamatsu หิมะก็ตกเลย บรรยากาศกับการเจอหิมะตกครั้งแรก

ในส่วนของวันแรก ก็เล่นเดินทางทั้งวันแล้ว แถมคืนที่เราไปหิมะก็ตกหนักมาก เลยเข้าที่พัก และหาอะไรกินแถวๆที่พักแทน

แนะนำมาช่วงหิมะ อยากให้พักแถวๆสถานี เพราะพื้นที่มีหิมะเยอะมาก

หากใช้กระเป๋าลาก อาจจะลำบาก หรือใครพักไกลๆ ที่นี่ก็จะมีบริการแท๊กซี่เยอะมาก แต่… ราคาก็สูงมากเช่นกัน 5555

 

ส่วนที่พักเราใน Aizu wakamatsu

– เราพักที่ Aizu-Wakamatsu Washington Hotel 2 คืน (จากหน้าสถานีมองตรงไปโลดดด)

เราจองผ่าน booking หรือ hotel search ได้เลย จะเลือกว่าจ่ายหน้างานหรือจ่ายผ่านบัตรได้หมด

(แอบแนะว่าจ่ายหน้างานถูกกว่า เพราะตัดบัตร เค้าจะตัดเรทธนาคารจะแพงกว่านิดหน่อย)

และนี่คือบรรยากาศที่พัก แนวญี่ปุ่นที่แท้ทรูวเลย พื้นที่ใช้สอยประหยัดมากกกกกก

 

002 : “Yunokami Onsen Station”

เช้าวันที่สอง วันนี้เราจะตะลอนทัวร์ไปทางสาย Aizu Railway for AIZU TAJIMA

ไปลงที่ Yunokami Onsen Station ใช้เวลาประมาณ 39 นาที

แต่เนื่องจาก JR Pass ที่เราซื้อมาใช้ได้ 5 วัน แต่เราต้องอยู่เที่ยว 6 วัน

เลยตัดสินใจ ซื้อบัตร  Aizu Gurutto Card เป็นบัตร 2 วัน

เอาไว้ตะลอนตลอดเส้นทางนี้ แถมยังใช้ขึ้นรถบัสเมืองสำหรับวันพรุ่งนี้ได้อีกด้วย

ที่นี่ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คเลยก็ว่าได้ สำหรับนักถ่ายรูป ถือเป็นสถานีที่สวยที่สุดอีกสถานีนึง ที่มาได้ทุกฤดูกาลเลย

ส่วนข้างๆสถานีจะมีบริการออนเซน สาธารณะสำหรับแช่เท้า แหม่…. ก็ดูชื่อสถานีด้วยเนอะะ

 

003 : “หมู่บ้านโบราณ Ouchijuku”

หลังจากเรามาถึง Yunokami Onsen Station และ ถ่ายรูปแล้ว เราก็มาต่อกันที่

Ouchijuku Village หรือหมู่บ้านโบราณ

วิธีการเดินทางคือ

– เมื่อออกจาก Yunokami Onsen Station

– เลี้ยวซ้าย จะมีรถบัสจอดอยู่

– ส่วนค่ารถบัตรใครทำบัตร Aizu Gurutto Card ก็ฟรีเด๊อ ส่วนถ้าไม่มีบัตร ราคาไป-กลับอยู่ที่ 1,000 เยน

ปล.วันอาทิตย์จะไม่มีบัสบริการเน๊อ จะต้อง Taxi โอนลี่

อย่างเราไปวันอาทิตย์ โดนค่าแท๊กซี่ เที่ยวละ 2,000 เยน ไป-กลับก็ 4,000 เยน เอง แงงงงงงงงงงงงงง TT

และนี่คือจุดชมวิวด้านบน จะมองเห็นหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเลย เดินมาสุดทางหมู่บ้าน

มองซ้ายมือจะเห็นทางขึ้น ถ้าใครมาช่วงหิมะ ทางเดินขึ้นมันก็จะลื่นหน่อยๆ 55555

บรรยากาศหมู่บ้านโบราณ Ouchijuku

ส่วนขากลับ เราได้นัดรถแท๊กซี่เอาไว้ให้มารับ
พอถึงเวลา เราก็นั่งแท๊กซี่กลับไปที่ Yunokami Onsen Station เพื่อจะต่อรถไฟไปสถานที่ถัดไป

 

004 : “Tonohetsur ผาหินล้านปี”

จาก Yunokami Onsen Station นั่งรถไฟมาลงที่ Tonohetsuri station ถ้าจำไม่ผิดน่าจะแค่ 2 ป้าย

พอถึงสถานี Tonohetsuri station ก็จะมีป้ายบอกทางไป Tonohetsuri

เดินประมาณ 500 เมตร ไม่ไกลลลล

ถ้าในช่วงหน้าหิมะ สะพานจะไม่สามารถลงไปเดินได้ แต่ถ้าฤดูปกติจะสามารถเดินลงได้ชิลๆเลยยย

 

005 : “Tonohetsur Station”

หลังจากเพลินกับการเที่ยว Tonohetsuri แล้ว เราก็กลับกันมาที่สถานี เพื่อนั่งกลับไปที่เมือง Aizu wakamatsu กัน

ระหว่างรอขบวนรถไฟมา รอบๆสถานีถือว่าเป็นจุดที่น่าแวะถ่ายรูปอีกนึงจุดเลยนะเราว่า

 

006 : “Ashinomaki Onsen Station”

หลายคนคงเคยได้ยินว่า เสน่ห์ของการเดินทาง คือเรื่องราวระหว่างทาง

เพราะระหว่างนั่งรถไฟจาก “Tonohetsur Station” กลับมาที่ เมือง Aizu

เราก็พึ่งรู้ว่า สถานีนี้คืออีกจุดที่ตากล้องมารอถ่ายรถไฟกัน

เพราะนี่คือรถไฟที่เรานั่งกลับ

จอดอยู่สถานีนี้สักพักนึง

และคนในรถไฟต่างถือกล้องลงไปถ่ายรูปเต็มไปหมด

อีกสถานียอดนิยมที่เหลาตากล้องชอบมาถ่ายรถไฟ

ขอแนะนำสำหรับการเดินทาง

ก่อนการเดินทาง หรือ ตอนกลางคืนก่อนเดินทางอีกวัน

เราอยากให้เพื่อนๆเช็ครอบรถไฟในแต่ละขบวนที่จะเดินทางผ่าน Hyperdia กันก่อน

เพราะเราจะได้รู้ว่า แต่ละสถานที่เราสามารถใช้เวลาได้เท่าไหร่ หรือให้ง่ายต่อการจัดเวลานั้นแหละะ

ส่วนคืนที่ 2 เราก็กลับไปนอนที่ Aizu wakamutsu เหมือนเดิมม

และมื้อดึกคืนนี้ใน Aizu wakamutsu เราจัดบุฟเฟ่แถว รร. ไป

เพื่อเพิ่มความอุ่นให้กับร่างกาย อยากบอกว่า อร่อยมากกกกก

เนื้อวัวนี่ฟินลืมมมม

 

มาต่อกันวันที่สามกันดีกว่า

เช้านี้เราจะมุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ 7

ก่อนการเดินทาง เพื่อเซฟเวลา มื้อเช้าเราเลยอาศัยในมินิมาร์ทเอา เพื่อไปกินบนรถไฟ

จัดหนักไปเลย กินแทนข้าว 5555555

007 : “Inawashiro Lake”

เดินทางกันจนมาถึงวันที่ 3 กับสถานที่ที่ 7

การเดินทางเราจะเริ่มจาก Aizu wakamutsu นั่งรถไฟสาย Ban Etsu West Line

มาลงที่ Inawashiro Station ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

หลังจากมาถึงสถานี Inawashiro

จะมีรถบัส Bandai To To Bus (คันสีขาว จอดช่องแรก) จอดอยู่

เพื่อนๆสามารถไปลงที่ Nagahama Bus Stop ได้เลย ทะเลสาบจะอยู่ด้านซ้ายมือ

รถจอดที่ทะเลสาบเลย ใครกลัวเลย ลองสังเกตดูนะ

*เพิ่มเติม เพื่อนๆสามารถโชว์บัตร JR Pass หรือ บัตร Aizu Gurutto Card ก็จะไม่เสียค่ารถเพิ่ม

นี่คงเป็นทะเลสาปที่เราหลงรักมากที่สุด นอกจากความสวยของภูเขาที่แปลกตา

น้ำสีฟ้าเข้มที่คู่กับหงส์และภูเขาได้อย่างลงตัว

นอกจากบรรยากาศที่ดีแล้ว ก็ยังคงเป็นความประทับใจเรื่องน้ำใจของคนที่ด้วย

– คือเราทำกล้องตกไว้ ก็มีคนมาคืน

– เพื่อนเราไปถามทางกลับไปมราสถานี ก็มีคนอาสาพามาส่งเฉยยย

คือคนที่นี่ Nice มาก จนเราหลงรักที่นี่สุดๆ เลย

 

008 : “Goshikinuma Ponds หรือ บึง 5 สี”

หลังจากเที่ยวทะเลสาปเสร็จ ให้นั่งบัสกลับมาที่ สถานี Inawashiro เหมือนเดิม

และเราก็ต่อด้วย Bandai To To Bus คันสีขาวเหมือนเดิม

เพิ่มเติมคือ* อยู่ช่องสองน่ะ เพราะช่องแรกจะไปเส้นทางที่เราไปตอนเช้า

ใครพลาดรอบ 10.30 น. ก็จะได้ไปอีกทีคือรอบ 14.00 น. เลย แพลนเวลาดีดีย์เด๊อ

ส่วนค่าโดยสารจะมี JR Pass หรือ บัตร Aizu Gurutto Card ก็ยื่นให้คนขับได้เลย จะได้ไม่เสียตังเพิ่ม

ความพีคในพีคคือ ในวันที่เราไปหิมะปกคลุมเยอะมาก

จากที่อ่านรีวิวคือ จะมีเรื่องเป็ด ปั่นกันชิลๆ มีลานกว้างๆ ให้ถ่ายรูปใกล้กับบึง

แต่…. สิ่งที่เห็นคือ ทุกอย่างเต็มไปด้วยหิมะ เงียบสงบ เอาง่ายๆ มีแต่พวกเรานี่แหละที่เที่ยว 5555555

แต่เราว่า ทุกฤดู ก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป

อย่างเพื่อนเราที่มาตอนใบไม้ผลิ ก็จะอิจเราว่า ทำไมช่วงหิมะสวย ส่วนเราก็คิดว่า ทำไมตอนไม้ผลิสวย 55555

สรุปคือ…. สวยทั้งคู่ ชอบตอนไปก็ไปช่วงนั้น ฮ่าๆ

ส่วนขากลับ เพื่อนๆสามารถนั่งรถ Bus กลับไปที่สถานี Inawashiro ที่เดียวกับที่ลงรถได้เลย

หลังจากเที่ยว มา 2 ที่ เวลาก็หมด เราก็เดินทางกลับไปที่ aizu เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ …

เปลี่ยนที่พักใหม่จ้าาา

และพักเป็นบ้านชื่อ A Place To Stay อีก 2 คืน อันนี้จะไกลจากสถานีประมาณ 1 กิโล เราจองผ่าน web : airbnb

เป็นบ้านแบบญี่ปุ่น เจ้าของเป็นฝรั่ง เป็นเจ้าของ รร.สอนภาษาอังกฤษ

สามารถนอนได้มากสุด 5 คน แต่มีเตียง 2 เตียง

อีก 3 ที่นอนเป็นฝูกแบบที่นอนเรียวกัง

ที่นี่มีครัว มีมุมกินข้าวพร้อม สำหรับใครอยากทำกับข้าวเอง

 

เรามาต่อกันที่การเดินทางของวันที่ 4 กันดีกว่า

 

009 : “Tsuruga Jo Castle”

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ในเมือง Aizu wakamatsu

แพลนของเราเช้านี้คือ ปราสาท Tsuruga jo

ถ้าหากอยู่ใกล้สถานีรถไฟ สามารถนั่งรถบัสคันสีเขียว ตรงป้ายที่ 6 ได้เลย

ไปลงที่ป้าย H14 ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ตะตะตะตะแต่… อย่างที่บอกว่าที่พักเราไกลจากสถานีประมาณ 1 กิโล

ดังนั้นจากที่พักเราเลยเลือกวิธีการเดินเท้าไปปราสาทแทน

เหมือนจะใกล้ แต่… ก็ไม่ใกล้นะ แต่ถ้าไม่รีบก็ชิลไปโลดดด

ใช้เวลาที่ปราสาทสักพัก

เราก็หาแพลนที่จะไปกันต่อ

นั่งเซิสข้อมูลอยู่พักนึง ก็ได้ข้อสรุปว่า

เราจะไปวัดของอิคคิวซัง โดยใช้รถไฟสาย Tadami กันนนนนน

จากหน้าปากทางเข้าปราสาท สามารถนั่งรถเมล์ไปที่สถานีได้เลย

ใช้เวลาไม่นาน เราก็มาอยู่ในรถไฟที่จะไปสาย Tadami

 

010 : “Enzoji Temple”

นี่คือสถานที่ต่อจากปราสาท

การเดินทางเราจะเริ่มจาก สถานีAizu wakamatsu

– โดยนั่งรถไฟสาย Tadami จาก Ai-zu wakamatsu ไปลงสถานี Aizu Yanaizu

– พอลงจากสถานี สามารถเดินไปที่วัดได้เลย ประมาณ 10 นาที

เพื่อนๆ เปิด map ได้เลย เดินไปสักพัก ก็จะเจอ ป้ายอิคคิวซัง ชี้ทางให้อยู่

ที่นี่ถือเป็น บ้านเกิดของวัวแดงอะคาเบโบะ(Akabeko) ซึ่งเป็นมาสคอตชื่อประจำ เมือง Aizu อีกด้วย

คำแนะนำที่ถ้าจะมาเที่ยวสถานที่ที่ต้องใช้สายรถไฟ Tadami

อยากให้เพื่อนๆ เช็ครอบรถไฟก่อนเดินทาง เพราะว่า สายนี้บางทีช่วงสายๆ เวลาจะห่างกัน

อาจจะเสียเวลาในก่อนรอ หรือ พลาดขบวนรถไฟ

เพราะตอนนั้นเราเช็คคือ มีรอบเช้าตรูมากกกก มีอีกทีคือสายเลยยย ยังไงเพื่อนๆลองแพลนเวลากันดูนะ

 

011 : “Numata Highway Bridge”

อย่างที่บอกว่า สายรถไฟ tadami จะมีไม่เยอะ พลาดรอบนึง ก็รออีกนาน

และเราก็เป็นหนึ่งในนั้น 555 เพราะรอบกลับเรามีคือเย็นเลย

แต่การรอไม่ใช่ปัญหา เพราะวิวจากวัดนี่สวยมากกกกกกก

คือจากวิววัด Enzo่ji สามารถมองเห็นสะพานแดง บ้านถนนสาย Numata ได้เลย

ส่วนตัวเราชอบความเป็นหิมะตัดกับสะพานแดง

ดูยุโรปปปปปสุดๆ ไม่อยากจะเชื่อ ว่านี่คือประเทศญี่ปุ่น

 

หลังจากเที่ยวรอบๆ เมือง Aizu Yanaizu แล้ว

เราก็เดินทางกลับ จาก Aizu Yanaizu ไปลงสถานี  Ai-zu wakamatsu

ส่วนคืนนี้่จะเป็นคืนที่เรานอนที่ Ai-zu wakamatsu คืนสุดท้าย

เราเลยเดินเล่นรอบๆตอนกลางคืนก่อนกลับ

หรือเอาง่ายๆ เรียกว่าตะเวนกินดีกว่า 55555

ร้านแรกก็เป็นเมนูทั่วไปหาง่ายๆ ที่ญี่ปุ่น

ส่วนร้านสอง เพื่อนเราสั่งซาซิมิ

แต่เอาจริงๆ มันคือเนื้อม้า พีคมากกกแต่อร่อยมากกก

ส่วนเช้านี้เราต้องบอกลา เมือง Ai-zu wakamatsu  แล้วววว

และนี่คือหน้าตาหน้าที่พักของเรา

จากที่พัก เราเดินทางไปสถานีกันด้วยแท๊กซี่

ความจริงมันก็เดินได้แหละ แต่ … หิมะหนามากกก เลยเลือกใช้บริการแท๊กซี่กันนน

บรรยากาศตอนเช้าๆ ของเมือง Ai-zu wakamatsu

 

ส่วนสำหรับวันที่ 5 เราก็เดินทางไปอีกเมืองนึง

นั้นก็คือ 012 : “Mishima Town”

หมู่บ้านเล็กๆ ที่ มีจุดชมวิวรถไฟที่สวยงามที่สุด

การเดินทางเราจะเริ่มจาก สถานีAizu wakamatsu

– จาก สถานีAizu wakamatsu ต่อสาย Tadami Line มาลงที่สถานี Aizu Miyashita

รอบเดินทางเช้ามาก ดังนั้นเราเลยซื้ออะไรที่มินิมาร์ทไปนั่งกินบนรถไฟ

เพราะเราเช็ครอบเวลาแล้ว ถ้าเกิดตกรอบนี้ มีอีกรอบคือนู้นนนเลย ตอนบ่าย

ใช้เวลา ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง เราก็มาถึง “Mishima Town”

หมู่บ้านเล็กๆ ที่ มีจุดชมวิวรถไฟที่สวยงามที่สุด

นี่คือสถานี Aizu Miyashita

ตรงสถานีจะมีแผนที่ และข้อมูลสำหรับเที่ยวในเมืองนี้ และที่สำคัญ มีเวอร์ชั่นภาษาไทยด้วย

คือเอาจริงๆ พอออกมานอกเมืองขนาดนี้ พอได้เจอภาษาไทยแล้วรู้สึกสบายใจสุดดด 555555

และนี่คือ ศูนย์สำหรับนักท่องเที่ยว

เพื่อนๆสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลที่นี่ได้เลย

เพราะเจ้าหน้าที่ที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้ประมาณนึง และประจำที่นี่ก็จะมีจักรยานให้เช่าด้วย แต่ช่วงที่เราไปไม่มีสะงั้น TT

อันดับแรกเมื่อมาถึงเมืองนี้คือ หาที่พักกันก่อน

เราไม่ได้ทำการจองแต่ใดใด เพราะไม่รู้จะหาจองได้ทางไหน

เลยเดินวอคอินเอา และถามคนแถวนั้น คือเรากับเพื่อนกางแผนที่เพื่อจะหาที่พัก

และมีรถคันนึงจอด ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เราเลยถามที่พักเค้า

เค้าเลยแนะนำที่พักนี้ให้ เป็นคล้ายๆ แบบเรียวกัง

คือพอลงสถานี ให้เดินมาตรงสะพานแดง ละข้ามสะพานแดงมากเลย

ที่พักจะอยู่ขวามือ เห็นชัดมาก ใหญ่ๆ

และนี่คือบรรยากาศที่พักเราสำหรับคืนนี้

แบบเรียวกัง นอนแบบฟูก บรรยากาศดีมาก

และที่นี่มีแช่ออนเซนด้วย แต่เป็นรวม แยกหญิงและชาย

ส่วนห้องน้ำนะหรอ …. ก็รวมจาาาาาา รวมแบบไม่มีอะไรใดใดกั้นปิดดดดด

ห้องอาบน้ำก้อยู่ในห้องแช่ออนเซนนั้นแหละ แอบช็อคเล็กน้อยยย 55555

แต่ถ้าให้แนะนำสำหรับเรานะ เราว่า ที่พัก แถวๆ ศูนย์นักท่องเที่ยว ส่วนตัวเราว่าสะดวกกว่า

เพราะใกล้สถานี และใกล้พวกมินิมาร์ท คือเรื่องปากท้องสำคัญไง 55555555

หลังจักจัดการที่พัก เราก็เตรียมตัวไปจุดชมวิวรถไฟที่สวยที่สุดกัน

สำหรับการเดินทางจะมีให้เลือก 3 แบบ คือ

– เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.30 น. จะมีรถบัส จากสถานี Aizu Miyashita มาที่จุดชมวิวนี้

– รถยนต์ส่วนตัวแบบ สบ๊าย สบายยย

– ส่วนใครมาวันธรรมดาก็…. เดินสิเจ้าค่ะ อากาศสบายๆ 3 กิโลเอ๊งงงงง

จุดสังเกตคือ จะเจออาคารใหญ่ๆ เป็นคล้ายโถง ทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว จะอยู่ด้านข้างอุโมงค์

ก่อนจะขึ้นไป ก็ขอรองท้องก่อน เดินทางทั้งวัน หาที่พัก ก็เวลาเที่ยงพอดี

ส่วนอันนี้คือทางขึ้น จะอยู่ข้างๆ อุโมงค์เลย ช่วงหิมะ ก็จะเดินลำบากหน่อยๆ ระวังกันด้วยเด้อ

เพราะเราลื่นหลายรอบมากกกก 55555

 

015 : “Tadami River First Bridge”

แท่นแท่นแท่นนนนนนน

และนี่ก็คือจุดแลนมาร์คสำหรับหมู่บ้าน Mishima

จากที่พัก เราใช้วิธีการเดินมา 3 กิโลชิวชิ๊วววววว

อากาศดีๆ ก็จัดไป 5555

ซึ่งบนนี้จะมีจุดชมวิว A B C D

ส่วนเราว่า C น่าจะโอเคสุด เลยเลือกอยู่จุดนี้

จุดชมวิวนี้จะมีช่วงเวลารถไฟผ่านอยู่

*ขาไปของรถไฟ :
06.03 / 07.39 / 09.17 / 13.05 / 15.59 / 19.41

*ขากลับของรถไฟ : 
07.22 / 09.04 / 14.22 / 18.13 / 20.58 / 22.57

แพลนเวลากันดีดีนะ จะได้ไม่เสียเที่ยวกัน

 

0012 : “Tadami River First Bridge 2”

หลังจากชมวิวจุดแรก เราก็เดินเล่นมากับเพื่อน

ก็เจออีกจุดนึงที่เราเห็นตากล้องรอตั้งกล้องถ่ายรถไฟกัน

จุดนี้อยู่ตรงเส้นขากลับไปในหมู่บ้าน จะมีหมู่บ้านเล็กๆอยุ่ขวามือ

ให้เพื่อนๆเดินลงมา และเดินมาประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเจอวิวนี้

ตอนยืนชมวิว เราก็เจอคุณลุงท่านนึงมายืนรอถ่ายรูปเหมือนกัน

คุยไปคุยมา คุณลุงเคยเป็นอาสา ไปอยู่เมืองไทย สงสัยคุยกันถูกคอ

คุณลุงเลยให้ส้มมากินนนนน น่ารักมากคนที่นี่

หลังจากเพลิดเพลินแล้ว เราก็เดินกลับทางเดิม มาที่ที่พักกัน

สรุปง่ายๆว่า ไปกลับ 6 กิโลเอ๊งงงงงง

แต่อากาศเย็นสบาย ชิลๆ เลยไม่เหนือยอะไร

แถมเจอพี่คนไทยมาเที่ยวด้วย เลยคุยกันยาวๆเลย

 

015 : “Red Bridge @Mishima Town”

และนี่ก็สถานที่สุดท้ายสำหรับทริป สะพานแดงในหมู่บ้าน Mishima

อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แค่หน้าที่พักเอง เดินมาถ่ายรุปเล่นได้สบายเลยยยย

เดินเล่นเดินเที่ยว แช่ออนเซน หาอะไรกินกัน ก็ฟ้ามืดแล้ว

คืนนี้เรานอนกันเร็ว เพราะรอบรถไฟวันพรุ่งนี้ที่จะกลับ มีเช้ามากกก

พลาดรอบเช้า คืออีกทีก็สายเลย เลยไม่อยากให้เสียเวลา

 

ส่วนการเดินทางกลับ

– ขากลับ จากสถานี Aizu miyashita ไปลง สถานี Aizu wakamatsu

– สถานี Aizu wakamatsu ไป Koriyama

– จาก Koriyama นั่ง Tohoku Shinkansen กลับ สถานี Tokyo

– สถานี Tokyo นั่ง NEX กลับไปที่สนามบินนาริตะ

ขากลับเราแวะกินข้าวกันที่ Koriyama บรรยากาศร้านจะเป็นแบบยืนกิน

ทั้งในและนอกสถานี

บรรยากาศการเดินทางกลับ

และนี่คือสถานที่ทั้งหมดที่เราได้เที่ยวในจังหวัด Fukushima

ขอบอกเลยว่า หากใครชอบความสงบ คนไม่วุ่นวาย และอากศดีดี จังหวัดนี้คือคำตอบบบ

 

ส่วนทริคง่ายๆคือ

– แพลนเวลาการเดินทางของรถไฟที่นี่ดีดีเลย เพราะบางสาย นานๆทีกว่าจะมาแต่ละรอบ

– เส้นทางไหน ใช้สายรถไฟเดียว ก็แพลนให้เที่ยวในวันเดียวกัน (ตามแพลนข้าพเจ้ามาโลด)

– เว็บแนะนำสำหรับเช็ครอบรถไฟ Hyperdia ที่สุดของความแม่นยำ

– เวลาอยู่ในรถไฟ หากไม่แน่ใจชื่อสถานีของปลายทาง ให้เช็คเวลาก็ได้ค่ะ เพราะเวลาที่จะถึง ใน Hperdia แม่นมากกกกกก

– ที่พักแนะนำหาเว็บที่สามารถจ่ายเมื่อมาถึงได้ดีกว่า เพราะถ้าตัดบัตรจะโดนเรทแพงกว่าเดิม

– เว็บที่เราจองที่พัก มี Booking , Airbnb , Hotel Search (Trip.com)

 

ติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราเพิ่มเติมในช่องทางอื่นๆ

Facebook : https://www.facebook.com/LifeBraryjourney/

IG: https://www.instagram.com/lifebraryjourney/

Twitter: https://goo.gl/q9uwX3 

Rating Chart

5 average based on 1 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

Hotel

Restaurant

Food

Tips

Shopping

Trips

dessert

photograph

บทความที่เพิ่งดู

10/11 : ปั่นจักรยานเที่ยวในเมือง Tadami แวะส่งท้ายทริปที่วัด Enzo-ji

Fukushima Vibes Part.2 เที่ยวทะเลสาบ Inawashiro ตะลุยสโนว์เฟสติวัลที่ Ouchi-Juku

วางกองงานแล้วออกไปเดินเล่นในสวน listel inawashiro herb garden กันดีกว่า

Shopping list ++ รวบรวมมิติใหม่ของแหล่งช้อปปิ้ง!! [ รู้ยังฟุคุชิมะก็มีนะ ]

9/11 : Mishima Town เมืองเล็กน่ารัก และ รถไฟสายโรแมนติก!

LEAVE A COMMENT

Welovefukushima

Facebook Messenger